Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
ดุสิตเทพพิภพ หรือสวรรค์ชั้นดุสิต หรือสวรรค์ชั้นที่ 4 เป็นที่อยู่ของเทพเจ้าพวกหนึ่ง ซึ่งมีความยินดีและความแช่มชื่นอยู่เป็นนิตย์โดยมีสมเด็จพระสันตุสิตเทวราชทรงเป็นอธิบดีผู้ยิ่งใหญ่ปกครอง
สารบัญ |
[แก้ไข] ดุสิตเทพพิภพ
สวรรค์ชั้นดุสิต หรือดุสิตเทพพิภพนี้ ตั้งอยู่เหนือสวรรค์ชั้นยามาขึ้นไปไกลแสนไกล มีวิมาน 3 ชนิด คือ 1. รัตนวิมาน = วิมานแก้ว 2. กนกวิมาน = วิมานทอง 3. รชตวิมาน = วิมานเงิน แต่ละวิมานเป็นปราสาทสวยสดงดงาม วิจิตรตระการเหลือที่จะพรรณนา และมีกำแพงแก้วล้อมรอบทุกวิมาน สวยงามยิ่งกว่าปราสาทวิมานของเหล่าเทพยดาในสวรรค์ชั้นยามามีสระโบกขรณีและสวนอุทยานอันเป็นทิพย์ สำหรับเป็นที่เที่ยวเล่นของเทพเจ้าชาวสวรรค์ เทพเจ้าผู้อยู่ในดุสิตสวรรค์นี้แต่ละองค์มีรูปทรงสวยงามและสง่ากว่าเทพชั้นต่ำๆ ทั้งมีน้ำใจรู้บุญ รู้ธรรม ยินดีในการสดับตรับฟังธรรมยิ่งนัก ทุกวันธรรมสวนะ มีการประชุมฟังธรรมกันเสมอมิได้ขาดเลย องค์จอมเทพสันตุสิตเทวราชผู้มีอิสริยยศยิ่งใหญ่อธิบดีในสวรรค์ชั้นนี้ ท้าวเธอก็เป็นผู้รู้ธรรมะของสมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้ามาก ทรงเป็นเทพเจ้าผู้พหูสูต มักอัญเชิญให้พระโพธิสัตว์แสดงธรรมโปรดเสมอ พระองค์ทรงปกครองเทพเจ้าในสวรรค์ชันดุสิตนี้ให้ได้รับความสำราญชื่นชมยินดี เป็นสุขรื่นเริงทุกทิพาราตรี ผู้ที่จะมาอุบัติบังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตนี้ โดยมากเมื่อครั้งเป็นมนุษย์ เขามีจิตบริสุทธิ์ทรงธรรมชอบสดับตรับฟังพระธรรมเทศนา มีปัญญาดี หรือเป็นพระโพธิสัตว์รู้ธรรมมาก มีความสุขเกษมยินดี ครั้นสิ้นชีวีดับชีพแล้ว ก็ตรงมาอุบัติบังเกิดในสวรรค์ชั้นนี้เสวยทิพยสมบัติเป็นที่สำราญตามปรารถนา
[แก้ไข] เทพเจ้าสำคัญองค์ที่สถิตอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต
[แก้ไข] สิริมหามายาเทพเจ้า
สมเด็จพระนางสิริมหามายา องค์มเหสีแห่งพระเจ้าสุทโธทนะนั้น ครั้นประสูติพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นพระบรมราชโอรสแล้วได้เจ็ดวันเท่านั้น ก็ดับขันธ์จากมนุษย์ ขึ้นมาบังเกิดเป็นเทพบุตรอยู่ที่สวรรค์ชั้นดุสิต เสวยทิพย์สมบัติอยู่จนทุกวันนี้ มีนางเทพอัปสรเป็นบริวาร แต่จะได้ยินดีในการที่จะเสพเบญจกามคุณกับนางฟ้าก็หามิได้ ด้วยเป็นวิสัยธรรมดาแห่งพระพุทธชนนี หากว่าจะบังเกิดเป็นเทพนารี ทรงมีพระสิริรูปซึ่งงดงามหาที่เปรียบมิได้แล้วไซร้เทพบุตรองค์ใดมีจิตคิดรักใคร่ก็จักเป็นโทษนักหนา เหตุนั้น พระพุทธมารดาในปัจฉิมภวิกชาติ จึงอุบัติเกิดเป็นเทพบุตรสถิตอยู่ ณ สวรรค์ชั้นดุสิตนี้
คราวที่สมเด็จพระผู้มีพระภาค ทรงกระทำยมกปาฏิหาริย์ทรมานเดียรถีย์นิครนถ์ ณ ภายใต้ต้นคัณฑามพฤกษ์สำเร็จแล้ว ทรงพระดำริว่าพระมารดาของตถาคตนี้ มีคุณูปการและรักใคร่ในตถาคตเป็นอันมาก ได้ตั้งความปรารถนาเป็นมารดาตถาคตมาแต่สมัยสมเด็จพระวิปัลสีสัมมาสัมพุทธเจ้า จนตราบเท่าบัดนี้ได้แสนกัป ควรแล้วที่ตถาคตจักไปดาวดึงส์พิภพเทศนาพระอภิธรรมคัมภีร์สนองคุณ ทรงดำริฉะนี้ แล้ว คราวนั้นพระองค์จึงเสด็จไปไตรตรึงษเทวโลก ประทับเหนือบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ณ ภายใต้ไม้ปาริชาตพฤกษ์ พระพุทธองค์จึงโปรดประทานพระสัทธรรมเทศนา คือ พระสัตตปกรณาภิธรรมทั้งเจ็ดพระคัมภีร์ พอได้ สดับธรรมของสมเด็จพระชินลีห์จบลง องค์สิริมหามายาเทพบุตรพุทธชนนีก็ได้ สำเร็จพระโสดาปัตติผลในพระพุทธศาสนา บัดนี้ พระสิริมหามายาเทพบุตร ก็ยังเสวยทิพยสมบัติอยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิตอย่างสุขสำราญ ด้วยบุญญาธิการที่สร้างสมอบรมไว้แต่ปางบรรพ์ สวรรค์ชั้นดุสิตนี้ ย่อมเป็นที่ประทับอยู่ของสมเด็จพระบรมโพธิสัตว์เจ้าที่ทรงรอคอยโอกาสจะมาตรัสในโลก เช่นองค์สมเด็จพระบรมครูศรีศากยมุนีโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า ของเราทั้งหลาย ก่อนที่จะมาอุบัติตรัสเป็นพระพุทธเจ้า พระองค์ก็ประทับอยู่ ณ สรวงสวรรค์ชั้นดุสิตในพระนามว่า พระเสตุเกตุเทพบุตร ผู้ทรงพระพุทธบารมี จนถึงกาลที่เทพทั้งหลาย ในหมื่นจักรวาลไปทูลอาราธนา พระองค์จึงจุติมาอุบัติในมนุษยโลกแล้วทรงกระทำความเพียรจนสำเร็จพระปรมาภิเษกสัมโพธิญาณ
[แก้ไข] พระศรีอาริยเมตไตรย
ในปัจจุบันนี้ สมเด็จพระบรมโพธิสัตว์คือ พระศรีอาริยเมตไตรยเจ้า ซึ่งจักมาตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์สุดท้ายในภัทรกัปนี้ ก็เสด็จสถิตอยู่ ณ ดุสิตพิภพสวรรค์ ด้วยว่าสวรรค์เทวโลกชั้นนี้ เป็นที่สำราญ ผาสุกสมควรแก่พระบรมโพธิสัตว์ผู้ทรงสร้างพระบารมีมาจะเสด็จอาศัยอยู่ จนกว่าจะถึงกาลกำหนดตรัสรู้ ตามเยี่ยงอย่างหน่อพุทธางกูรทั้งหลาย แต่ปางก่อนสืบมา พระบรมโพธิสัตว์ ผู้สร้างพระบารมีหมายพระโพธิญาณนั้น หาพอพระทัยที่จักไปอุบัติเกิดในเทวโลกที่สูงกว่านี้ หรือพรหมโลกไม่ เพราะหาก ไปอุบัติเกิดในโลกที่มีอายุยืนนับเป็นกัปแล้ว ก็จะเป็นการเนิ่นนานชักช้าเสวยเวลาสร้างพระบารมีไปเปล่า ๆ ฉะนั้น จึงย่อมจะพอพระทัยที่จักบังเกิดอยู่ ณ ดุสิตพิภพนี้ เพราะสะดวกแก่การที่จะทรงอธิษฐานให้จุติมาเกิดในโลก มนุษย์เพื่อสร้างพระบารมีในคราวที่ต้องพระประสงค์ ได้ทราบว่า พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย เมื่อเสวยทิพยสมบัติในสวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว มีน้ำพระทัยรำพึงถึงพระโพธิญาณใคร่สร้างพระบารมีย่อมเสด็จเข้าสู่ที่บรรทมในปราสาทพิมานแต่ลำพังพระองค์เดียว แล้วทรงหลับพระเนตรลง ทรงอธิษฐานว่า เราจักจุติ ในกาลบัดนี้ โดยนำพระทัยรักในพระโพธิญาณมิได้ อาลัยในสวรรค์สมบัติ พอทรงอธิษฐานขาดคำลง ก็ทรงจุติจากสวรรค์มาอุบัติเกิดในมนุษย์โลก เพื่อสร้างพระบารมีต่อไป การอธิษฐานให้จุตินี้ จะกระทำได้ แต่เฉพาะเทพยดาผู้มีบุญญาธิการเช่นพระบรมโพธิสัตว์ เท่านั้น จะได้ทั่วไปแก่สามัญสัตว์ทั้งหลายนั้นหามิได้ ขณะนี้พระองค์ย่อมทรงแสดงธรรมให้ ปวงเทพเจ้าเหล่าชาวสวรรค์ชั้นดุสิตฟังอยู่เสมอมิได้ขาด โดยการอัญเชิญอาราธนาของปวงเทพเจ้าชาวสวรรค์ชั้นดุสิต ซึ่งมีองค์สมเด็จพระสันตุสิตเทวราชเจ้าทรงเป็นประธาน
[แก้ไข] ทานสูตร
ดูกรสารีบุตร! ในการให้ทานนั้น บุคคลไม่มีความหวัง ให้ทาน ไม่มีจิตผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ทาน ไม่มุ่งการสั่งสมให้ทาน ไม่ได้ให้ทานด้วยความคิดว่า "บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย เคยให้เคยทำมา เราก็ไม่ควรทำ ให้ประเพณี" แต่ให้ทานด้วยคิดว่า "เราหุงหากิน แต่สมณะหรือพราหมณ์ไม่ได้หุงหากิน เราหุงหากินได้ จะไม่ให้ทานแก่สมณะหรือพราหมณ์ผู้ไม่หุงหากินย่อมเป็นการไม่สมควร" เขาผู้นั้น ให้ทานด้วยอาการอย่างนี้แล้ว เมื่อทำกาลกิริยาตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาทั้งหลายในสวรรค์ชั้นดุสิต
ทวยเทพผู้สถิตเสวยทิพยสมบัติ ณ สรวงสวรรค์ชั้นตุสิตาภูมินี้ มีอายุยืนนานได้ 4,000 ปีทิพย์ นับได้ห้าสิบเจ็ดโกฏิหกล้านปีด้วยการคำนวณแห่งมนุษยโลกเรานี้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- พลังจิตดอทคอม
- เว็บไซต์ “สื่อเพื่อการศึกษาธรรมะทางไกลผ่านดาวเทียม”
- 'โลกทีปนี' และ 'ภูมิวิลาสินี' โดย พระธรรมธีรราชมหามุนี (วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.๙)
โลกทีปนี โดยพระศรีวิสุทธิโสภณ ปธ.๙ วัดดอน ยานนาวา กทม.











