Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
ซีเกมส์ เดิมเรียกว่า กีฬาแหลมทอง หรือเซียปเกมส์ SEAP Games (South East Asian Peninsula) มีไทยเป็นตัวตั้งตัวตีจัดตั้งขึ้นในปี 2502 มุ่งหมายสร้างความสัมพันธ์อันดีในภูมิภาคและส่งเสริมความก้าวหน้าทางการกีฬา เช่นเดียวกับโอลิมปิกและเอเชี่ยนเกมส์ ชื่อการแข่งขันกีฬาเปลี่ยนเป็นซีเกมส์ SEA Games (South East Asia) ในปี 2518 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพอีกครั้งและปัจจุบันมีสมาชิกเข้าแข่งขันครบทั้ง 10 ชาติ เป็นสมาชิกของกลุ่มอาเซียนนั่นเอง
สารบัญ |
[แก้ไข] ประวัติกีฬาซีเกมส์
มหกรรมกีฬาของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีชื่อเรียกขานเป็นที่รู้จักกันดีในปัจจุบันว่า " กีฬาซีเกมส์ " (SEA Games) นั้นได้ถือกำเนิดมาจาก " กีฬาแหลมทอง " (SEAP Games) เมื่อปลายปี 2500
หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในสมัยนั้นเป็นผู้ริเริ่มให้มีการจัดกีฬาแหลมทองขึ้น โดยมีความเห็นว่าไทยกับประเทศเพื่อนบ้านได้มีความสัมพันธ์ทางกีฬามาช้านาน โดยที่ประชาชนที่อยู่ในภาคพื้นนี้มีสภาพความเป็นอยู่ อากาศ และรูปร่างคล้ายคลึงกันมาก จึงเห็นสมควรให้จัดกีฬาระดับภูมิภาคขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการกีฬาของชาติในภูมิภาคแหลมทองให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ และเพื่อเป็นการเตรียมเข้าร่วมแข่งขันกีฬาเกมส์ใหญ่ ๆ เช่น เอเชี่ยนเกมส์ โอลิมปิกเกมส์ อีกทั้งเพื่อ "สร้างสรรค์ความสัมพันธไมตรี และความร่วมมือระหว่างชาติเพื่อนบ้านในภูมิภาคแหลมทอง"
ปี 2501 แนวความคิดของ หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ ได้รับการสนับสนุนจากประเทศเขมร เวียดนาม จึงได้นำความคิดเห็นดังกล่าวเสนอต่อคณะที่ประชุมคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2501 ซึ่งที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติรับหลักการเห็นสมควรให้จัดการแข่งขันครั้งแรกที่กรุงเทพ ฯ ในเดือนธันวาคม 2501 พร้อมกับมอบให้ หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ นายกอง วิสุทธารมณ์ และนายสวัสดิ์ เลขยานนท์ เป็นผู้ดำเนินการวางโครงการและรายละเอียดต่อไป และได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีในโอกาสต่อมา
ในระหว่างการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 3 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนพฤษภาคม 2501 คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่ง ประกอบด้วย หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ นายกองวิสุทธารมณ์ และนายสวัสดิ์ เลขยานนท์ เป็นผู้แทนไทยเดินทางนำข้อเสนอแนะการจัดการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศกลุ่มแหลมทองไปหารือปรึกษาระหว่างชาติในภาคพื้นแหลมทองขึ้น ที่โตเกียวด้วย
การประชุมครั้งนี้มีขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2501 ประเทศที่เข้าร่วมประชุมมี ไทย พม่า มาลายา (มาเลเซีย) ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ และมีมติให้ใช้ชื่อการแข่งขันนี้ว่า " กีฬาแหลมทอง " เพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศไทย และให้จัดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศไทยในปี 2502 และจากความตกลงครั้งนี้ กีฬาแหลมทองจึงได้ถือกำเนิดภายใต้ธรรมนูญสหพันธ์กีฬาแหลมทอง และกำหนดให้มีการแข่งขันทุก ๆ 2 ปี เพื่อให้มีขึ้นระหว่างระยะเวลาการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์
กีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 17 ธันวาคม 2502 มีนักกีฬา และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมทั้งหมด 527 คน จาก 6 ประเทศ คือ พม่า ลาว มาลายา (มาเลเซีย) สิงคโปร์ เวียดนาม และไทยเจ้าภาพ กีฬาที่บรรจุไว้ในครั้งแรกมี 12 ชนิด คือ กรีฑา แบดมินตัน บาสเกตบอล มวยสากล จักรยาน ฟุตบอล เทนนิส ยิงปืน ว่ายน้ำ เทเบิลเทนนิส วอลเลย์บอล และยกน้ำหนัก
การแข่งขันได้ดำเนินเรื่อยมาโดยประเทศภาคีสมาชิกผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพจนถึงการแข่งขันครั้งที่ 8 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปี 2518 ที่ประชุมคณะมนตรีสหพันธ์ กีฬาแหลมทองได้มีมติใหม่ขยายเขตการรับสมาชิกกว้างออกไปถึงอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ และในการประชุมคณะมนตรีสหพันธ์กีฬาแหลมทองครั้งต่อมา เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2520 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ที่ประชุมได้มีมติให้รับรองอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์เข้าเป็นสมาชิกพร้อมทั้งให้เปลี่ยนชื่อการแข่งขันจาก " กีฬาแหลมทอง " หรือ " เซียพเกมส์ " เป็น " ซีเกมส์ " และให้ตั้งชื่อนี้ตั้งแต่การแข่งขันครั้งที่ 9 ที่มาเลเซียเป็นเจ้าภาพในปี 2520 เป็นต้นมา
[แก้ไข] ข้อหารือและมติในการประชุมเกี่ยวกับกีฬาซีเกมส์
ข้อหารือและมติในการประชุมเกี่ยวกับกีฬาซีเกมส์ ที่โตเกียว 22 พฤษภาคม 2501 พอสรุปได้ดังนี้
1. ผู้แทนที่เข้าร่วมประชุมมีความยินดีและเห็นชอบในหลักการที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา แหลมทอง บางประเทศแถลงว่า การแข่งขันกีฬาระดับนี้เป็นกรณีระหว่างประเทศ ซึ่งจะต้องขอรับความเห็นชอบจากรัฐบาลของตนก่อน
2. ที่ประชุมมีมติให้จัดการแข่งขันกีฬานี้ ทุกๆ 2 ปี เพื่อให้มีขึ้นในระหว่างระยะเวลาการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ ที่ประชุมรับทราบข้อเสนอให้มีการแข่งขันกีฬาเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ในปี 2502
3. ให้มีการจัดทำธรรมนูญขึ้นโดยเร็วที่สุดที่จะเร็วได้
4. สหพันธ์กีฬาแหลมทองจะประกอบด้วยผู้แทนของประเทศภาคี ประเทศละไม่เกิน 3 คน มนตรีสหพันธ์ที่ได้รับการแต่งตั้งเหล่านี้จะมีการประชุมก่อนการแข่งขันแต่ละครั้ง
5. ประเทศไทยเสนอให้มีการแข่งขันกีฬา 12 ชนิด คือ ฟุตบอล บาสเกตบอล ยกน้ำหนัก วอลเลย์บอล มวยสากล แบดมินตัน เทนนิส จักรยาน(ประเภทถนน) ว่ายน้ำ เทเบิลเทนนิส ยิงปืน
6. ให้กรีฑาเป็นกีฬาบังคับ ส่วนกีฬาอื่นให้เลือกได้ แต่ต้องมีประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน ไม่น้อยกว่า 3 ประเทศด้วยกัน
7. ภาคีแต่ละประเทศจะต้องจ่ายค่าเดินทางไปยังกรุงเทพฯ และกลับเอง ถ้าเดินทาง กลับด้วยรถไฟ ประเทศไทยจะพยายามจัดรถพยาบาล จัดรถพิเศษ และลดราคาค่าโดยสารให้ทีมต่างๆ นั้นในช่วงที่อยู่ในประเทศไทย
8. คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะให้มีที่พัก อาหาร และพาหนะภายในประเทศ ภาคีแต่ละประเทศจะต้องเสียค่าที่พัก อาหาร ให้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่คนละ 8 เหรียญต่อวัน เพื่อช่วยค่าใช้จ่าย ตามที่เคยปฏิบัติในเอเชี่ยนเกมส์
9. จะมีพิธีเปิดและพิธีปิดการแข่งขัน
10. ระยะการแข่งขันมีกำหนด 5 วัน คณะนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันอาจมาพักอยู่ได้ 5 วันก่อนการแข่งขัน
11. ได้มีการหารือและพิจารณาธงเครื่องหมายของกีฬาแหลมทองด้วย
12. ภาคีประเทศจะจัดให้มีการจุดไฟพิธีในประเทศของตนและนำมารวมกันกรุงเทพฯ ในพิธีเปิดการแข่งขันจะมีผู้ถือคบไฟ 6 คนจากประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันประเทศละ 1 คน ซึ่งจะได้มาจุดพร้อมกันที่กระถางไฟพิธี
13. ได้มีการหารือในการจัด "ตะกร้อ" เป็นกีฬาแสดงการแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งแรกเดิมกำหนดว่าแข่งขันในเดือนมกราคม 2502 ต่อมาคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯได้มีการพิจารณา เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2501 อีกครั้ง และมีความเห็นว่า เพื่อให้มีการเตรียมการได้ทันจึงให้เลื่อนการแข่งขันไปเป็นเดือนธันวาคม 2502 พร้อมกันนั้นได้ตั้ง พ.ท. เอิบ แสงฤทธิ์ ดร. คลุ้ม วัชโรบล และนพ.บุญสม มาร์ติน เป็นผู้คิดงบประมาณค่าใช้จ่ายในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย ต่อมาได้มีการแต่งตั้งให้ พล.ท.ประภาส จารุเสถียร (ยศในสมัยนั้น) ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานมนตรีสหพันธ์กีฬาแหลมทองคนแรก และคุณหลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ เป็นประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันครั้งที่ 1
ต่อมาได้มีการแต่งตั้งให้ พล.ท.ประภาส จารุเสถียร (ยศในสมัยนั้น) ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานมนตรีสหพันธ์กีฬาแหลมทองคนแรก และคุณหลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ เป็นประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันครั้งที่ 1
[แก้ไข] ประเทศสมาชิก
[แก้ไข] การแข่งขัน
1. กีฬาแหลมทอง 1959 (พ.ศ. 2502), กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
2. กีฬาแหลมทอง 1961 (พ.ศ. 2504), ร่างกุ้ง, ประเทศพม่า
3. กีฬาแหลมทอง 1963 (พ.ศ. 2506), ประเทศกัมพูชา (ยกเลิก โดยเลื่อนไปเป็นปี ค.ศ. 1965 และเปลี่ยนเจ้าภาพเป็นประเทศมาเลเซียแทน)
4. กีฬาแหลมทอง 1965 (พ.ศ. 2508), กัวลาลัมเปอร์, ประเทศมาเลเซีย
5. กีฬาแหลมทอง 1967 (พ.ศ. 2510), กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
6. กีฬาแหลมทอง 1969 (พ.ศ. 2512), ร่างกุ้ง, ประเทศพม่า
7. กีฬาแหลมทอง 1971 (พ.ศ. 2514), กัวลาลัมเปอร์, ประเทศมาเลเซีย
8. กีฬาแหลมทอง 1973 (พ.ศ. 2516), ประเทศสิงคโปร์
9. กีฬาแหลมทอง 1975 (พ.ศ. 2518), กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
10. กีฬาซีเกมส์ 1977 (พ.ศ. 2520), กัวลาลัมเปอร์, ประเทศมาเลเซีย
11. กีฬาซีเกมส์ 1979 (พ.ศ. 2522), จาการ์ตา, ประเทศอินโดนีเซีย
12. กีฬาซีเกมส์ 1981 (พ.ศ. 2524), มะนิลา, ประเทศฟิลิปปินส์
13. กีฬาซีเกมส์ 1983 (พ.ศ. 2526), ประเทศสิงคโปร์
14. กีฬาซีเกมส์ 1985 (พ.ศ. 2528), กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
15. กีฬาซีเกมส์ 1987 (พ.ศ. 2530), จาการ์ตา, ประเทศอินโดนีเซีย
16. กีฬาซีเกมส์ 1989 (พ.ศ. 2532), กัวลาลัมเปอร์, ประเทศมาเลเซีย
17. กีฬาซีเกมส์ 1991 (พ.ศ. 2534), มะนิลา, ประเทศฟิลิปปินส์
18. กีฬาซีเกมส์ 1993 (พ.ศ. 2536), ประเทศสิงคโปร์
19. กีฬาซีเกมส์ 1995 (พ.ศ. 2538), จังหวัดเชียงใหม่, ประเทศไทย (ครั้งแรกที่เมืองเจ้าภาพไม่ใช่เมืองหลวง)
20. กีฬาซีเกมส์ 1997 (พ.ศ. 2540), จาการ์ตา, ประเทศอินโดนีเซีย
21. กีฬาซีเกมส์ 1999 (พ.ศ. 2542), บันดาร์เสรีเบกาวัน, ประเทศบรูไน
22. กีฬาซีเกมส์ 2001 (พ.ศ. 2544), กัวลาลัมเปอร์, ประเทศมาเลเซีย
23. กีฬาซีเกมส์ 2003 (พ.ศ. 2546), ฮานอย, โฮจินมินซิตี้, ประเทศเวียดนาม
24. กีฬาซีเกมส์ 2005 (พ.ศ. 2548), ประเทศฟิลิปปินส์ (หลายเมือง โดยมีมะนิลาเป็นศูนย์กลาง)
25. กีฬาซีเกมส์ 2007 (พ.ศ. 2550), จังหวัดนครราชสีมา, ประเทศไทย (ในปี พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) ประเทศ สิงคโปร์ขอถอนตัวเนื่องจากสถานที่ไม่พร้อม)
26. กีฬาซีเกมส์ 2009 (พ.ศ. 2552), เวียงจันทน์, ประเทศลาว
27.กีฬาซีเกมส์ 2011 (พ.ศ. 2554), ประเทศอินโดนีเซีย
28.กีฬาซีเกมส์ 2013 (พ.ศ. 2556), ประเทศสิงคโปร์
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก













