Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
วัดพระปฐมเจดีย์ มีพระปฐมเจดีย์ เป็นปูชนียสถานที่สำคัญและยังมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ลักษณะเจดีย์เป็นทรงลังกา สูง ๑๒๐.๔๕ เมตร วัดโดยรอบได้ ๒๓๕.๕๐ เมตร
[แก้ไข] งานนมัสการพระปฐมเจดีย์
วัดพระปฐมเจดีย์ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ ต.ปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม มีประวัติและตำนานในตอนต้นไม่สู้จะตรงกันนัก ส่วนที่จะกล่าวนี้ถือเอาเรื่องพระปฐมเจดีย์ ของท่านเจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี ซึ่งได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจากรัชกาลที่ ๔ ให้เป็นแม่กองดำเนินการสถาปนาปฎิสังขรณ์และข้อมูลจากหนังสือวัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดนครปฐม เอามาผสมผสานรวบรวมมาเล่าสู่กันฟัง
ฐานเจดีย์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มีชั้นลดทั้งสี่ทิศ มีระเบียงคตตรงทิศทั้งสี่ และมีวิหารประจำ สันนิษฐานกันว่า องค์พระปฐมเจดีย์นี้มีการสร้างและปฎิสังขรณ์หลายครั้ง
[แก้ไข] ประวัติพระปฐมเจดีย์
สมัยเริ่มแรก อยู่ระหว่าง พ.ศ.๓๐๐ - ๑๐๐๐ เป็นสมัยสุวรรณภูมิ ซึ่งสันนิษฐานกันว่า เมื่อพระเจ้าอโศกมหาราช ผู้ครองอินเดียมีอานุภาพมาก และนับถือพระพุทธศาสนา ได้ส่งพระเถระไปเที่ยวเผยแพร่พระพุทธศาสนา ที่มาทางสุวรรณภูมิคือ พระโสณเถระ กับพระอุตระเถระ ที่มายังสุวรรณภูมิและคงจะต้องอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาด้วย
สมัยที่สอง คือ สมัยทวารวดี ระหว่าง พ.ศ.๑๐๐๐ - ๑๖๐๐ คงจะมีการสร้างเพิ่มเติม
สมัยที่สาม คือ สมัยที่พระปฐมเจดีย์ถูกทิ้งร้างมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
หลักฐานทางโบราณคดี ในสมัยทวารวดี พระปฐมเจดีย์ อยู่ห่างจากฝั่งทะเลประมาณ ๑๐ กม. เป็นเมืองสำคัญทางปากอ่าวไทยทางฝั่งตะวันตก โดยมีลพบุรีเป็นเมืองสำคัญทางปากอ่าวด้านตะวันออก
องค์พระปฐมเจดีย์ ถูกทิ้งร้างมานานนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.๑๕๐๐ เป็นต้นมา สาเหตุหนึ่งคือพระเจ้าอนุรุธ แห่งเมืองพุกาม ประเทศพม่า ซึ่งมีอำนาจมาก ได้บุกรุกเข้ามาถึงดินแดนแถบนี้และกวาดต้อนผู้คนไปยังพม่า ทำให้เมืองนครปฐมต้องถูกทิ้งร้างไป หลักฐานทางโบราณคดีที่ขุดได้จากเมืองพุกาม นั้นมีลักษณะเดียวกับที่ขุดพบที่นครปฐมเช่น พระพิมพ์เงิน เหรียญรูปสังข์ หรือวัดที่พุกามสร้างขึ้นหลังสมัยพระเจ้าอนุรุธ ก็มีแบบเดียวกับเจดีย์วัดพระเมรุ ซึ่งวัดนี้อยู่ห่างจากพระปฐมเจดีย์ไม่ถึง ๑ กิโลเมตร
เมื่อถูกทิ้งร้างไปจนมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ นครปฐมยังเป็นป่าในสมัยของรัชกาลที่ ๓ และเกิดกระทำปาฏิหารย์ขึ้น ได้เห็นได้ทั่วกันในบริเวณที่องค์พระปฐมเจดีย์ตั้งอยู่
ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ.๒๓๗๔ เจ้าฟ้ามงกุฎหรือรัชกาลที่ ๔ ในแผ่นดินต่อมา ทรงผนวชอยู่ ณ วัดสมอรายหรือวัดราชาธิวาสในปัจจุบัน ได้เสด็จธุดงค์มากับคณะสงฆ์มายังนครปฐม ทรงปักกลดที่โคนต้นตะคร้อด้านทิศเหนือ ทรงสังเกตเห็นว่าองค์พระมีขนาดใหญ่มากน่าจะมีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่
พระองค์จึงเสด็จขึ้นสวดมนต์บนลานพระปฐมเจดีย์แล้วทรงอธิษฐานว่า ถ้ามีพระบรมสารีริกธาตุขอให้เทพดาผู้รักษาจงได้แบ่งให้สัก ๒ องค์ เพื่อนำไปบรรจุในพระพุทธรูปที่สร้างใหม่คือพระพุทธรูปเนาวรัตน์ แล้วรับสั่งให้มหาดเล็กนำผอบใส่พานขึ้นไปตั้งไว้ในโพรงด้านทิศตะวันออก พอวันจะเสด็จกลับก็ให้ชึ้นไปอัญเชิญแต่ก็ไม่มีพระบรมสารีริกธาตุ
ต่อมาเมื่อเสด็จกลับมาแล้วประมาณเดือนเศษ ๆ พระสงฆ์สวดมนต์ที่หอพระ วัดมหาธาตุ ขณะที่สวดไปครึ่งหนึ่งก็เกิดกลุ่มควันสีแดง กลิ่นหอมเหมือนควันธูป ควันมากขึ้นจนรมพระพุทธรูป พระสงฆ์ก็หยุดสวดมนต์ ลุกขึ้นไปดูก็ไม่พบอะไร รุ่งขึ้นจึงไปทูลให้ทรงทราบ พระองค์จึงเสด็จไปทอดพระเนตรพระพุทธรูปเนาวรัตน์ที่พระองค์ทรงสร้างไว้ และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้แล้ว ก็ทรงพบว่ามีพระธาตุเพิ่มขึ้นมาอีก ๒ องค์ จึงโปรดให้บรรจุไว้ในพระสัมพุทธพรรณีองค์หนึ่ง ในเจดีย์สุวรรณผลึกอีกองค์หนึ่ง และเกิดแรงศรัทธามุ่งมั่นที่จะบูรณะองค์พระปฐมเจดีย์ให้จงได้ ทั้งนี้เพราะเมื่อเสด็จกลับมาแล้วนั้น ได้ไปถวายพระพรแด่สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชคือ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระดำรัสว่า "เป็นของอยู่ในป่ารก จะทำขึ้นก็ไม่เป็นประโยชน์อันใดนัก" ซึ่งเมื่อได้สดับพระกระแสร์รับสั่งว่าไม่โปรดแล้วก็ทรงพระจิตนาไว้ว่า จะทรงสถาปนาปฏิสังขรณ์ขึ้นไว้ให้จงได้
ดังนั้นเมื่อ เจ้าฟ้ามงกุฎ ได้ลาผนวชขึ้นครองราชสมบัติแล้วได้ ๒ ปี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้เริ่มลงมือก่อสร้างปฎิสังขรณ์องค์พระเจดีย์เป็นการใหญ่ โปรดให้สมเด็จเจ้าพระยาพระบรมมหาประยูรวงค์เป็นแม่กอง และเมื่อสมเด็จเจ้าพระยาถึงพิราลัยก็ทรงโปรดเกล้าให้เจ้าพระยาทิพากรวงค์มหาโกษาธิบดี ดำเนินการต่อไป
เมื่อ ๒๓ มีนาคม ๒๔๐๐ ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังวัดพระปฐมเจดีย์ เพื่อก่อพระเจดีย์เป็นปฐมฤกษ์โดยเสด็จมาทางเรือ มาเสด็จขึ้นที่วัดชัยพฤกษมาลา แล้วจึงเสด็จทางบกไปประทับแรมที่พลับพลาท่าหวด วันรุ่งขึ้นจึงเสด็จทางเรือมาขึ้นที่คลองเจดีย์บูชา ซึ่งเป็นคลองที่โปรดให้ขุดขึ้นกับคลองมหาสวัสดิ์ (คลองนี้ขุดเชื่อมกับคลองเจดีย์บูชาที่วัดชัยพฤกษมาลามาสู่แม่น้ำท่าจีน ขุดหลังคลองเจดีย์บูชา)
วันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ.๒๔๐๐ ทรงก่อพระเจดีย์เป็นพระฤกษ์ แล้วโปรดเกล้าให้ชายฉกรรจ์ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงกับองค์พระปฐมเจดีย์ ถวายตัวเป็น "ข้าพระ" จำนวน ๑๒๖ คน
[แก้ไข] งานนมัสการพระปฐมเจดีย์
งานนมัสการพระปฐมเจดีย์จัดให้มีขึ้นในวันขึ้น ๑๒ ค่ำ ถึงวันแรม ๕ ค่ำ เดือน ๑๒ โดยจัดที่บริเวณวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร เมื่อถึงกำหนดงานจะมีประชาชนจากทั่วสารทิศ เดินทางมานมัสการพระปฐมเจดีย์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ในบริเวณงานมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆ มากมาย มีการประกวดนางนพมาศ ประกวดกระทง ประกวดโคมแขวน และมีประเพณีลอยกระทงรวมอยู่ด้วย โดยจัดขึ้นที่บริเวณพระราชวังสนามจันทร์ นอกจากนี้ยังมีการละเล่นต่างๆ รวมทั้งการแสดงบนเวทีและมหรสพนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ดนตรี หรือเครื่องเล่นต่างๆ ผู้ที่มาเที่ยวงานนมัสการพระปฐมเจดีย์ นอกจากจะได้ทำบุญทำกุศลแล้ว ยังได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินไปพร้อมๆ กันด้วย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก











