Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้ายู่หัว ประจำปี ๒๕๔๙ ขออัญเชิญตอนหนึ่งในพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานต่าง ๆ มานำเสนอ ดังนี้
[แก้ไข] พระบรมราโชวาท ด้านศาสนา จากรายการพระบรมราชานุศาสน์
เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้ายู่หัว ประจำปี ๒๕๔๙ ขออัญเชิญตอนหนึ่งในพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๕ กรกกาคม ๒๕๐๖ ดังนี้
...การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นต้องปิดว่าที่จริงแล้วคนโดยมากไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้าไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามสมบูรณ์ไม่ได้...
วันศุกร์ที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๙
เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้ายู่หัว ประจำปี ๒๕๔๙ ขออัญเชิญตอนหนึ่งในพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๕ กรกกาคม ๒๕๐๖ ดังนี้
...การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นต้องปิดว่าที่จริงแล้วคนโดยมากไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้าไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามสมบูรณ์ไม่ได้...
วันศุกร์ที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๙
เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี ๒๕๔๙ ขออัญเชิญตอนหนึ่งในพระราชดำรัส ในพิธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง จังหวัดสุโขทัย เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๐๗
...ชาติไทยเรานั้นได้มีเอกราช มีภาษา ศิลปะ และขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นของตนเองมาช้านานหลายศตวรรษแล้ว ทั้งนี้ เพราะบรรพบุรุษของเราได้เสียสละอุทิศชีวิตกำลังทั้งกายและใจ สะสมสิ่งเหล่านี้ไว้ให้พวกเรา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ให้คงทนถาวรตกเป็นมรดกของอนุชนรุ่นหลังต่อไป...
วันเสาร์ที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๔๙
เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี ๒๕๔๙ ขออัญเชิญตอนหนึ่งในพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๑๔
...การกระทำใด ๆ ควรจะได้ทำด้วยเหตุผล ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของงาน เพราะจะช่วยให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้โดยถูกต้อง เที่ยงตรง และรวดเร็ว นอกจากนั้นจะต้องทำด้วยความสุจริต ไม่เบียดเบียน เบียดบัง หรือละเมิดผู้อื่น ซึ่งจะทำให้ปลอดภัยจากความลำบากยากยุ่งและความวิบัติทั้งปวง...
วันอาทิตย์ที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๔๙
เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี ๒๕๔๙ ขออัญเชิญตอนหนึ่งในพระบรมราโชวาทพระราชทานแก่ทหารรักษาพระองค์ ในพิธีตรวจพลสวนสนาม เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันพะที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๑๒
...ชาติของเรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ด้วยความสามัคคี คนไทยเราแต่ละคนรู้จักประโยชน์ส่วนรวมของชาติ รู้จักปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องและเกื้อกูลกันผลการปฏิบัติของเรานั้นจึงเกิดเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ ซึ่งสามารถกำจัดและป้องกันภัยต่าง ๆ มิให้ทำอันตรายแก่เราได้ แม้จะมีศัตรูคิดร้าย บุกรุกคุกคามอย่างหนักหนาเพียงใด เราก็ยังไม่เพลี่ยงพล้ำ ขอให้ทุกคนสำนึกตระหนักว่า ความสมัครสมานสามัคคีของเรานั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะต้องรักษาไว้ให้ยั่งยืนอยู่ต่อไป หากเรามีความประมาท เราแตกสามัคคีกันเมื่อใดเราก็จะเป็นอันตรายย่อยยับลงเมื่อนั้น ไม่มีใครอื่นที่ไหนจะช่วยเราได้นอกจากตัวเราเอง...
วันอังคารที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๙
เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรมในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี ๒๕๔๙ ขออัญเชิญตอนหนึ่งในพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรและอนุปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๔๑๖
...ทุกคนจำเป็นต้องหมั่นใช้ปัญญาพิจารณาการกระทำของตนให้รอบคอบอยู่ เสมอ ระมัดระวังทำการทุกอย่างด้วยเหตุผล ด้วยความมีสติและด้วยความรู้ตัว เพื่อเอาชนะความชั่วร้ายทั้งมวลให้ได้โดยตลอด และสามารถก้าวไปถึงความสำเร็จที่แท้จริง ทั้งในการงานและการครองชีวิต...”
วันพุธที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๙
เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี ๒๕๔๙ ขออัญเชิญตอนหนึ่งในพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในงานชุมนุมประจำปีของสมาคมนักเรียนไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ในระหว่างวันที่ ๑ - ๔ กันยายน ๒๕๒๖
...ความสามัคคีและความถือตัวว่าเป็นไทยนี้เป็นสิ่งที่มีค่าสูงสุด เพราะเป็นมรดกที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของเราและเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรารวมอยู่กันได้ ให้เราดำรงชาติ ประเทศและเอกราชสืบมาได้ทุกคนควรจะได้พยายามรักษาความเป็นไทยและความสามัคคีนี้ไว้ให้มั่นคงในที่ทุกแห่ง อย่ายอมให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดมาทำลายได้...”
วันพุธที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๔๙
เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี ๒๕๔๙ ขออัญเชิญตอนหนึ่งในพระราชดำรัสพระราชทานแก่บุคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าถวายชัยมงคล เนื่องโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลานุสิดาลัย สวนจิตรลดาฯ พระราชวังดุสิต เมื่อวันศุกร์ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑
...คนเราถ้าพอในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิด อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่า พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข พอเพียงนี้อาจจะมีมาก อาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่เบียดเบียนคนอื่น ต้องให้พอประมาณตามอัตภาพ พูดจาพอเพียง ทำอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติตนก็พอเพียง...
คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจดำเนินการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรมเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี ๒๕๔๘ ในคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ขอเสนอพระบรมราชานุศาสน์ ระหว่างปีพุทธศักราช ๒๕๑๙ ถึง ๒๕๒๕ ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงทั่วราชอาณาจักรใน สัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ระหว่างวันที่ ๓๐ พฤษจิกายน ถึงวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๔๘ วันละ 1 องค์ ดังต่อไปนี้
วันพุธที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๘
เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี ๒๕๔๘ ขออัญเชิญตอนหนึ่งในพระราชดำรัสในพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เนื่องในการพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ดังนี้
...คุณธรรมที่ทุกคนควรจะศึกษาและน้อมนำมาปฏิบัติมีอยู่สี่ประการ
ประการแรก คือ การรักษาความสัจ ความจริงใจต่อตัวเองที่จะประพฤติปฏิบัติ แต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม
ประการที่สอง คือ การรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกตนเองให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัจความดีนั้น
ประการที่สาม คือ การอดทน อดกลั้น และอดออมที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัจสุจริตไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใด
ประการที่สี่ คือ การรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริตและรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตนเองเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง
คุณธรรมสี่ประการนี้ ถ้าแต่ละคนพยายามปลูกฝังและบำรุงให้เจริญงอกงามขึ้น โดยทั่วกันแล้ว จะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิดความสุข ความร่มเย็น และมีโอกาสที่จะปรับปรุงพัฒนาให้มั่นคงก้าวหน้าต่อไปได้ดังประสงค์...”
วันพฤหัสบดีที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๘
เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้ายู่หัว ประจำปี ๒๕๔๘ ขออัญเชิญตอนหนึ่งในพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ครูโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลาม ๔ จังหวัดภาคใต้ ณ มัสยิดกลาง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๑๙ ดังนี้
...ความเจริญของคนทั้งหลาย ย่อมเกิดจากการประพฤติชอบ และการหาเลี้ยงชีพชอบเป็นหลักสำคัญ ผู้ที่จะสามารถประพฤติชอบและหาเลี้ยงชีพชอบได้ด้วยนั้น ย่อมจะต้องมีทั้งวิชาความรู้ ทั้งหลักธรรมทางศาสนา เพราะสิ่งแรกเป็นปัจจัยสำหรับใช้กระทำงาน สิ่งหลังเป็นปัจจัยสำหรับส่งเสริมความประพฤติและการปฏิบัติการงานให้ชอบ คือ ให้ถูกต้องและเป็นธรรม
วันเสาร์ที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๔๘
เนื่องใน เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้ายู่หัว ประจำปี ๒๕๔๙ ขออัญเชิญตอนหนึ่งในพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ดังนี้
...การที่จะทำงานให้สัมฤทธิ์ผลที่พึงปรารถนา คือที่ประโยชน์และความเป็นธรรมด้วยนั้น จะอาศัยความรู้แต่เพียงอย่างเดียวมิได้ จำเป็นต้องอาศัยความสุจริต ความบริสุทธิ์ใจและความถูกต้องเป็นธรรมประกอบด้วยสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทุกคนจะต้องมีอยู่เสมอไปในการทำงาน คือ ความกระตือรือร้น ความบริสุทธิ์ใจ และอุดมคติ...”
วันอาทิตย์ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๘
  เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้ายู่หัว ประจำปี ๒๕๔๘ ขออัญเชิญตอนหนึ่งในพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ครูและนักเรียนโรงเรียนจิตรลดา เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๓ ดังนี้
...การดำรงชีวิตที่ดี จะต้องปรับปรุงตัวตลอดเวลา และการปรับปรุงตัวนี้จะต้องมีความเพียรและความอดทนเป็นที่ตั้ง ถ้าคนเราไม่มีความเพียร ไม่มีความอดทน ก็อาจท้อใจไปโดยง่าย เมื่อท้อใจไปแล้ว ไม่มีทางจะมีชีวิตเจริญรุ่งเรืองแน่ ๆ นอกจากเป็นคนที่เคราะห์ดีเหลือเกิน...”
วันจันทร์ที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๘
เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้ายู่หัว ประจำปี ๒๕๔๘ ขออัญเชิญตอนหนึ่งในพระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๔๔ ดังนี้
...รากฐานที่นับว่าสำคัญ คือ รากฐานจิตใจ อันได้แก่ ความหนักแน่นมั่นคงในสุจริตธรรมอย่างหนึ่ง ในความมุ่งมั่นที่จะประกอบกิจการงานให้ดี จนสำเร็จอีกอย่างหนึ่ง เหตุใดจึงต้องมีความสุจริตและความมุ่งมั่น ก็เพราะความสุจริตนั้นย่อมกีดกั้นบุคคลออกจากความชั่วและความเสื่อมเสียทั้งหมดได้จึงช่วยให้บุคคลมีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถแต่ในทางที่ถูกที่เจริญเพียงทางเดียว ส่วนความมุ่งมั่นในการทำงานนั้น ถ้าขาดไปก็ทำให้ย่อท้อเหนื่อยหน่ายหรือไม่ก็มักง่ายหยาบคาย ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็มักไม่สำเร็จเด็ดขาดหรือบกพร่องเสียหาย ที่สุดก็จะไม่มีโอกาสสร้างสรรค์ประโยชน์และความเจริญก้าวหน้าอันใดให้แก่ตัวเองหรือแก่ใคร ๆ ได้...”
วันอังคารที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๔๘
เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้ายู่หัว ประจำปี ๒๕๔๘ ขออัญเชิญพระบรมราโชวาทตอนหนึ่งในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๒๔ ดังนี้
...ความจริงใจต่อผู้อื่นเป็นของสำคัญมาก สำหรับผู้ที่ต้องการความสำเร็จ และความเจริญ เพราะสามารถกำจัดปัญหาได้มากมาย โดยเฉพาะปัญหาอันเกิดจากการกินแหนงแคลงใจ เอารัดเอาเปรียบกัน และคนที่จริงใจต่อผู้อื่นนั้นย่อมได้รับความนิยมเชื่อถือไว้วางใจร่วมมือสนับสนุนจากสาธุชนอยู่เสมอ จะทำการสิ่งใดก็สำเร็จและราบรื่น ท่านจึงสอนให้รักษาความจริงใจในกันและกันไว้ทุกเมื่อ นอกจากความจริงใจต่อผู้อื่นแล้วยังมีความจริงใจต่อตนเองอีกประการหนึ่งซึ้งจะต้องสร้างรักษาให้มั่นคงและให้ยิ่งขึ้นไป...”
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต













