Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
[แก้ไข] การกำหนดเกณฑ์อายุของเด็กในกรณีที่เด็กกระทำความผิด
แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายอาญา ดังต่อไปนี้
(๑).แก้ไขเพิ่มเติมตามอายุของเด็กในการพิจารณาวิธีการเพิ่มความปลอดภัยหรือการเพิ่มโทษ จากอายุยังไม่เกินสิบเจ็ดปี เป็นอายุต่ำกว่าสิบแปดปี(แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๑ วรรคสอง มาตรา ๔๖ และมาตรา ๙๔)
(๒).แก้ไขเพิ่มเติมตามอายุของเด็กในการไม่ต้องรับโทษ จากอายุยังไม่เกินเจ็ดปีเป็นอายุยังไม่เกินสิบสองปี(แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗๓)
(๓).แก้ไขเพิ่มเติมเกณฑ์อายุของเด็กในการพิจารณาเพื่อใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชน จากอายุกว่าเจ็ดปีแต่ยังไม่เกินสิบสี่ปี เป็นอายุกว่าสิบสองปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปีและเกณฑ์อายุของเด็กในการพิจารณาเพื่อใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนหรือลดมาตราส่วนโทษลงกึ่งหนึ่ง จากอายุกว่าสิบสี่ปีแต่ยังไม่เกินสิบเจ็ดปี เป็นอายุกว่าสิบห้าปีแต่ต่ำกว่าสิบแปดปี(แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗๕)
(๔).แก้ไขเพิ่มเติมเกณฑ์อายุของเด็กในการพิจารณาเพื่อลดมาตราส่วนโทษลงหนึ่งในสามหรือกึ่งหนึ่ง จากอายุกว่าสิบเจ็ดปีแต่ยังไม่เกินยี่สิบปี เป็นอายุตั้งแต่สิบแปดปีแต่ยังไม่เกินยี่สิบปี(แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗๖)
เนื่องจากปัจุบันการกำหนดเกณฑ์อายุของเด็กในกรณีที่เด็กกระทำความผิดทางอาญายังไม่เหมาะสม และยังไม่สอดคล้องกับเกณฑ์อายุของเด็กที่กำหนดในกฏหมายหลายฉบับของไทย และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ. ๑๙๘๙ และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิของพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ.๑๙๖๖ ของสหประชาชาติ ที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีโดยการศึกษาทางการแพทย์แสดงให้เห็นว่า เด็กที่มีอายุระหว่างเจ็ดปีถึงสิบสองปี มีพัฒนาการด้านความคิดสติปัญญาและจริยะธรรมยังไม่สมบรูณ์ ขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และไม่สามารถคาดการณ์ผลที่เกิดจากการกระทำของตนได้ ประกอบการได้รับการศึกษาสถิติในการกระทำความผิดของเด็กช่วงวัยต่างๆ ปรากฏว่า เด็กที่มีอายุระหว่างเจ็ดปีถึงสิบสองปีมีสถิติการกระทำความผิดน้อยหรือไม่มีเลยนอกจากนี้ กฏหมายของไทย
นอกจากนี้ กฏหมายของไทยหลายฉบับกำหนดเกณฑ์อายุของเด็กไว้ที่อายุสิบห้าปี เช่น มาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.๒๕๒๖ กำหนดให้ผู้มีสัญชาติไทยต้องทำบัตรประจำตัวประชาชนเมื่อมีอายุครบสิบห้าปีบริบรูณ์ มาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ กำหนดห้ามมิให้นายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีเป็นลูกจ้าง และมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ กำหนดให้มีการศึกษาภาคบังคับจำนวนเก้าปีโดยให้เด็กที่อายุย่างเข้าปีที่เจ็ดเข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจนอายุย่างเข้าปีที่สิบหกแสดงให้เห็นว่าเด็กอายุสิบห้าปี กฏหมายยอมรับว่าเริ่มก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ มีความสามารถรับผิดชอบได้ ประกอบกับเด็กช่วงอายุดังกล่าวยังอยู่ในวัยเรียน สมควรได้รับโอกาสเพื่อบำบัดและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมากกว่าจะมารับโทษทางอาญา ในขณะเดียวกันอุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ. ๑๙๘๙ และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิของพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ. ๑๙๖๖ของสหประชาชาติ และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจราณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.๒๕๓๔ ก็ได้กำหนดเกณฑ์อายุเด็กไว้ที่อายุต่ำกว่าสิบแปดปี สมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายอาญาเพื่อกำหนดเกณฑ์อายุของเด็กในกรณีที่เด็กกระทำความผิดอาญาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับกฏหมายของไทยและอนุสัญญาระหว่างประเทศดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
……………………………………………………………………………………….......................................... ...……………………………………………………
โดยที่เป็นการสมควรเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายอาญา
……………………………………………………………………………………….......................................... ……………………………………………………
มาตราที่ ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายอาญา(ฉบับที่..)พ.ศ...”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตนี้ให้ไว้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา ๔๑ แห่งประมวลกฏหมายอาญาและให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
”ความผิดซึ่งผู้กระทำได้กระทำในขณะที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีนั้น มิให้ถือเป็นความผิดที่จะนำมาพิจารณากักกันตามมาตรานี้”
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๖ แห่งประมวลกฏหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๔๘ถ้าความปรากฏแก่ศาลตามข้อเสนอของพนักงานอัยการว่าผู้ใดก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลและทรัพย์สินผู้อื่น หรือกระทำการใดให้เกิดความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติตามกฏหมายเกี่ยงกับสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ในการพิจารณาคดีความผิดใด ไม่ว่าศาลจะลงโทษผู้ถูกฟ้องหรือไม่ก็ตามเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ถูกฟ้องน่าจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น หรือจะกระทำความผิดให้เกิดความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติตามกฏหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งผู้นั้นให้ทำทัณฑ์บนโดยกำหนดจำนวนเงินไม่เกินกว่าห้าหมื่นบาทว่าผู้นั้นจะไม่ก่อเหตุร้ายหรือจะไม่กระทำความผิดดังกล่าวแล้วตลอดที่ศาลกำหนดแต่ไม่เกินสองปี และจะสั่งให้มีประกันด้วยหรือไม่ก็ได้
ถ้าผู้นั้นไม่ยอมทำทัณฑ์บนหรือหาประกันไม่ได้ ให้ศาลมีอำนาจสั่งกักขังผู้นั้นจนกว่าจะทำทัณฑ์หรือหาประกันได้ แต่ไม่ให้กักขังเกินกว่าหกเดือน หรือจะสั่งห้ามผู้นั้นเข้าในเขตกำหนดตามมาตรา ๔๕ ก็ได้
การกระทำของผู้ซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีมิให้อยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติตามมาตรานี้ “
มาตา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๓ แห่งประมวลกฏหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๗๓ เด็กอายุกว่าสิบสองปี กระทำการอันกฏหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ”
มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๗๔ แห่งประมวลกฏหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๗๔ เด็กอายุกว่าสิบสองปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปีกระทำการอันกฏหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ให้ศาลมีอำนาจที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑)ว่ากล่าวตักเตือนเด็กนั้นแล้วปล่อยไป และถ้าศาลเห็นสมควรจะเรียก บิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่มาตักเตือนด้วยก็ได้
(๒).ถ้าศาลเห็นว่าบิดา มารดา หรือผู้ปกครองสามารถดูแลเด็กนั้นได้ ศาลจะมีคำสั่งให้มอบตัวเด็กนั้นให้แก่บิดา มารกา หรือผู้ปกครองไป โดยวางข้อกำหนดให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองระวังเด็กนั้นไม่ให้ก่อเหตุร้ายตลอดเวลาที่ศาลกำหนดซึ่งต้องไม่เกินสามปี และกำหนดจำนวนเงินตามที่เห็นสมควรซึ่งบิดา มารดา หรือผู้ปกครองจะต้องชำระต่อศาลไม่เกินครั้งละหนึ่งหมื่นบาท ในเมื่อเด็กนั้นก่อเหตุร้ายขึ้น
ถ้าเด็กนั้นอาศัยอยู่กับบุคคลอื่นนอกจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครองมาวางข้อกำหนดดังกล่าวข้างต้น ศาลจะเรียกตัวบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่มาสอบถามว่า จะยอมรับข้อกำหนดทำนองที่บัญญัติไว้สำหรับบิดา มารดาหรือผู้ปกครองดังกล่าวข้างต้นหรือไม่ก็ได้ ถ้าบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ยอมรับข้อกำหนดเช่นว่านั้น ก็ให้ศาลมีคำสั่งมอบตัวเด็ก ให้แก่บุคคลนั้นไปโดยวางข้อกำหนดดังกล่าว
(๓).ในกรณีที่ศาลมอบตัวเด็กให้แก่ บิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ตาม(๒) ศาลกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติเด็กนั้นเช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕๖ ด้วยก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ศาลแต่งตั้งพนักงานคุมประพฤติหรือพนักงานอื่นใดเพื่อคุมพฤติกรรมเด็กนั้น
(๔).ถ้าเด็กนั้นไม่มีบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง หรือมีแต่ศาลเห็นว่าไม่สามารถดูแลเด็กนั้นได้หรือถ้าเด็กอาศัยอยู่กับบุคคลอื่นนอกจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครองและบุคคลนั้นไม่ยอมรับข้อกำหนดดังกล่าวใน(๒)ศาลจะมีคำสั่งให้มอบตัวเด็กให้อยู่กับบุคคลหรือองค์การที่ศาลเห็นสมควรเพื่อดูแล อบรม และสั่งสอน รวมตลอดถึงการกำหนดที่อยู่และการจัดให้เด็กมีงานทำตามสมควรหรือให้ดำเนินการคุ้มครองสวัดิการเด็กตามกฏหมายว่าด้วยการนั้นก็ได้ หรือ
(๕).ส่งตัวเด็กนั้นไปยังโรงเรียน หรือสถานฝึกและอบรม หรือสถานที่ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็ก ตลอดระยะเวลาที่ศาลนั้นกำหนดแต่ยังไม่เกินกว่าที่เด็กนั้นจะมีอายุครบสิบแปดปี”
มาตรา ๗ ใหยกเลิกความในมาตรา ๗๔ และมาตรา ๗๖ แห่งประมวลกฏหมายอาญา และให้ใช้ความต่อนี้แทน
”มาตรา ๗๕ ผู้ใดอายุกว่าสิบห้าปีแต่ต่ำกว่าสิบแปดปี กระทำการอันกฏหมายบัญญัติเป็นความผิดศาลให้ศาลพิจารณาถึงความรู้ผิดชอบและสิ่งอื่นทั้งปวงเกี่ยวกับผู้นั้น ในอันที่จะควรวินิจฉัยว่าสมควรพิพากษาลงโทษผู้นั้นหรือไม่ ถ้าศาลเห็นว่าไม่สมควรพิพากษาลงโทษ ก็ให้จัดการตามมาตรา ๗๔ หรือ ถ้าศาลเห็นว่าสมควรพิพากษาลงโทษ ก็ให้ลดมาตราส่วนโทษ ที่กำหนดไว้สำหรับความผิดลงกึ่งหนึ่ง
มาตรา ๗๖ ผู้ใดอายุตั้งแต่สิบแปดแต่ยังไม่เกินยี่สิบ กระทำการอันกฏหมายบัญญัติเป็นความผิด ถ้าศาลเห็นสมควรจะลดมาตราส่วนโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นลงหนึ่งในสามหรือกึ่งหนึ่ง
มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๔ แห่งประมวลกฏหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๙๔ ความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ และความผิดซึ่งผู้กระทำได้กระทำในขณะที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีนั้น ไม่ว่าจะได้กระทำในครั้งก่อนหรือครั้งหลังไม่ถือว่าเป็นความผิดเพื่อการเพิ่มโทษตามความในหมวดนี้”
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
…………………………
นายกรัฐมนตรี
ปัจจุบันร่างกฏหมายนี้ ประกาศใช้บังคับแล้ว โดยเปลี่ยนอายุเด็กจากร่าง 12 ปี เป็น 10 ปี
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- ร่างพระราชบัญญัติที่ สคก.ตรวจพิจารณาแล้วเรื่องเสร็จที่ ๔๘๕/๒๕๕๐
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา











