.:: ชื่อสกุล - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
ชื่อสกุล
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

[แก้ไข] ชื่อสกุล

สกุล

        สกุล เป็นคำยืมจากภาษาบาลีสันสกฤตว่า กุล แปลว่า ฝูง หมู่ ครอบครัว วงศ์ เชื้อสาย เผ่าพันธ์ ไทยใช้ สกุล ในความหมายว่า ครอบครัว วงศ์ การสืบสกุลของไทยนับตามผู้ที่เป็นบิดา เมื่อพูดถึงคนในสกุลเดียวกัน จึงมีความหมายว่า เป็นคนที่มีพ่อเดียว มีปู่เดียวกัน หรือปู่เป็นพี่น้องกัน เป็นต้น นอกจากนี้ คำว่า สกุล ยังมีใช้ในความว่า เชื้อสายผู้ดี ความเป็นผู้ที่มีมารยาทสังคมถูกต้องตามลักษณะผู้ดี เช่น เธอมีกิริยามารยาทเรียบร้อยสมกับเป็นผู้มีสกุล เราเป็นคนมีสกุลจะทำอะไรก็ต้องรักษาชื่อเสียงของวงศ์สกุลไว้บ้าง คนที่ไม่มีมารยาท เรียกว่า คนไม่มีสกุล หรือ ไม่มีสกุลรุนชาติ

        คำว่า นามสกุล แปลว่า ชื่อสกุล หมายถึง ชื่อของวงศ์ ชื่อของตระกูล นามสกุลของไทยเริ่มใช้ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุล พุทธศักราช 2456 ขึ้น และประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2456 นามสกุล มีลักษณะสำคัญคือ “เป็นหลักของการสืบเชื้อสายต่อเนื่องกันทางบิดาผู้ให้กำเนิด เป็นศักดิ์ศรี และแสดงสายสัมพันธ์ในทางร่วมสายโลหิตของบุคคล” (คัดจาก พระราชกรณียกิจสำคัญใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง กำเนิดนามสกุล เล่ม 1 โดยจมื่นอมรดรุณารักษ์ (แจ่ม สุนทรเวช) นามสกุลจะบ่งบอกว่าใครเป็นลูกเป็นหลานของใคร ใครเป็นพ่อ ใครเป็นปู่ ผู้ที่ใช้นามสกุลเดียวกัน ถือว่ามีความสัมพันธ์เป็นวงศ์เดียวกัน จะทำดีทำชั่วก็จะมีผลกระทบถึงกัน นามสกุล จึงเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจมิให้คนทำผิดทำชั่วเพราะจะกระทบถึงผู้อื่นที่ใช้นามสกุลเดียวกันด้วย

ตระกูล

        ตระกูล เป็นคำยืมจากภาษาบาลีสันสกฤตว่า กุล แปลว่า วงศ์ เชื้อสาย เผ่าพันธ์ เช่นเดียวกับคำว่า สกุล แต่มักจะใช้ในความหมายที่กว้างกว่า สกุล ตระกูล หมายถึงเชื้อสาย เผ่าพันธ์ เช่น ต้นตระกูลไทยรักษาบ้านเมืองไว้ให้เราด้วยเลือดเนื้อเราจึงต้องกตัญญูรักษาบ้านเมืองไว้ต่อไป เขาเป็นผู้ดีมีตระกูลมาตั้งแต่สมัยปู่ย่า ตายาย บรรพบุรุษเขาเป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์ทำคุณไว้ให้ประเทศมากมาย ถ้าเธอประพฤติตนดี คนเขาก็จะสรรเสริญไปถึงวงศ์ตระกูล ถ้าทำชั่วก็เหม็นไปทั้งตระกูล คำว่า ตระกูล ไม่ได้หมายถึงเฉพาะคนที่ใช้นามสกุลเดียวกัน หรือคนที่เป็นลูกหลานของพ่อแม่ ปู่ย่า เดียวกันเท่านั้น หากกินความกว้าง และใช้เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์อย่างกว้าง ๆ ของคนที่เป็นญาติพี่น้องกันด้วย

ราชสกุล

        ราชสกุล แปลว่า สกุลของพระราชา ใช้หมายถึง สกุลของผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากพระราชวงศ์ พระราชวงศ์ที่สืบเชื้อสายมาจากพระมหากษัตริย์ มีนามของราชสกุลเป็นนามสกุล มักจะเป็นพระนามพระราชโอรสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 1 ที่ 2 หรือ ที่ 3 เช่น ราชสกุล มหิดล กิติยากร สนิทวงศ์ อาภากร สวัสดิกุล เทวกุล สุขสวัสดิ์ ทองใหญ่ รังสิต ราชสกุลของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชวงศ์จักรี หมายถึง ผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทุกมหาสาขา รวมทั้งพระราชธิดาในพระราชวงศ์นี้ด้วย

ณ อยุธยา

        คำว่า ณ อยุธยา เป็นคำที่ใช้ต่อท้าย นามสกุลของผู้ที่มีบรรพบุรุษเป็นพระราชวงศ์ หรือที่เรียกกันในภาษาลำลองว่าเป็นเจ้า ในระบบฐานันดรศักดิ์ของพระมหากษัตริย์ไทย ลูกจะมีศักดิ์ที่ลดลงจากพ่อชั้นหนึ่ง เช่น ลูกของพระองค์เจ้าจะเป็นหม่อมเจ้า ลูกของหม่อมเจ้าเป็นหม่อมราชวงศ์ ลูกของหม่อมราชวงศ์เป็นหม่อมหลวง ลูกของหม่อมหลวงเป็น เด็กชาย เด็กหญิง นาย นางสาว ผู้ที่มีอิสริยศักดิ์เป็นหม่อมเจ้า ถือว่าเป็นเจ้า เมื่อพูดกับหรือพาดถึงพระราชวงศ์ตั้งแต่หม่อมเจ้าขึ้นไป ต้องใช้คำราชาศัพท์ แต่ผู้ที่เป็นหม่อมราชวงศ์และหม่อมหลวง ไม่นับว่าเป็นเจ้า จึงไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์เมื่อพูดกับหรือพูดถึงผู้ที่เป็นหม่อมราชวงศ์ หรือหม่อมหลวง หม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ หม่อมหลวง ใช้นามราชสกุลของตนเป็นนามสกุล เช่น หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ หม่อมหลวงภูมิใจ ชุมพล แต่ลูกของหม่อมหลวงและต่อไปเป็นหลาน เหลน ใช้นามราชสกุลโดยลำพังไม่ได้ ต้องมีคำว่า ณ อยุธยา ต่อท้าย เช่น นายทองต่อ กล้วยไม้ ณ อยุธยา นางสาวอาภา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา คนธรรมดาที่แต่งงานกับหม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ และหม่อมหลวงและเปลี่ยนนามสกุลไปใช้นามราชสกุล ก็ต้องใช้คำว่า ณ อยุธยา ต่อท้าย เช่น นางสาวศรีวิภา ชูเอม แต่งงานกับ หม่องราชวงศ์นุภาศพัฒน์ จรูญโรจน์ เปลี่ยนเป็น นางศรีวิภา จรูญโรจน์ ณ อยุธยา นางสาวชาดา ราชกิจภารวิสัย แต่งงานกับ หม่อมหลวงสงบ ศิริวงศ์ เปลี่ยนเป็นนางชาดา ศิริวงศ์ ณ อยุธยา เป็นต้น

        คำต่อท้ายนามราชสกุลดังอธิบายข้างต้นนั้น เมื่อเริ่มมีการใช้นามสกุล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานให้ใช้ว่า ณ กรุงเทพ แต่ต่อมาได้มีประกาศเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2467 ให้เปลี่ยนคำต่อนามสกุล ณ กรุงเทพ ให้เป็น ณ อยุธยา โดยมีพระราชวินิจฉัยว่า กรุงเทพ เป็นคำขึ้นต้นชื่อพระนคร 2 แห่ง คือ กรุงเทพมหานครบวรทวารวดีศรีอยุธยา และกรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์ แต่พระราชวงศ์จักรีเป็นราชสกุลมหาศาลที่สืบมาตั้งแต่ในสมัยพระนครศรีอยุธยา จึงโปรดให้ใช้คำว่า ณ อยุธยา ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2468 เป็นต้นมา

แซ่

        แซ่ เป็นคำภาษาจีน แปลว่า ชื่อตระกูลวงศ์ คนจีนมีระบบการใช้นามสกุล ซึ่งมักเป็นคำ ๆ เดียวมาแต่โบราณ เช่น อึ้ง ตัน เบ๊ หลี เมื่อมีการตั้งนามสกุลใช้จึงใช้คำว่า แซ่ นำหน้าชื่อสกุลนั้น ๆ คนจีนในเมืองไทย จึงมีนามสกุลขึ้นต้นด้วยคำว่าแซ่ เช่น แซ่อึ้ง แซ่ตัน แซ่ตั้น แซ่เบ๊ แต่ลูกหลานจีนซึ่งเกิดในเมืองไทยถือสัญชาติไทยมักจะเปลี่ยนชื่อแซ่เป็นนามสกุลโดยอาจรักษาชื่อแซ่ไว้ในนามสกุล เช่น แซ่อึ้ง เป็น อึ้งภากร แซ่ตัน เปลี่ยนเป็น ตันสกุล แซ่ตั้ง เป็น ตั้งตระกูล บางคนอาจแปลแซ่เป็นคำไทย เช่น เบ๊ แปลว่า ม้า คนแซ่เบ๊ ก็มักจะตั้งนามสกุลขึ้นต้นด้วยคำว่า อัศว หรือ มโนมัย ซึ่งแปลว่า ม้า แต่หลายคนก็ตั้งนามสกุลใหม่เลย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 
 
 
   Hosted by kapook.com