.:: กองทัพเรือ - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
กองทัพเรือ
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

กองทัพเรือ

ภาพ:กองทัพเรือ.jpg


        กองทัพเรือ มีหน้าที่ในการบริหารจัดการกองทัพเรือ จัดเตรียมกำลังพล ยุทโธปกรณ์อันทันสมัย เพื่อพร้อมในการป้องกันประเทศและรักษาประโยชน์ของชาติทางทะเล

สารบัญ

[แก้ไข] กำเนิดกองทัพเรือ

ภาพ:ธงกองทัพเรือ.jpg
ธงประจำกองทัพเรือ


        กองทัพเรือ มีกำเนิดควบคู่มากับ การสร้างอาณาจักรไทย นับตั้งแต่กรุงสุโขทัย เป็นราชธานี กองทัพไทย ในสมัยนั้น มีเพียง ทหารเหล่าเดียว มิได้แบ่งแยกออกเป็น กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ อย่างเช่น ในสมัยปัจจุบัน หากยาตราทัพ ไปทางบก ก็เรียกว่า "ทัพบก" หากยาตราทัพ ไปทางเรือ ก็เรียกว่า "ทัพเรือ" การจัดระเบียบ การปกครอง บังคับบัญชา กองทัพไทย ในยามปกติ สมัยนั้น ยังไม่มี แบบแผน ที่แน่นอน ในยามศึกสงคราม ได้ใช้ทหาร "ทัพบก" และ"ทัพเรือ" รวมๆ กันไป

        ในการ ยาตราทัพ เพื่อทำศึกสงคราม ภายในอาณาจักร หรือ นอกอาณาจักร ก็มีความจำเป็น ต้องใช้เรือ เป็นพาหนะในการ ลำเลียงทหาร เครื่องศาสตราวุธเรือ นอกจาก จะสามารถ ลำเลียง เสบียงอาหาร ได้คราวละมากๆ แล้ว ยังสามารถ ลำเลียง อาวุธหนักๆ เช่น ปืนใหญ่ ไปได้สะดวก และ รวดเร็ว กว่าทางบกด้วย จึงนิยม ยกทัพ ไปทางเรือ จนสุดทางน้ำ แล้วจึงยกทัพต่อ ไปบนทางบก

        เรือรบ ที่เป็นพาหนะ ของกองทัพไทย สมัยโบราณ มี ๒ ประเภท ด้วยกันคือ เรือรบในแม่น้ำ และ เรือรบในทะเล เมื่อสันนิษฐาน จากลักษณะ ที่ตั้ง ของราชธานี ซึ่งมี แม่น้ำล้อมรอบ และ มีแม่น้ำลำคลอง เป็นเส้นทาง ในการคมนาคม ตลอดจน ชีวิตความเป็นอยู่ ที่ต้องใช้น้ำ ในการบริโภค และ การเกษตรกรรม แล้ว เรือรบ ในแม่น้ำ คงมีมาก่อน เรือรบในทะเล เพราะสงคราม ของไทย ในระยะแรกๆ จะเป็น การทำสงคราม ในพื้นที่ ใกล้เคียงกับ ประเทศไทย กล่าวคือ เป็นการ ทำสงคราม กับพม่า เป็นส่วนมาก


[แก้ไข] ประวัติความเป็นมากองทัพเรือ

        พ.ศ. 2428 กรมพระราชวังบวรสถานมงคล(กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ)เสด็จทิวงคต ทหารฝ่ายพระราชวังบวรทั้งทหารบกและทหารเรือได้ถูกยุบเลิกไป จึงทำให้ ทหารเรือในขณะนั้นมี 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ กรมเรือพระที่นั่ง ขึ้นตรงกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนกรมอรสุมพลขึ้นตรงกับสมุหพระกลาโหม

        พ.ศ. 2430 จัดตั้งกรมยุทธนาธิการ โดยให้กองทหารบก กองทหารเรือทั้งหมดขึ้นอยู่ในบังคับบัญชาของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร

        1 เมษายน พ.ศ. 2433 ยกฐานะกรมยุทธนาธิการเป็นกระทรวงยุทธนาธิการ กรมทหารเรือยังคงอยู่ในสังกัดกรมยุทธนาธิการเช่นเดิม

        พ.ศ. 2435 โอนกรมทหารเรือมาขึ้นกับ กระทรวงกลาโหม

        11 ธันวาคม พ.ศ. 2453 ยกฐานะกรมทหารเรือเป็นกระทรวงทหารเรือ

        8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2474 รวมกระทรวงทหารเรือกับกระทรวงทหารบกเป็นกระทรวงเดียวกัน ภายใต้นาม กระทรวงกลาโหม เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก

        พ.ศ. 2475 มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองประเทศ กองทัพเรือถูกลดฐานะเป็นกรมทหารเรือ กรมต่างๆ ของทหารเรือลดฐานะมาเป็นกองทั้งหมด เว้นแต่กรมเสนาธิการทหารเรือ

        30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 เปลี่ยนชื่อกรมทหารเรือเป็นกองทัพเรือ ให้เป็นการสอดคล้องกับการเรียกชื่อส่วนรวมของทหารบก ว่า "กองทัพบก" ขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น 4 ส่วน คือ กรมเสนาธิการทหารเรือ, กองเรือรบ, สถานีทหารเรือกรุงเทพ, กรมอู่ทหารเรือ, กรมสรรพาวุธทหารเรือ และกรมอุทกศาสตร์

        พ.ศ. 2540, พ.ศ. 2519 และ พ.ศ. 2521 ได้แบ่ง ส่วนราชการ กองทัพเรือ ออกเป็น 25 หน่วย เพื่อความสะดวก ทางกองทัพเรือได้จัดกลุ่มหน่วยราชการทั้ง 25 หน่วยขึ้นเป็น 5 ส่วนราชการ คือ ส่วนบัญชาการ, ส่วนกำลังรบ, ส่วนยุทธบริการ, ส่วนศึกษา และ ส่วนกิจการพิเศษ

        13 กรกฎาคม พ.ศ. 2528 เพิ่ม กรมการขนส่งทหารเรือขึ้นในส่วนยุทธบริการ และเปลี่ยนชื่อโรงเรียนนายทหารเรือเป็นสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง

        15 เมษายน พ.ศ. 2530 จัดตั้งสำนักงานตรวจบัญชีทหารเรือเพิ่มเติม

        พ.ศ. 2538 จัดส่วนราชการใหม่ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพเรือ กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2538 และแก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2540 โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น 35 หน่วย และจัดเป็นกลุ่มส่วนราชการ 4 ส่วน

[แก้ไข] ส่วนราชการในสังกัดกองทัพเรือ

ภาพ:ตรากองทัพเรือ.jpg
ตราสัญลักษณ์ประจำกองทัพเรือ


ส่วนบัญชาการ

  • สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ
  • กรมสารบรรณทหารเรือ
  • กรมกำลังพลทหารเรือ
  • กรมข่าวทหารเรือ
  • กรมยุทธการทหารเรือ
  • กรมส่งกำลังบำรุงทหารเรือ
  • กรมสื่อสารทหารเรือ
  • กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ
  • สำนักงานปลัดบัญชีทหารเรือ
  • กรมการเงินทหารเรือ
  • กรมจเรทหารเรือ
  • สำนักงานตรวจบัญชีทหารเรือ

ส่วนกำลังรบ

  • กองเรือยุทธการ
  • กองเรือป้องกันฝั่ง
  • หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
  • หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
  • ฐานทัพเรือสัตหีบ
  • ฐานทัพเรือกรุงเทพ
  • ฐานทัพเรือสงขลา
  • ฐานทัพเรือพังงา
  • กรมสารวัตรทหารเรือ

ส่วนยุทธบริการ

  • กรมอู่ทหารเรือ
  • กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ
  • กรมช่างโยธาทหารเรือ
  • กรมสรรพาวุธทหารเรือ
  • กรมพลาธิการทหารเรือ
  • กรมแพทย์ทหารเรือ
  • กรมการขนส่งทหารเรือ
  • กรมสวัสดิการทหารเรือ
  • กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ
  • สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ

ส่วนการศึกษา

  • สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง
  • กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
  • โรงเรียนนายเรือ

[แก้ไข] ศักย์สงครามกองทัพเรือในปัจจุบัน

ภาพ:ธงราชนาวี.jpg
ธงราชนาวี หนึ่งในสัญลักษณ์ประจำกองทัพเรือไทย
  • ธงราชนาวี หนึ่งในสัญลักษณ์ประจำกองทัพเรือไทยเรือบรรทุกเครื่องบิน (เรือ บ.) 1 ลำ
  • เรือฟริเกต (เรือ ฟก.) 10 ลำ
  • เรือคอร์แวต (เรือ คว.) 7 ลำ
  • เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง 2 ลำ
  • เรือตรวจการณ์ (เรือ ตก.) 26 ลำ
  • เรือเร็วติดจรวด 6 ลำ
  • เรือโจมตีลำเลียงพล 9 ลำ
  • เรือเร็วตรวจการณ์ลำน้ำโขง (เรือ รตล.) 77 ลำ
  • เรือช่วยรบ 15 ลำ
  • เรือวางทุ่นระเบิด 7 ลำ
  • กองบินทหารเรือ : กำลังพล 1,700 นาย, เครื่องบินรบ 44 ลำ, เฮลิคอปเตอร์จู่โจม 8 ลำ

นาวิกโยธิน 18,000 นาย

[แก้ไข] หน่วยซีล (SEALs)

        กองทัพเรือไทยมีทหารประจำการในหน่วยทำลายใต้น้ำจู่โจม (SEALs) รวม 144 นาย

[แก้ไข] คำนำหน้าเรือ

        กองทัพเรือไทยใช้คำว่า "เรือหลวง" และคำย่อว่า "ร.ล." เป็นคำนำหน้าเรือ ซึ่งแสดงถึงการเป็นเรือรบของพระมหากษัตริย์ ในภาษาอังใช้คำว่า "His Thai Majesty's Ship" และใช้คำย่อว่า "HTMS" น้ำหน้าเรือ โดยคำว่าเรือหลวงนั้นจะใช้นำหน้าเรือรบที่มีระวางขับน้ำมากกว่า 150 ตันขึ้นไป ส่วนเรือที่มีระวางขับน้ำต่ำกว่า 150 ตัน จะใช้ตัวอักษรอื่นนำหน้า ยกเว้นเรือ ต.

ตัวอย่าง

  • เรือหลวงจักรีนฤเบศร
  • ร.ล. นเรศวร

HTMS Pattani

[แก้ไข] หลักการตั้งชื่อเรือของกองทัพเรือไทย

เรือพิฆาต ตั้งตามชื่อตัว ชื่อบรรดาศักดิ์ หรือชื่อสกุลของบุคคลที่เป็นวีรบุรุษของชาติ เช่น ร.ล.ปิ่นเกล้า

เรือฟริเกต ตั้งชื่อตามแม่น้ำสายสำคัญ เช่น ร.ล.คีรีรัฐ ร.ล. ตาปี

เรือคอร์เวต ตั้งตามชื่อเมืองหลวงหรือเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์ เช่นร.ล.สุโขทัย ร.ล.รัตนโกสินทร์

เรือเร็วโจมตี แบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ

เรือเร็วโจมตี (อาวุธปล่อยนำวิถี) ตั้งชื่อตามเรือรบในสมัยโบราณ เช่น ร.ล.ราชฤทธิ์ ร.ล.วิทยาคม ร.ล.อุดมเดช

เรือเร็วโจมตี (ปืน)และเรือเร็วโจมตี (ตอร์ปิโด) ตั้งตามชื่อวังหวัดชายทะเล เช่น ร.ล.ชลบุรี

เรือดำน้ำ ตั้งตามชื่อผู้มีอิทฤทธิ์ในนิยายหรือวรรณคดีเกี่ยวกับการดำน้ำ เช่น ร.ล.มัจจานุ

เรือทุ่นระเบิด ตั้งตามชื่อสมรภูมิสำคัญ เช่น ร.ล.บางระจัน ร.ล.หนองสาหร่าย

เรือยกพลขึ้นบก เรือลำเลียง และเรือลากจูง ตั้งตามชื่อเกาะ เช่น ร.ล. อ่างทอง เรือหลวงสิมิลัน

เรือตรวจการณ์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

เรือตรวจการณ์ (ปืน) ตั้งชื่อตามอำเภอชายทะเล เช่น ร.ล.หัวหิน ร.ล.แกลง

เรือตรวจการณ์ (ปราบเรือดำน้ำ) ตั้งตามชื่อเรือรบในลำน้ำสมัยโบราณที่มีความเหมาะสมแก่หน้าที่ของเรือนั้น เช่น ร.ล.พาลี ร.ล.คำรณสินธุ

เรือสำรวจ ตั้งชื่อตามดาวสำคัญ เช่น ร.ล.จันทร ร.ล.ศุกร์

เรือหน้าที่พิเศษ ตั้งชื่อด้วยถ้อยคำที่มีความหมายเหมาะสมแก่หน้าที่ของเรือนั้น ๆ เหมือนกับเรือหลวงจักรีนฤเบศร ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ ชื่อเรือนั้นให้ขอพระราชทาน และให้ใช้ว่าเรือหลวงนำหน้า

เรือขนาดเล็ก (เล็กกว่า 150 ตัน) ให้ตั้งชื่อด้วย อักษรย่อตามชนิดและหน้าที่ของเรือ มีหมายเลขต่อท้ายอักษร กองทำเรือเป็นผู้ตั้งให้ เช่น เรือ ต. 91 เรือต. 991 เป็นต้น

[แก้ไข] ยุทโธปกรณ์ที่ประจำการ

        เรือรบส่วนใหญ่ที่ประจำการในกองทัพเรือไทยเกือบครึ่งหนึ่งสั่งซี้อจากสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ก็สั้งซื้อมาจากสหราชอาณาจักร อิตาลี สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ สาธารณรัฐประชาชนจีน ออสเตรเลีย และสเปน อนึ่ง กองทัพเรือยังสามารถต่อเรือรบขนาดเล็กหรือขนาดประมาณ 1000 ตันใช้เองได้ด้วย เช่น เรือตรวจการณ์ชุด ต. 91 - ด. 99 เป็นต้น

[แก้ไข] วิสัยทัศน์กองทัพเรือ

        "กองทัพเรือ จะเป็นกองทัพเรือชั้นนำในภูมิภาคด้วยขนาดของกำลังรบที่สมดุล ทันสมัย ภายใต้การบริหารจัดการที่เน้นคุณภาพเป็นสำคัญ"

[แก้ไข] พันธกิจกองทัพเรือ

1. จัดเตรียมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และระบบการส่งกำลังบำรุงที่สมดุล กะทัดรัด และทันสมัยเพื่อดำรงความพร้อมรบในการป้องกันประเทศและคุ้มครองรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

2. ใช้กำลังทางทหารเพื่อการรักษาอธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การถวายความปลอดภัย และถวายพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งการปฏิบัติภารกิจทางทหารอื่นตามที่ได้รับมอบ

3. ใช้ศักยภาพและขีดความสามารถของกองทัพเพื่อสนับสนุนรัฐบาลในการพัฒนาประเทศ การแก้ไขปัญหาสังคม การช่วยเหลือประชาชน และการบรรเทาสาธารณภัย

4. บริหารจัดการกองทัพภายใต้กรอบการบริหารบ้านเมืองที่ดี


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

- เว็บไซต์กองทัพเรือ

- วิกิพีเดีย

ภาพประกอบจากวิกิพีเดียและทางอินเทอร์เน็ต

 
 
 
   Hosted by kapook.com