.:: กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ภาพ:Theoswallpaper.jpg


        กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Ministry of Science and Technology) มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผน ส่งเสริม และพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


[แก้ไข] ประวัติความเป็นมากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ภาพ:Science01.jpg


        สืบเนื่องจากการประชุม คณะกรรมการบริหารสภาวิจัยแห่งชาติ ครั้งที่ 9/2519 มีมติให้แต่งตั้ง คณะอนุกรรมการ วางนโยบาย และแผนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยมี ศ.ดร.ชุบ กาญจนประกร เป็นประธานอนุกรรมการ และ ศ.ดร.สง่า สรรพศรี เป็นรองประธาน โดยจัดทำรายงาน เรื่อง "การปฏิรูประบบบริหาร ราชการของรัฐ" เสนอแนะให้จัดตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงานขึ้น ซึ่งประธานคณะกรรมการบริหาร สภาวิจัยแห่งชาติ (นายสัญญา ธรรมศักดิ์) ได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรี (นายธานินทร์ กรัยวิเชียร) และรัฐบาลในสมัยนั้น ได้รับเรื่องไว้พิจารณา แต่ยังไม่มีข้อยุติก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเสียก่อน

        รัฐบาลต่อมา คณะรัฐมนตรีโดย พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้มอบให้คณะที่ปรึกษาระเบียบบริหาร ของนายกรัฐมนตรี ซึ่ง ดร.สมภพ โหตระกิตย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมี ศ.ดร.สุธี สิงห์เสน่ห์ เป็นประธานอนุกรรมการ พิจารณา และคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประกาศคณะปฏิบัติ ซึ่งสภามีมติรับหลักการและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่มที่ ๙๖ ตอนที่ ๔๐ มีผลใช้เมื่อ ๒๔ มีนาคม ๒๕๒๒ เป็นต้นมา และได้เปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2535

        ต่อมาในสมัยรัฐบาล ของ พ.ต.ท.[[ทักษิณ[[ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีการปฏิรูประบบราชการให้ทันสมัยกับสถานะการปัจจุบัน กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม จึงได้ปฏิรูปเป็น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อ 2 ตุลาคม 2545 ในบทบาทที่ชัดเจน ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีสถานที่ตั้งอยู่ที่ถนนพระราม ๖ เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐ (ตรงข้ามโรงพยาบาลรามาธิบดี)


[แก้ไข] พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ภาพ:Anusawari.jpg


        พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีประวัติการสร้าง เมื่อปี พ.ศ. 2529 ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน (ในขณะนั้น) ฯพณฯ ท่านเล็ก นานา และท่านปลัดกระทรวงฯ ศจ.ดร.สง่า สรรพศรี ได้มอบหมายให้ คุณไข่มุกด์ ชูโต เป็นผู้ออกแบบ ปั้น และควบคุมการหล่อ

        จากนั้นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ (ฯพณฯ ท่านเล็ก นานา) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระราชอิริยาบถต่างๆ กัน ห้าแบบ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ทรงเลือก ในฐานะที่ทางกระทรวงฯกราบบังคมทูลขอให้ทรงเป็นประธานกิติมศักดิ์ ในการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ เมื่อได้รับพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ตามแบบที่ทรงเลือกแล้วกลับคืนมา และได้ Sketch เป็นรูปปั้นและออกแบบฐาน แล้วดำเนินการปั้นด้วยดินเหนียวตามขั้นตอน มีขนาดสองเท่าของพระองค์จริงตามสัดส่วน

        พระบรมรูปเป็นท่าประทับนั่งบนเก้าอี้โปร่งบาง ไม่มีท้าวแขน สไตล์เก้าอี้เป็นแบบเชคโก ทรงพระสนับเพลาแบบฝรั่ง ฉลองพระองค์ยาวเกือบถึงพระชานุปักลวดลายแบบฝรั่ง พระกรด้านซ้ายทอดบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาทรงถือทานพระกรทอดวางไว้บนโต๊ะข้างพระองค์ซึ่งมีพระมาลา พานพระศรี และพระสุพรรณศรี ทรงเหน็บพระแสงดาบ "หัตถ์นารายณ์ไว้ที่บั้นพระองค์" ด้วย ผู้ที่เห็นพระบรมฉายาลักษณ์อาจเข้าใจผิดว่า ทรงพระแสงดาบถึงสององค์ด้วยกัน

        สำหรับแท่นซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้ได้ออกแบบและปั้นหล่อเป็นทองแดงผสมทองเหลืองรมดำ เช่นเดียวกับองค์พระบรมราชานุสาวรีย์แสดงเรื่องราวดังนี้

        ด้านหน้าเป็นพระตราประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

        ด้านหลัง เป็นตัวหนังสือจารึกพระราชประวัติ

        รูปปั้นนูนต่ำด้านซ้ายของพระองค์ เป็นรูปปั้นนูนต่ำแบ่งเป็นสองส่วน ตอนบนแสดงถึงเหตุการณ์ขณะท่านค้นคว้าวิชาดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ การแพทย์ และขณะทรงผนวชอยู่ได้ทรงปรึกษากับท่านสังฆราช ปัลลกัวช์ ทรงช่วยในการแต่งพจนานุกรมภาษาไทย - ลาติน - ฝรั่งเศส-อังกฤษ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงติดต่อกับหมอสอนศาสนานิกาย โปรเตสเต็นท์ ชาวอเมริกัน คือมิสเตอร์ แคสแวลล์ หมอบรัดเลย์ และหมอเฮาซ์ ซึ่งได้ถวายพระอักษรภาษาอังกฤษแด่พระองค์พร้อม ๆ กับการถวายคำแนะนำด้านวิทยาการสมัยใหม่ อันได้แก่ วิชาดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์และการแพทย์ ด้านล่างแสดงถึงเมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมเชษฐาธิราช ทรงแต่งตั้งให้พระองค์ดำรงตำแหน่งแม่กองสนามหลวงตรวจสอบภาษาบาลี และพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ

        รูปปั้นนูนต่ำด้านขวาของพระองค์ แสดงถึงเรื่องเมื่อมหาสมาคมประทับบนพลับพลาค่ายหลวง ตำบลหว้ากอ เพื่อทอดพระเนตรสุริยุปราคา ณ วันอังคารเดือน 10 ขึ้น 1 ค่ำ เวลา 5 โมง ๓๖ นาที ๒๐ วินาที สุริยคราสจับเต็มดวงดังที่ทรงคำนวณ ทุกประการ ท่ามกลางการเฝ้าคอยสังเกตดูสุริยคราสจากนักวิทยาศาสตร์หลายกลุ่ม ทั้งไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ที่ทรงเชิญมาทั้งสิ้น ต่างก็ชื่นชมโสมนัสในความสำเร็จครั้งนี้ พระเกียรติยศในพระปรีชาญาณปรากฎเลื่องลือไปทั้วยุโรป เอเชีย และอมริกา เพราะทรงคำนวณสุริยุปราคาถูกต้องมากกว่านักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสถึง ๒ วินาที

        พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานอยู่ ณ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ในฐานะ "พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย" คุณไข่มุกต์ ชูโต เป็นผู้ออกแบบ ปั้น และควบคุมการหล่อ นายมานพ สุวรรณปิณทะ เป็นช่างปั้นผู้ช่วยพระบรมรูปลอยตัว (ROUND-RELIEF) พันตรีนภดล สุวรรณสมบัติ นายพิทยา จั่นแย้ม เป็นช่างปั้นผู้ช่วยรูปปั้นนูนต่ำ (BAS - RELIEF) ประดับแท่นฐาน นายจินตรัตน์ พนมวัน ณ อยุธยา เป็นผู้หล่อ

        ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราว "ประวัติการก่อตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" ที่ได้รวบรวมขึ้น ในอดีต


[แก้ไข] การแบ่งส่วนราชการของกระทรวงพลังงาน

หน่วยงานระดับกรม 4 หน่วย

หน่วยงานในกำกับ 4 หน่วย

  • สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
  • ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเครื่องกำเนิดแสงซินโครตอนแห่งชาติ
  • สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ
  • สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ

รัฐวิสาหกิจ 2 หน่วย

  • [[สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย[[
  • องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

องค์การมหาชน 3 หน่วย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

- เว็บไซต์กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

- วิกิพีเดีย


ภาพประกอบจากเว็บไซต์กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และทางอินเทอร์เน็ต

 
 
 
   Hosted by kapook.com