.:: ดินเปรี้ยว - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
ดินเปรี้ยว
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search



           การแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวด้วยวิธี "การแกล้งดิน" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับทราบความเดือดร้อนของพสกนิกรในภาคใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรในจังหวัดนราธิวาส ที่ประสบปัญหาดินเปรี้ยวทำให้เพาะปลูกไม่ได้ผล พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริให้ทำการศึกษาวิจัยและพัฒนาดินพรุเพื่อแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จังหวัดนราธิวาส โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการศึกษาและพัฒนาพื้นที่พรุ ซึ่งเป็นดินเปรี้ยวให้เป็นดินที่มีคุณภาพ สามารถทำการเพาะปลูกได้ พระองค์ทรงแนะนำให้ใช้วิธี "การแกล้งดิน" คือ เริ่มจากการแกล้งดินให้เปรี้ยวสุดขีด ด้วยการทำให้ดินแห้งและเปียกสลับกันเพื่อเร่งปฏิกิริยาทางเคมีของดินพรุที่มีสารประกอบของกำมะถันที่จะทำให้ดินมีสภาพเป็นกรดจัดเมื่อดินแห้ง จากนั้นก็จึงทำการปรับปรุงดินที่เป็นกรดจัดนั้นด้วยวิธีการต่างๆ ที่จะลดความเป็นกรดลงมาให้อยู่ในระดับที่จะปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าวได้

สารบัญ

[แก้ไข] ดินเปรี้ยว คืออะไร ?

           ดินเปรี้ยว คือ ดินที่อาจจะมีหรือกำลังมี หรือได้เคยมีกรดกำมะถันอยู่ในชั้นหน้าตัดของดิน ซึ่งเป็นผลมาจากขบวนการสร้างดินขึ้น และปริมาณของกรดที่เกิดขึ้นนั้นมีมากพอที่จะมีผลต่อการควบคุมการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของดิน โดยทั่วไปดินจะมีประจุดประสีเหลืองฟางข้าวของสารประกอบที่เรียกว่า จาโรไซด์ (Jarosite) ดินเปรี้ยวจะมี pH ที่ต่ำมากจนก่อให้เกิดปัญหาต่การปลูกพืชเนื่องจากธาตุอาหารที่จำเป็นแก่พืชบางอย่างจะถูกตรึงจนไม่สามารถละลายออกมาเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ และสารบางอย่างในดินจะถูกละลายออกมามากเกินไป จนเกิดเป็นสารพิษ อีกทั้งจุลินทรีย์ประเภทที่เป็นประโยชน์ต่อพืชบางชนิดไม่สามารถทำงานหรือมีชีวิตอยู่ได้

[แก้ไข] พื้นที่ดินเปรี้ยว

           พื้นที่ดินเปรี้ยวจัดของประเทศไทยมีเนื้อที่ประมาณ 9.4 ล้านไร่ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางตอนใต้ มีเนื้อที่ประมาณ 5.6 ล้านไร่ แถบจังหวัดปทุมธานี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และบางส่วนของจังหวัดสระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สุพรรณบุรีและดินเปรี้ยวจัดในแถบบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ และชายฝั่งทะเลตะวันออกของภาคใต้อีกประมาณ 3.8 ล้านไร่

[แก้ไข] การแก้ไข

           การแก้ไขและการปรับปรุงดินกรดกำมะถัน ทำได้โดยการระบายน้ำเฉพาะในส่วนของเนื้อดินตอนบนออกเพื่อล้างสารที่เป็นกรดออกไป และจะต้องควบคุมให้มีน้ำแช่ขังอยู่ในดินล่าง เพื่อป้องกันไม่ให้สารที่เป็นกรดเกิดขึ้นใหม่อีก พร้อมกับจะต้องป้องกันไม่ให้น้ำเค็มหรือน้ำกร่อยเข้ามาในบริเวณพื้นที่ และจะต้องใส่สารปรับปรุงดินพวกปูน เช่น ปูนขาว ปูนมาร์ล หินปูนบดละเอียดหรือเปลือกหอยเผาเพื่อให้ทำปฏิกิริยาแก้ความเป็นกรดในดิน ควบคู่ไปกับการใส่ปุ๋ยเพื่อเพิ่มธาตุอาหารพืช


[แก้ไข] พื้นที่ที่พบดินเปรี้ยวในประเทศไทย

          ดินเปรี้ยวจัด หรือ ดินกรดจัด ในประเทศไทย มีอยู่ประมาณ 9 ล้านไร่ โดย 5 ล้านไร่ หรือ กว่าครึ่งหนึ่งของดินเปรี้ยวทั้งหมด อยู่บริเวณที่ราบลุ่มภาคกลาง โดยเฉพาะบริเวณที่เรียกกันว่า ที่ราบลุ่มกรุงเทพฯ โดยมีพื้นที่ราวร้อยละ 35 ของพื้นที่ราบลุ่มนี้ ที่เหลือพบกระจัดกระจายอยู่ตามชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณลุ่มน้ำจันทบุรี ชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกและตะวันออกของภาคใต้ เช่น ที่ สงขลา นราธิวาส และ ปัตตานี ดินบริเวณที่ราบลุ่มภาคกลาง แบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน คือ


          1. พื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำเก่า (Old delta) ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี อ่างทอง และ พระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ประมาณ 3.6 ล้านไร่ เกิดจากการทับถมของตะกอนที่พัดพาโดยแม่น้ำเจ้าพระยา และ แม่น้ำสุพรรณบุรี สูงจากระดับน้ำทะเล 15 เมตรโดยประมาณที่จังหวัดชัยนาท แล้วลาดเทลงมาทางใต้ จนถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 5 เมตร เป็นดินนาชั้นดี และไม่เป็นกรด

          2. พื้นที่ราบลุ่มใหม่ (New delta) ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรื่อยลงมาถึงชายทะเลอ่าวไทย มีพื้นที่ประมาณ 8.3 ล้านไร่ ประกอบด้วยพื้นที่ 2 ลักษณะ คือ พื้นที่ที่เกิดจากตะกอนน้ำทะเล (Deltaic high) มีแร่ไพไรท์ไม่เกิน 0.8 % จึงไม่เป็นดินกรดจัด เป็นที่ตั้งของกรุงเทพฯ ห่างไปทางทิศตะวันตกและตะวันออก ขนานกับแนวชายฝั่งอ่าวไทยซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 3-5 เมตร และพื้นที่ราบลุ่มโดยรอบ (Delta flat) ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 1-2 เมตร เกิดจากตะกอนน้ำกร่อย มีแร่ไพไรท์ค่อนข้างสูง เมื่อมีการยกระดับให้สูงขึ้น มีการระบายน้ำและถ่ายเทอากาศดี ดินจะมีคุณสมบัติเป็นดินกรดจัด

          3. พื้นที่เนินตะกอนรูปพัด (Fan terrace complex) เป็นพื้นที่โดยรอบของที่ราบลุ่มกรุงเทพฯ ทั้งด้านทิศเหนือ ทิศตะวันตก และทิศตะวันออก ประมาณ 2 ล้านไร่


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

 
 
 
   Hosted by kapook.com