Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
กรมบัญชีกลาง มีภารกิจเกี่ยวกับการควบคุมดูแลการใช้จ่ายเงิน ของแผ่นดินและของหน่วยงานภาครัฐให้เป็นไปโดยถูกต้องมีวินัยคุ้มค่าโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ โดยมีกรอบกติกากลางให้หน่วยงานภาครัฐถือปฏิบัติ
สารบัญ |
[แก้ไข] ประวัติ
ใน พ.ศ. 2416 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงตราพระราชบัญญัติ สำหรับหอรัษฎากรพิพัฒน กำหนดให้มีเจ้าพนักงานบาญชีกลาง เพื่อทำหน้าที่จัดบัญชีอากรทั้งปวงบรรดาที่ขึ้นอยู่ ในหอรัษฎากรพิพัฒนให้เป็นหลักฐาน จะได้ทราบฐานะการเงินของแผ่นดินได้แน่นอน โดยตั้งอยู่ในหอรัษฎาพิพัฒนในพระบรมมหาราชวัง
ต่อมาได้ทรงตราพระราชบัญญัติกรมพระคลังมหาสมบัติว่าด้วยกรมต่าง ๆ ซึ่งจะเบิกเงินส่งเงิน เหตุผลในการตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นมีว่า การภาษีอากรซึ่งเป็นเงินขึ้นสำหรับแผ่นดินได้จับจ่ายราชการ ทนุบำรุงบ้านเมือง และใช้จ่ายเป็นเบี้ยหวัดเงินเดือนข้าราชการฝ่ายทหารและพลเรือนนั้น พระคลังมหาสมบัติยังไม่มีอย่างธรรมเนียมรับธรรมเนียมจ่ายเงินให้เรียบร้อย เงินจึงได้ติดค้างเจ้าภาษีนายอากรเป็นอันมาก ไม่พอจับจ่ายใช้ราชการทนุบำรุงบ้านเมืองให้ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุขยิ่งขึ้นได้ จึงทรงพระราชดำริปรึกษาพร้อมด้วยท่านเสนาบดีและเคาน์ซิลลอร์ออฟสเตดตั้งเป็นพระราชบัญญัตินี้ขึ้น หลักการของพระราชบัญญัตินี้คือ การจัดระเบียบราชการในกรมพระคลังมหาสมบัติให้มีอธิบดีเป็นประธาน และรองอธิบดีช่วยราชการท่านผู้เป็นอธิบดี มีเจ้าพนักงานใหญ่ 5 นาย คือ ปลัดอธิบดี-นาย 1 เจ้าพนักงานบาญชีกลางนาย 1 เจ้าพนักงานบาญชีรับเงินนาย 1 เจ้าพนักงานบาญชีจ่ายนาย 1 เจ้าพนักงานเก็บเงินนาย 1 กับให้มีเจ้าพนักงานเป็นรองเจ้าพนักงานใหญ่อีกนานยละ 1 คน พร้อมทั้งกำหนดอำนาจหน้าที่ของบรรดาเจ้าพนักงานขึ้นไว้โดยชัดแจ้ง นอกจากนั้นยังกำหนดให้มีออดิตอเยเนอราล เป็นเจ้าพนักงานสำหรับตรวจบาญชีและสิ่งของซึ่งเป็นรายขึ้นในแผ่นดินทุก ๆ ราย และจัดวางระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อใช้ในกรมพระคลังมหาสมบัติ (กรมพระคลังมหาสมบัติ คือ กระทรวงการคลังในปัจจุบัน)
อย่างไรก็ดี การดำเนินงานของกรมพระคลังมหาสมบัติที่ตั้งขึ้นใหม่ ยังมีอุปสรรคและยังไม่เหมาะสม เนื่องจากกิจการบ้านเมืองเจริญก้าวหน้ามากขึ้นและกรมพระคลังมหาสมบัติได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นกระทรวงแล้ว ดังนั้นในปี 2433 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติพระธรรมนูญหน้าที่ราชการในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ร.ศ.109 (พ.ศ.2433) กำหนดให้กระทรวงพระคลังมหาสมบัติมีหน้าที่สำหรับรับ สำหรับจ่ายและรักษาเงินแผ่นดินทั้งสรรพราชสมบัติพัสดุทั้งปวงกับถือบาญชีพระราชทรัพย์สำหรับในกระทรวงสิทธิขาด นับเป็นกรมเจ้ากระทรวงและกรมขึ้น รวมเป็นกรมใหญ่ 13 กรม
และได้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ พระยานรนารถภักดีศรีรัษฏากร (เอม ณ มหาชัย) เป็นอธิบดีกรมสารบาญชีคนแรก และโปรดเกล้าฯ ให้ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพร้อมพงศ์อธิราช เป็นรองอธิบดี กับทรงแต่งตั้งให้มิสเตอร์ แอล.เอ็ม.เอ็ม.ครอส (Mr.L.M.M.Cross) เป็นผู้ช่วยอธิบดีที่ปรึกษากับการบัญชีทั้งปวง และในปี พ.ศ.2433 นั้นเอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติกรมสารบาญขึ้นเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ร.ศ.109 (พ.ศ.2433) กำหนดหน้าที่ และแบ่งส่วนราชการกรมสารบาญชีออกเป็น 3 กอง คือ กองบาญชีกลาง กองรับและกองจ่ายกับนายเวร 4 คือ เวรรับ เวรจ่าย เวรเกณฑ์ (เดิมเรียกว่า เวรแบงค์) และเวรบาญชี
ครั้นมาในปี พ.ศ.2458 ซึ่งอยู่ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกี่ยวกับกรมสารบาญชี ดังนี้คือ ในเวลานั้นเงินรายได้รายจ่ายของแผ่นดินมีจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ จำเป็นจะต้องตรวจตราการรับจ่ายและเงินรักษาเงินให้รัดกุมยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยจัดให้มีเจ้าหน้าที่เฉพาะสำหรับปฏิบัติการไม่ก้าวก่ายกันดังที่เป็นอยู่แล้ว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมตรวจเงินแผ่นดินขึ้นในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ สำหรับทำหน้าที่ตรวจหน่วยราชการที่รับหรือเบิกจ่าย หรือรักษาเงินแผ่นดิน และเงินอื่น ๆ ที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ และเพื่อมิให้หน้าที่ของกรมที่ตั้งขึ้นใหม่ปะปนกับหน้าที่ของกรมเดิม จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้รวมกรมตรวจกับกรมสารบาญชี ตามพระราชบัญญัติพระธรรมนูญหน้าที่ราชการในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ร.ศ.109 (พ.ศ.2433) เปลี่ยนชื่อเป็น "กรมบาญชีกลาง" เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2458 อันถือเป็นวันที่ได้มีการสถาปนา กรมบัญชีกลาง ขึ้นเป็นครั้งแรก
[แก้ไข] ตราสัญลักษณ์
[แก้ไข] ภาระหน้าที่ของกรมบัญชีกลาง
กรมบัญชีกลาง ให้บริการคำแนะนำปรึกษาด้านการเงินการคลัง การบัญชี และการตรวจสอบภายใน การดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารเงินคงคลังให้มีการใช้จ่ายอย่างเพียงพอและเสนอข้อมูลในเชิงนโยบายเศรษฐกิจและการคลังแก่ฝ่ายบริหาร โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดเสถียรภาพทางการคลัง รวมทั้งดำเนินการ เกี่ยวกับ การประเมินผลการดำเนินงานตลอดจนการดูแลและการพัฒนามาตรฐานค่าตอบแทนสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของบุคลากร โดยให้มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
- ดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่งและหลักเกณฑ์ด้านการเงินการคลังการบัญชีการพัสดุและระบบการตรวจสอบภายในของส่วนราชการ เพื่อให้ส่วนราชการถือปฏิบัติ
- ดำเนินการเกี่ยวกับการติดตามและ ประเมินผลการดำเนินการดำเนินงาน และการบริหารด้านการคลัง เพื่อประกอบการพิจารณาเสนอแนะนโยบายด้านการคลังของประเทศ
- ควบคุมดูแลและตรวจสอบการเบิกจ่ายเงิน การก่อหนี้ผูกพัน การนำเงินส่งคลังและการถอนคืนเงินรายได้ของส่วนราชการ
- ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารเงินคงคลัง รวมทั้งการบริหารกำกับดูแลการติดตามและ การประเมินผลการใช้จ่าย เงินนอกงบประมาณของส่วนราชการต่างๆ
- ดำเนินการเกี่ยวกับการวิเคราะห์และประมวลผลบัญชีการเงินแผ่นดิน
- ควบคุมดูแลเกี่ยวกับเงินเดือน ค่าจ้าง บำเหน็จ บำนาญและเงินอื่นในลักษณะเดียวกันรวมทั้งดูแลการพัฒนามาตรฐานค่า ตอบแทนสวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ของกำลังคนภาครัฐ
- ดำเนินการเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิด ทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ และความรับผิดทางแผ่งของเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ
- ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรด้านการเงินการคลังการบัญชี และการตรวจสอบภายใน และระบบการพัสดุภาครัฐ
- ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรด้านการเงินการคลังการบัญชี และการตรวจสอบภายใน และระบบการพัสดุภาครัฐ
- ให้คำปรึกษา เสนอแนะ และให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการทางการเงินการคลังบัญชี ระบบการพัสดุภาครัฐการตรวจสอบภายในแก่ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐและการปฏิบัติงานแก่ส่วนราช การและหน่วยงานของรัฐ
- ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมหรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
[แก้ไข] บริการ
- บำเหน็จบำนาญ ประกอบไปด้วย ระบบคำนวณบำเหน็จบำนาญล่วงหน้า ตรวจสอบการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพ และหนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- สวัสดิการรักษาพยาบาล ประกอบไปด้วย ระบบฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ สำหรับส่วนราชการ ตรวจสอบข้อมูลในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ ตรวจสอบสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาล และ ตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลร่วมจ่ายตรงกับกรมบัญชีกลาง
- ตรวจสอบสิทธิ ตรวจสอบสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาล โดยใส่หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน โดยสามารถตรวจสอบสิทธิ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2549 เป็นต้นไป
- การตรวจสอบภายในราชการ รับผิดชอบในการตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินรวมทั้งการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณรายจ่ายของเจ้าของงบประมาณนั้น ๆ และตรวจสอบงานด้านอื่นตามที่หัวหน้าส่วนราชการมอบหมายเป็นการภายใน และรายงาน ผลการตรวจสอบโดยตรงต่อหัวหน้าส่วนราชการอย่างน้อยเดือนละครั้ง
- การเบิกจ่ายเงินนอกงบประมาณ โดยมีข้อมูลทั้งข้อมูล เงินฝาก และ เงินทุนหมุนเวียน
- เว็บไซต์คลังจังหวัดและคลังเขต แหล่งรวมและค้นหาเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง โดยแบ่งตามเขต
- ความรับผิดทางแพ่ง ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับสมรรถนะบุคลากรภาครัฐด้านความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
- คู่มือประชาชนสำหรับติดต่อราชการ กรมบัญชีกลาง ให้บริการดาว์โหลด คู่มือประชาชนสำหรับติดต่อราชการ กรมบัญชีกลาง
- รายงานสถานะงบประมาณรายจ่ายลงทุน ให้ข้อมูล สถานะงบประมาณรายจ่ายและการลงทุน
[แก้ไข] ที่ตั้งสํานักงานใหญ่
กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ถนนพระราม 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร 0-2273-9024, 0-2273-9613-14
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต














