.:: ธงสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
ธงสำหรับองค์พระมหากษัตริย์
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search
ธงชัยราชกระบี่ยุทธ ธงชัยพระครุฑพาห์


ภาพ:A02.jpgภาพ:A004.jpg


          พระมหากษัตริย์สมัยโบราณ จะมีธงประจำพระองค์อยู่คู่หนึ่งคือ ธงกระบี่ธุช กับธงพระครุฑพ่าห์ ลักษณะธงเป็นแผงมี 3 ชาย หุ้มด้วยสักหลาดสีแดง ปักดิ้นทองลายกนก ยอดเป็นปลายหอก ธงพระครุฑพ่าห์ มีรูปพระนารายณ์ทรงครุฑหล่อด้วยโลหะสำริด เป็นแผ่นติดอยู่ที่คอคันธง ส่วนธงกระบี่ธุช มีรูปหนุมาน หล่อด้วยโลหะสำริด ในท่ายืนก้าวเท้าออกไปข้างหน้า เท้าอีกข้างหนึ่งติดอยู่ที่คอคันธง สมัยโบราณใช้ธงคู่นี้สำหรับแห่นำเสด็จในกองทัพ ถือว่าเป็นธงชัยสำคัญประจำพระองค์พระมหากษัตริย์ ผู้เป็นจอมทัพ


          เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ ขึ้นครองราชย์ พระองค์ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้นไว้สำรับหนึ่ง เป็นธงชัยประจำพระองค์ตามประเพณี สำหรับแห่นำกระบวนพยุหยาตรา หน้าพระที่นั่งราชยาน และใช้ผูกในมณฑล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ ธงชัยประจำพระองค์ที่สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ เรียกว่า ธงชัยพระครุฑพ่าห์ ธงชัยกระบี่ยุทธสำรับใหญ่


ภาพ:A006.jpgภาพ:A007.jpg


          ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพระองค์ได้บรมราชาภิกเษกแล้ว มีพระภิกษุสงฆ์นำของโบราณ เป็นแผ่นสำริดรูปพระกระบี่ธุช และพระครุฑพ่าห์ ซึ่งเจ้าอธิการวัดพระประโทน ขุดได้ที่พระประโทน เป็นของโบราณ ครั้งพระปฐมเจดีย์เป็นนครราชธานี มาถวาย พระยาสุนทรบุรีศรีพิไชยสงคราม (ชม) ข้าหลวงเทศาภิบาล สำเร็จราชการมณฑลนครชัยศรี เป็นผู้ขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวาย เวลาเสด็จพระราชดำเนินพระปฐมเจดีย์ ในงานเฉลิมพระราชมณเฑียร เมื่อปี พ.ศ. 2453 โปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงนริศรานุวัดติวงศ์ ทรงคิดเครื่องประกอบเป็นธงกระบี่ธุช พระครุฑพ่าห์น้อยขึ้น เป็นธงกระบี่ธุชพื้นแดง เขียนรูปกระบี่ขาว ธงพระครุฑพ่าห์มีพื้นเหลือง เขียนรูปครุฑสีแดงภายในธง แนบผ้าขาวลงยันต์ และอักขระตามธงพระกระบี่ธุช พระครุฑพ่าห์ของเดิม ซึ่งพระครูสุทธธรรมสมาจารย์วัดประดู่ ได้ทำพิธีลงยันต์ และอักขระที่วัดคูมิ มณฑลกรุงเทพ ฯ คันธงเป็นไม้ชัยพฤกษ์ ยอดหอกคร่ำทอง กาบธงผูกหางนกยูงเป็นรูปแพน สอดลงในแผ่นพระกระบี่ครุฑพ่าห์ ของโบราณนั้นเหมือนกันทั้งคู่


          พระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียรจัดทำแล้วเสร็จ ทันงานพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ ในปี พ.ศ. 2453 โปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งราวไว้ทั้งพระแท่นมณฑล สำหรับจะได้เชิญขึ้นผูกเสาพระแท่นมณฑลเข้าพระราชพิธีต่อไป โดยที่สำรับใหญ่ของเดิมผูกกับเสาหลัง สำรับน้อยที่ทำใหม่ผูกกับเสาหน้า เมื่อเสด็จพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์แล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้เชิญธงกระบี่ธุช พระครุฑพ่าห์ไปถวายสมเด็จ ฯ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร ให้ทรงประกอบพิธี จารึกคาถาบนแผ่นสำริด ด้านหลังรูปพระกระบี่ธุช พระครุฑพ่าห์


          ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ราชองครักษ์ เชิญธงพระกระบี่ธุช พระครุฑพ่าห์น้อยนำเสด็จ ฯ ทหารบกเชิญธงพระกระบี่ธุช ทหารเรือเชิญธงพระครุฑพ่าห์ในการเสด็จ ฯ กระบวนราบ ถ้าเสด็จกระบวนรถม้า จึงให้ราชองครักษ์ทหารบกเชิญทั้งสองนาย ต่อมาในปี พ.ศ. 2472 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ ประทานพระกระแสว่า ธงพระกระบี่ธุชควรอยู่ซ้าย ธงพระครุฑพ่าห์ควรอยู่ขวา โดยถือหลักประเพณีเดิม จากพระราชพิธีทวาทศมาศ จึงได้มีพระบรมราชโองการ ฯ ให้เปลี่ยนเสียให้ถูกต้อง


ธงมหาราช


          ธงอันเป็นเครื่องหมายแห่งประเทศไทย แต่เดิมมาใช้ผ้าสีแดงเกลี้ยง ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ ทรงมีพระราชดำริว่า เรือหลวงกับเรือราษฎร ควรมีเครื่องหมายสำคัญให้เห็นต่างกัน จึงมีพระบรมราชโองการ ฯ สั่งให้บรรดาเรือหลวงทั้งปวงทำรูปจักร อันเป็นนามสัญญาพระบรมราชวงศ์แห่งพระองค์ ลงไว้กลางธงพื้นแดงนั้น เพื่อเป็นเครื่องหมายใช้ในเรือหลวง


          ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้มีสารเศวตอันอุดมด้วยลักษณะ มาสู่พระราชสมภารถึงสามช้าง นับเป็นการพิเศษ อาศัยเหตุนั้นจึงได้มีพระบรมราชโองการ ฯ ให้ทำรูปช้างเผือก ลงไว้กลางวงจักรในธงเรือหลวงนั้นด้วย


          ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริว่า เรือค้าขายของชนชาวสยามที่ใช้ธงแดงเกลี้ยงอยู่นั้น ไม่เป็นการสมควร เพราะจะไปซ้ำกับประเทศอื่น ควรใช้ธงอันมีเครื่องหมายเหมือนอย่างเรือหลวงทั่วไป แต่ให้ยกรูปจักรออกเสีย คงแต่รูปช้างเผือกบนพื้นแดง ให้ใช้ทั่วไปทั้งเรือรบหลวงและเรือราษฎร บรรดาที่เจ้าของเรือเป็นข้าขอบขัณฑสีมา มิให้เป็นการสับสนกับเรือของชาวต่างประเทศ และให้ทำรูปช้างเผือกบนพื้นสีขาบขึ้นอีกอย่างหนึ่ง สำหรับชักที่หน้าเรือหลวงทั้งปวง ให้เป็นที่สังเกตเห็นต่างกับเรือของราษฎรด้วย


          อนึ่งเวลาเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนเรือหลวงหลายลำ ผู้คนทั้งปวงสังเกตไม่ได้ว่า เสด็จพระราชดำเนินโดยเรือลำใด จึงดำรัสเหนือเกล้า ฯ ให้ทำธงสำหรับพระองค์ขึ้นอีกอย่างหนึ่ง พื้นนอกสีแดง พื้นในสีขาบ กลางมีมหาพิชัยมงกุฎ และเครื่องสูง 7 ชั้น 2 ข้าง สำหรับชักขึ้นบนเสาเรือพระที่นั่ง และโปรดเกล้า ฯ ให้ชักขึ้นบนเสาในพระบรมมหาราชวังด้วย ต่อมา เมื่อมิได้เสด็จประทับอยู่ในพระมหานคร ต้องลดธงสำหรับพระองค์ลง เห็นแต่เสาเปล่าอยู่ดูมิบังควร จึงมีดำรัสเหนือเกล้า ฯ ให้ทำธงไอยราพต อย่างพระราชลัญจกรไอยราพต ประจำแผ่นดินสยามขึ้นใหม่ สำหรับใช้ชักขึ้นบนเสาในพระบรมมหาราชวัง ในเวลาที่มิได้ประทับอยู่ในพระมหานคร อีกธงหนึ่งด้วย


          ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2434 ได้ตราพระราชบัญญัติธง ร.ศ. 110 ให้เพิ่มโล่ตราแผ่นดินไว้ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ ในโล่แบ่งเป็น 3 ช่อง ช่องบนเป็นรูปช้างไอยราพตอยู่บนพื้นเหลือง บอกนามสยามเหนือ สยามใต้ สยามกลาง ช่องล่างข้างขวาของโล่ เป็นรูปช้างเผือกอยู่บนพื้นชมพู หันหน้าออกไปข้างเสา เป็นนามสัญญาแห่งลาวประเทศ ช่องล่างข้างซ้ายของโล่ เป็นรูปกริชคดและตรงสองเล่ม ไขว้กันอยู่บนพื้นแดง บอกนามสัญญาแห่งมลายูประเทศ ส่วนบนของโล่มีรูปจักรีแทนอุณาโลม เรียกธงนี้ว่า ธงบรมราชธวัชมหาสยามินทร์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2440 (ร.ศ. 116 ) โปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติธง เปลี่ยนชื่อธงบรมราชธวัชมหาสยามินทร์ เป็น ธงมหาราช


          ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้า ฯ ให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงธงราชอิสริยยศ โดยตราเป็นพระราชบัญญัติธง ร.ศ. 129 (พ.ศ. 2453) เปลี่ยนรูปร่างลักษณะและสีของธงมหาราชใหม่ เป็นธงรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส พื้นสีเหลือง ตรงกลางมีรูปครุฑพ่าห์สีแดง ธงมหาราชใหม่นี้มี 2 ชนิดคือ ธงมหาราชใหญ่ และธงมหาราชน้อย


ภาพ:มหาราชใหญ่.pngภาพ:มหาราชน้อย.png


          ธงมหาราชใหญ่ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส พื้นธงสีเหลือง มีรูปครุฑพ่าห์สีแดงอยู่ตรงกลาง

          ธงมหาราชน้อย แบ่งตามความยาวออกเป็นสองตอน ตอนต้นมีลักษณะและสีอย่างเดียวกับธงมหาราชใหญ่ แต่กว้างไม่เกิน 60 เซนติเมตร ตอนปลายมีลักษณะเป็นชายต่อสีขาวแปลงเป็นรูปธงยาวเรียวโดยให้ปลายสุดกว้างครึ่งหนึ่งของตอนต้น ปลายธงตัดเป็นแฉกรูปหางนกแซงแซว ลึก 3 ใน 8 ส่วนของความยาวของผืนธง ความยาวของผืนธงเป็น 8 เท่าของความกว้างของตอนต้น ธงนี้ถ้าชักขึ้นแทนธงมหาราชใหญ่ หมายความว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้งดการยิงสลุตถวายคำนับ





ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ททบ.5
สำนักงานส่งเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ
วิกิพี่เดีย
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

 
 
 
   Hosted by kapook.com