.:: นิราศเมืองสุพรรณ - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
นิราศเมืองสุพรรณ
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

        โคลงนิราศสุพรรณ นับเป็นผลงานวรรณกรรมประเภทโคลงสี่สุภาพ เรื่องเดียวของกวีสยาม "สุนทรภู่" ซึ่งท่านได้แต่งขึ้นเพื่อแก้คำท้าทายที่ว่าท่านแต่งได้ดีแต่บทกลอนเท่านั้น เนื่อหาของเรื่องเป็นการบรรยายถึงสถานที่ต่างๆ ที่สุนทรภู่เดินทางผ่านในคราวไปเมืองสุพรรณ ในช่วงต้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ภาพ:250px-.jpg

[แก้ไข]
นิราศเมืองสุพรรณ

        นอกจากคุณค่าความไพเราะของบทโคลงแล้ว เนื้อหาที่สุนทรภู่บรรยายถึงภูมิประเทศ ชื่อสถานที่ ตำนานเล่าขาน ผู้คนและการประกอบสัมมาชีพของชาวเมืองสุพรรณในเวลานั้น ยังนับเป็นคุณค่าสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ที่เราสามารถศึกษาสภาพบ้านเมืองสุพรรณในอดีตเมื่อราวร้อยปีที่แล้วได้


๑) ๏ เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า ดาดาว

จรูญจรัดรัศมีพราว พร่างพร้อย

ยามดึกนึกหนาวหนาว เขนยแนบ แอบเอย

เย็นฉ่ำน้ำค้างย้อย เยือกฟ้าพาหนาวฯ


(๒) ๏ มหานากฉวากวุ้ง คุ้งคลอง

ชุ่มชื่นรื่นรุกขีสอง ฝั่งน้ำ

คุกคิดมิศหมายครอง สัจสวาดิ ขาดเอย

กล้าตกรกเรื้อซ้ำ โศกทั้งหมางสมรฯ


(๓) ๏ ขอฝากซากสวาดิสร้อย สุรธร

ไว้ที่ท่าสาคร เขตนี้

ศาลาน่าวัดภร พี่ฝาก มากเอย

ใครที่พี่เป็นผี้ พี่ให้อไภยเจริญฯ


(๔) ๏ จำร้างห่างน้องนึก น่าสวน

สองฝ่ายชายหญิงยวน ยั่วเย้า

หวังชายฝ่ายหญิงชวน ชื่นเช่น เหนเอย

กลเช่นเล่นซักเสร้า เสพเผื้อนเฟือนเกษม ฯ


(๕) ๏ เลี้ยวลัดวัดษเกษก้ม คมลา

กุฏศพนบมานดา เกิดเกล้า

เดชะพระกุศลภา พ้นโลก โอกฆเอย

เสวยศุกทุกค่ำเช้า ช่องชั้นสวรรยางคฯ


(๖) ๏ เชิงเลนเปนตลาดสล้าง หลักเรือ

โอ่งอ่างบ้างอิดเกลือ เกลื่อนกลุ้ม

หลีกล่องช่องเล็กเหลือ ลำบาก ยากแฮ

ออกแม่น้ำย่ำถุ้ม ถี่ฆ้องสองยามฯ


(๗) ๏ แซ่เสียงเวียงราชก้อง กังสดาน

หง่งหงั่งระฆังขาน แข่งฆ้อง

สังแตรแซ่เสียงประสาร สังขีด ดีดเอย

ยามดึกครึกครื้นก้อง ปี่แก้วแจ้วเสียงฯ


(๘) ๏ วัดเลียบเงียบสงัดหน้า อาราม

ขุกคิดเคยพญายาม แย่งน้อง

รวยรินกลิ่นสไบทราม สวาดร่วง ทรวงเอย

สูรกลิ่นสริ้นกลอนพร้อง เพราะเจ้าเบาใจฯ


(๙) ๏ เจริญบุญสุรธรไว้ ให้สมร

สืบสวัสสัฐาภร ผ่องแผ้ว

เชิญทราบกาพกลกลอน กล่าวกลิ่น ถวินเอย

จำขาดชาตินี้แล้ว คลาดน้องของสงวนฯ


(๑๐) ๏ วัดแจ้งแต่งตึกตั้ง เตียงนอน

เคยปกนกน้อยคอน คู่พร้อง

เคยลอบตอบสารสมร สมานสมัคร รักเอย

จำจากพรากนุชน้อง นกน้อยลอยลมฯ


(๑๑) ๏ สาวแก่แม่ม่ายแม้น มีคุณ

ขอเดชะพระวรุณ ราชรู้

ยามดึกนึกส่งบุญ แบ่งฝาก มากเอย

วัดช่วยอวยสวัสดิขู้ คิดพร้องสนองเพลงฯ


(๑๒) ๏ ยนฉนวนหวนนึกน้ำ เนตรนอง

พระธินั่งบันลังทอง ที่เฝ้า

ชำระพระนิพนสนอง เสด็จสนิด ชิดเอย

สริ้นแผ่นดินปกเกล้า กลับร้างห่างฉนวนฯ


(๑๓) ๏ แบ่งบุญสุรธรเชื้อ ชิณวง

สืบซ่างทางพุทพง ผ่องแผ้ว

ถวายพระหริรักทรง สารภิเศศ เสวตรเอย

ลุโลกโมฆเมืองแก้ว กิจร้ายหายสูรฯ


(๑๔) ๏ อีกองมงกุฎิเกล้า เขากรุง

สืบกษัตรขัติยบำรุง รอบแคว้น

ถวายพระอนิสงพดุง พเดชเฟื่อง กเดื่องเอย

สิ่งโศกโรคเรื่องแค้น ขจัดผ้ายวายเขนฯ


(๑๕) ๏ ท่าช้างหว่างค่ายล้อม แหล่งสถาน

ครั้งพระโกฎโปรฐประทาน ที่ให้

เคยอยู่คู่สำราน ร่วมเย่า เจ้าเอย

เหนแต่ที่หมีได้ ภบน้องครองสงวนฯ


(๑๖) ๏ วังหลังครั้งหนุ่มเหน้า เจ้าเอย

เคยอยู่ชูชื่นเชย ค่ำเช้า

ยามนี้ที่เคยเลย ลืมภัก พี่แฮ

ต่างชื่นอื่นแอบเคล้า คลาศแคล้วแล้วหนอฯ


(๑๗) ๏ คิดคำลำฦกไว้ ใคร่เตือน

เคยรักเคยร่วมเรือน ร่วมรู้

อย่าเคืองเรื่องเราเยือน ยามแก่ แม่เอย

ใครที่มีชู้ชู้ ช่วยช้ำคำโคลงฯ


(๑๘) ๏ เลี้ยวทางบางกอกน้อย ลอยแล

บ้านเก่าเย่าเรือนแพ พวกพ้อง

เงียบเหงาเปล่าอกแด ดูแปลก แรกเอย

ลำฦกนึกรักร้อง เรียกน้องในใจฯ

(นาคบริพันธ์)


(๑๙) ๏ สาวเอยเคยอ่อนหนุ้ม อุ้มสนอม

ออมสนิทชิดกลิ่นหอม กล่อมให้

ไกลห่างว่างอกตรอม ออมตรึก รฦกเอย

เลยอื่นขึ้นครองไว้ ใคร่หว้าหน้าสวนฯ


(๒๐) ๏ ยนย่านบ้านบุตั้ง ตีขัน

ขุกคิดเคยชมจรร แจ่มฟ้า

ยามยากหากปันกัน กินซีก ฉลีกแฮ

มีคู่ชูชื่นหน้า นุชปลื้มลืมเดิมฯ


(๒๑) ๏ เสียดายสายสวาดโอ้ อาวร

รักพี่มีโทษกร กับน้อง

จำจากพรากพลัดสมร เสมอชีพ เรียมเอย

เสียนุชดุจทรวงต้อง แตกฟ้าผ่าสลายฯ

(นาคบริพันธ์)


(๒๒) ๏ เคราะกำจำห่างน้อง ห้องนอน

หวนนึกดึกเคยวอน ค่อนหว้า

คิดไว้ไม่ห่างจร ห่อนจาก

หากจิตรมิศหลายหน้า ล่าน้องหมองหมางฯ


(๒๓) ๏ เดือนตกนกร้องเร่ง สุริยง

เยี่ยมยอดยุคุนททรง ส่องฟ้า

เดือนดับลับโลกคง คืนขึ้น อีกเอย

จันพี่นี้ลับหน้า นับสริ้นดินสวรรฯ


(๒๔) ๏ วัดปขาวคราวรุ่นรู้ เรียนเขียน

ทำสุรทสอนเสมียน สมุทน้อย

เดินรวางรวังเวียน หว่างวัด ปขาวเอย

เคยชื่นกลืนกลิ่นสร้อย สวาดิห้างกลางสวนฯ


(๒๕) ๏ เห็นเรือนเพื่อนรักร้าง แรมโรย

โอ้อกอาดูรโดย ทเวดด้วย

ดูสวรป่วนจิตรโหย หาดอก สร้อยเอย

แลลับกลับชาติม้วย ไม่ได้ใกล้กลายฯ


(๒๖) ๏ บางบำรุบำรุงแก้ว กานดา

แก้วเนตรเชษฐาชรา ร่างแล้ว

ถือบวดตรวจน้ำภา ภพชาติ อื่นเอย

ชาตินี้พี่แคล้ว คลาศค้างห่างสมรฯ


(๒๗) ๏ บางรมาดมิ่งมิดครั้ง คราวงาน

บอกบทบุญยังพยาน พยักหน้า

ประทุนประดิศถาน แทนฮ่อง หอเอย

แหวนประดับกับผ้า พี่อ้างรางวันฯ


(๒๘) ๏ สงสารสายเนตรน้อง นองชล

ลเนตรพี่เพียงฝอยฝน เฟ่าน้อง

จวนรุ่งร่ำสอื้นจน จำจาก แจ่มเอย

คราวเคราะเพราะน้องต้อง พยุกล้าสลาตันฯ


(๒๙) ๏ สวรหลวงแลสล่างล้วน พฤกษา

เคยเสด็จวังหลังมา เมื่อน้อย

ข้าหลวงเล่นปิดตา ต้องอยู่ โยงเอย

เห็นแต่พลับกับสร้อย ซ่อนซุ้มคลุมโปงฯ


(๓๐) ๏ วัดพิกุนกรุ่นกลิ่นเกลี้ยง กลอยใจ

แรกรุ่นรวยมาไล ไส่เหล้น

เรียนร้อยค่อยสอดไหม เหมือนแน่ และเอย

ร้อยคล่องต้องนั่งเน้น นวดฟั้นท่านครูฯ


(๓๑) ๏ บางขวางข้างเขตแคว้น แขวงนน

สองฟากหมากมพร้าวผล พรรไม้

หอมรื่นชื่นเช่นปน แป้งประ ปรางเอย

เคลิ้มจิตคิดว่าใกล้ กลิ่นเนื้อเจือจรรฯ


(๓๒) ๏ เชิงสวรล้วนรักน้ำ คล้ำไคล

ลูกดกรกเรื้อไบ บิดพลิ้ว

รักร้ายฝ่ายตนไกล กลัวรัก นักเอย

เดจลูกถูกยางนิ้ว หนิดเนื้อเหลือดันฯ


(๓๓) ๏ บางกรวยตรวดน้ำแบ่ง บุญทาน

ส่งนิ่มนุชนิพพาน ผ่องแผ้ว

จำจากพรากพลัดสถาน ทิ้งพี่ หนีเอย

เห็นแต่คลองน้องแคล้ว คลาศเลื่อนเดือนปีฯ


(๓๔) ๏ บางศรีทองคลองบ้านเก่า เจ้าคลอง

สีเพชผัวสีทอง ถิ่นนี้

เลื่องฦาชื่อเสียงสนอง สำเหนียก นามเอย

คลองคดลดเลี้ยวชี้ เช่นไสร้ไสทองฯ


(๓๕) ๏ ล่วงทางบางบ้านเรียด ริมชลา

สองฝั่งพรั่งพฤกษา สลับสล้าง

ไม้ปลูกลูกดอกดา ดกดาษ กลาดเอย

ทรงกลิ่นรินรื่นข้าง ขอบคุ้งฟุ้งขจรฯ


(๓๖) ๏ รอกแตแลลอดเลี้ยว โลดโผน

นกหกจกจิกโจน จับไม้

ยางเจ่าเหล่ายางโทน ท่องเที่ยว เหยี่ยวเอย

โฉบฉาบคาบปลาได้ ด่วนขึ้นกลืนกินฯ


(๓๗) ๏ บางกร่างข้างคุ้งค่าม เขตคลอง

บางขนุนขุนกอง ก่อสร้าง

ของสวนส่วนเจ้าของ ขายน่า ท่าเอย

สาวแก่แม่ม่ายบ้าง บกน้ำลำเรือฯ


(๓๘) ๏ โรงหิบหนิบอ้อยออด แอดเสียง

สองข้างรางรองเรียง รับน้ำ

อ้อยไส่ไล่ควายเคียง คู่วิ่ง เวียรเอย

อกพี่นี้ชอกช้ำ เช่นอ้อยย่อยรยำฯ


(๓๙) ๏ หีบหันนั้นและเหล้ กระลาการ

ขู่ข่มเหงหักหาร ห่อนเว้น

เข้าพวกคิดอ่านพาล เอาผิด พ่อเอย

กลหีบหนิบนิดเน้น นึกช้ำน้ำใจฯ


(๔๐) ๏ บางคูเวียงเสียงสงัดล้วน สวนไสว

เวียงชื่อศรีท้าวไท ท่านตั้ง

เวียงราชคลาดแคล้วไกล กลับรฦก นึกเอย

ยามยากจากเมืองทั้ง ถิ่นปลื้มลืมกเษมฯ


(๔๑) ๏ บางม่วงทรวงเศร้าคิด เคยชวน

ม่วงเกบมม่วงสวน ศุกรย้า

ม่วงอื่นรื่นรันจวน จิตไม่ ใคร่แฮ

ม่วงหม่อมหอมห่วนหน้า เสน่เนื้อเจือจรรฯ


(๔๒) ๏ จันต้นผลห่ามให้ หวนหอม

แมลงภู่วู่เวียนตอม ไต่เคล้า

เพียงพี่ที่สุดถนอม เสน่ห์แจ่ม จรรเอย

พร้องชื่อรื้อเสียวเศร้า โศกร้างห่างจรรฯ


(๔๓) ๏ ล่วงทางบางใหญ่บ้าน ด่านคอย

เลี้ยวล่องคลองเล็กลอย เลื่อนช้า

สองฝั่งพรั่งพฤกษพลอย เพลินชื่น ชมเอย

แลเหล่าชาวสวนหน้า เสน่ห์น้องคลองสนอมฯ


(๔๔) ๏ คลองคดลดเลี้ยวล้วน หลักตอ

เกะกะรเรือรอ ร่องน้ำ

คดคลองช่องแคบพอ พายถ่อ พ่อเอย

คนคดลดเลี้ยวล้ำ กว่าน้ำลำคลองฯ


(๔๕) ๏ ล่วงย่านบ้านวัดร้าง เรือนโรง

ตกทุ่งถึงคลองโยง หย่อมไม้

วัดใหม่ธงทองโถง ที่ติด ตื้นแฮ

ควายลากฝากเชือกไขว้ เคลื่อนคล้อยลอยเลนฯ


(๔๖) ๏ คนขี่ตีต้อนเร่ง รันควาย

ถอนถีบกีบกอมตกาย โก่งโก้

เหนื่อยนักชักเชือกหงาย แหงนเบิ่ง เบือนแฮ

คนหวดปวดป่วนโอ้ สอึกเต้นเผ่นโผนฯ


(๔๗) ๏ ทุกข์ใดในโลกล้น ล้ำเหลือ

ไม่เท่าควายลากเรือ รับจ้าง

            หอบฮักจักขุเจือ	เจิ่งชุ่ม ชลเอย

มนุษย์ดุจติดค้าง เฆี่ยนเร้าเอาเงินฯ


(๔๘) ๏ สังเวชเหตุด้วยทรัพย์ ศฤงคาร

พาสัตว์วัตนสงสาร โศกเศร้า

ตรวดน้ำร่ำศีลทาน ทั่วสัตว์ สวัสดิ์เอย

จงสุขทุกค่ำเช้า ชาติพ้นชนมานฯ


(๔๙) ๏ ข้างคลองสองฝั่งเฟื้อย เฟือยแขม

คาแฝกแซกเซียดแซม ซับซ้อน

ในพุ่มกุ่มกกแกม กอย่า รย้าแฮ

นกหกวกเวียนหว้อน วิ่งเต้นเผ่นโผนฯ


(๕๐) ๏ นกกกรุมกลุ้มเกลื่อนท้อง ทุ่งนา

คุ่มคุ่มสุ่มสับปลา ปากโง้ง

ขยอกขยอกกลอกเหนียงพา เพื่อนเที่ยว เกรียวแฮ

ศีรษะกระกรุมโล้ง เล่ล้านบ้านเราฯ


(๕๑) ๏ นกกทุงฝูงใหญ่กลุ้ม กลางหนอง

ลอยเลื่อนเคลื่อนคลอประคอง คู่เคล้า

คิดเช่นเล่นลำคลอง คลอนุช น้อยเอย

สอนว่ายฝ่ายพี่เฝ้า ฝึกน้องคล่องใจฯ


(๕๒) ๏ กาน้ำดำแหวกหว้าย วาริน

คาบขยอกขแยงกิน เก่งแท้

เด็กโห่โผล่พลุนบิน บ่เปียก ปีกแฮ

ยางกรอกดอกบัวแซ่ สนั่นร้องซ้องเสียงฯ


(๕๓) ๏ กาเหยี่ยวเที่ยวว้าว่อน เวหา

ร่อนร่ายหมายมัจฉา โฉบได้

ขุนนางอย่างเฉี่ยวกา กินสัตว์ สูเอย

โจมจับปรับไหมใช้ เช่นข้าด่าตีฯ


(๕๔) ๏ ยางเจ่าเซาจับจ้อง จิกปลา

กินเล่นเป็นภักษา สุขล้ำ

กระลาการท่านศรัทธา ถือสัตย์ สวัสดิ์แฮ

บนทรัพกลับกลืนกล้ำ กล่าวคล้ายฝ่ายยางฯ


(๕๕) ๏ ออกแควแม่น้ำปาก คลองโยง

แตนด่านบ้านเรือนโรง เรียดคุ้ง

ชื่อลานตากฟ้าโถง ทุ่งรอบ ขอบแฮ

เย็นย่ำน้ำค้างฟุ้ง ฟากฟ้าสากลฯ


(๕๖) ๏ ชาวบ้านร้านเรือกตั้ง ตากปลา

แต่ปากว่าตากฟ้า เฟื่องฟุ้ง

กว้างขวางทร่างวัดวา ไว้ช่อง คลองแฮ

ริมฝั่งพรั่งผักบุ้ง ยอดแย้มแซมไสวฯ


(๕๗) ๏ รอนรอนอ่อนอกโอ้ อัสดง

เลี้ยวเหลี่ยมพระสุเมรุลง ลับฟ้า

มืดคลุ้มพุ่มไผ่พง พี่เปลี่ยว เดียวเอย

เสียงพึ่งหึ่งหึ่งหน้า นึกคร้ามหวามถวิลฯ


(๕๘) ๏ ทางเปลี่ยวเลี้ยวล่องคุ้ง เขตคัน

ย่อมย่านบ้านกระจันจรร กจ่างฟ้า

เงียบเหงาเปล่าทรวงกระสัน โศกสอื้น อกเอย

จรรอื่นชื่นแต่หน้า ใช่เนื้อเจือจรรฯ


(๕๙) ๏ ลำภูดูหิ่งห้อย พรอยพราย

เหมือนเม็ดเพชรรัตน์ราย รอบก้อย

วับวับจับเนตรสาย สวาดิสบ เนตรเอย

วับเช่นเห็นหิ่งห้อย หับหม้านนานเห็นฯ


(๖๐) ๏ ถึงย่านบ้านฝั่งข้าม โขลงหลวง

หมอเท่าเจ้าเล่ลวง ล่อคล้อง

ใช้เล่นเช่นกับดวง เนตรนุช พี่เอย

บ่วงรักดักพี่ต้อง ติดให้ใช้แรงฯ


(๖๑) ๏ ล่องทางบางบ้านส ศรีธร

แปรชื่อครือจรรจร แจ่มแจ้ง

เรือนตั้งฝั่งสาคร คนเงียบ เลียบแฮ

บ้านไร่ใครหนอแกล้ง กล่าวอ้างอย่างจรรฯ


(๖๒) ๏ ยามดึกครึกครื้นลั่น ลมฝน

ถึงย่านบ้านขโมยมล มืดคลุ้ม

จรเข้เร่คำรน ร้องฮุ่ม ฮูมแฮ

มุ่งเขม่นเห็นขุ้มขุ้ม แข่งขู้ฟูลอยฯ


(๖๓) ๏ ราตรีหนีตเข้เค่า บ้านขโมย

เด็กหนุ่มสุ่มเรือโดย ด่วนพุ้ย

ฝนปรำพร่ำเปรียะโปรย ปรายสัต สนัดแฮ

ต่างง่าพร้าขวานมุ้ย มุ่งทุ่มกุมภาฯ


(๖๔) ๏ น่ากลัวตัวตเค่ขู้ ฟูขนอง

ฮืดฮาดฟาดฟูฟอง ฟ่องเฟื้อย

เคียงคู่สู่สมสอง สังวาด สวาดแฮ

ยาวใหญ่ไล่โลดเลื้อย เล่นน้ำปล้ำขนองฯ


(๖๕) ๏ เด็กน้อยคอยขเหม้นมุ่ง มองมัน

ว่าตเข้ขบกัน ปกับท้อง

บูรานท่านว่าสัน- ดานสัตว์ กำหนัดแฮ

ปีหนึ่งจึ่งงอกต้อง ติดค้างนางเมียฯ


(๖๖) ๏ หนีศึกว่าปะซุ้ม เซิงเสือ


ได้กับเราแล้วเหลือ หลากล้ำ

หลบตเข้เค่าจอดเรือ ริมเขต ขโมยแฮ

บกก็เสือเรือซ้ำ สัตเข้เฉโกฯ


(๖๗) ๏ รุ่งเช้าเบาอกสริ้น โศรกสบาย

ลาย่านบ้านขโมยหมาย มุ่งข้าม

น้ำขึ้นรื่นลมชาย เฉื่อยส่ง ตรงเอย

ทางเปลี่ยวเสียวทรวงซ้ำ สัตว์น้ำคล่ำขนองฯ


(๖๘) ๏ บางปลาตาบ้านอยู่ หญิงชาย

สองฮ่องสองเรือนราย ร่ายกล้วย

ชาวป่าน่านอนสบาย บ่ครั่น ตวันเอย

มีคู่อูเข้าด้วย ดั่งนี้ที่สบายฯ


(๖๙) ๏ ซ้ายขวาป่าไผ่ซุ้ม เซิงหนาม

สองฝั่งรังรำราม รกเรื้อ

แพงพวยผักบุ้งงาม งอนทอด ยอดเอย

บนบกนกกับเนื้อ หว่างไม้ไผ่สลอนฯ


(๗๐) ๏ บางปสีที่ถ่านตั้ง ตวงซาย

เผาไผ่ไม้ซากราย เรียดถ้า

หนุ่มสาวเหล่าหญิงชาย เช่นพูด อูดเอย

ดำทมื่นทื่นหน้า แนบน้องลองโลมฯ


(๗๑) ๏ นาวาคลาเคลื่อนคล้อย ลอยลำ

ล่วงย่านบ้านบางรกำ รกไม้

สาวหนุ่มสุ่มส้อนทำ แทงพวก ฉมวกแฮ

ปลาติดปลิดปลดได้ ดุกต้องช่อนชโดฯ


(๗๒) ๏ บางยุงคุ้งลาดล้วน เหล่าควาย

ลงปลักทลักทลาย เล่นน้ำ

ดำผุดฟูดฟาดหงาย แหงนเบิ่ง เทิ่งแฮ

ลูกเล็กเด็กเลี้ยงปล้ำ ปล่อยห้อยอควายฯ


(๗๓) ๏ เขาควายรายร่องนิ้ว นิทาน นานเอย

ว่าพญาพาลีทยาน ยุดพลิ้ว

ศีรษะกระบือกระบาน บั่งบั่ง ยังแฮ

นึกเช่นเป็นรอยนิ้ว เหนี่ยวเน้นเห็นรอยฯ


(๗๔) ๏ บ้านไซไซใหญ่ย้อย สร้อยไสว

คิดเช่นเล่นต้นไซ แซ่ซ้อง

ผูกกิ่งชิงช้าไกว แกว่งชัก เชือดเอย

เคยขี่พี่กับน้อง แนบเนื้อเจือใจฯ


(๗๕) ๏ เลยทางบางบ้านแห่ง หินมูล

เดิมว่าเตาเผาปูน ป่นไว้

อาภัพลับชื่อสูร เสียเปล่า เราเอย

อกพี่นี้และได้ ดุจอ้างอย่างปูนฯ


(๗๖) ๏ ถึงคลองร้องเรียกบ้าน บางหลวง

ลำฦกนึกถึงดวง ดอกฟ้า

เงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวทรวง แสนเทวษ ทุเรศเอย

อุ้มรักหนักอกถ้า เทียบเถ้าเขาหลวงฯ


(๗๗) ๏ บางน้อยพลอยนึกน้อย น้องเอย

น้อยแนบแอบอกเคย คู่เคล้า

เนื้อน้อยค่อยสนอมเชย เชือนชื่น อื่นแม่

น้อยแต่ชื่อหฤาเจ้า จิตรน้อยลอยลมฯ


(๗๘) ๏ บางหวายท้ายคุ้งช่อง คลองมี

แดนนครไชยศรี สุดสริ้น

เข้าแดนสุพรรณบุรี รื้อเปลี่ยว เดียวเอย

ทุ่งท่าป่ายุงริ้น รกเรื้อเบื่อชมฯ


(๗๙) ๏ ชุมนักผักตบซ้อน บอนแซง

บอนสุพรรณหั่นแกง อร่อยแท้

บอนบางกอกดอกแสลง เหลือแหล่ แม่เอย

บอนปากยากจะแก้ ไม่สริ้นลิ้นบอนฯ


(๘๐) ๏ บางสามศาลเจ้าทร่าง ปางหลัง

อารักศักดิ์สิทธิ์วัง แว่นแคว้น

สุขีที่ข้าหวัง วานช่วย ด้วยแฮ

กำจัดศัตรูแม้น มุ่งร้ายตายเองฯ


(๘๑) ๏ ถึงบ้านด่านดักตั้ง ฝั่งกระแส

สองพี่น้องคลองแคว ค่ามคุ้ง

ตลิ่งตลิบโตล่งแล ตานสลับ สล้างเอย

สริ้นไผ่ในแขวงถุ้ง ถิ่นอ้อกอแขมฯ


(๘๒) ๏ ปลาชุมกลุ้มเกลื่อนท้อง ธารา

ลอยเล่นเห็นคนถลา หลบสริ้น

สลิดสลาดสลับปลา ช่อนดุก พลุกแฮ

กระดี่กระดิกกระเดือกดิ้น กระโดดเหล้นเห็นตัวฯ


(๘๓) ๏ นานาปลาว่ายเคล้า คลอเรือ

สีเสียดซิวกระโสงเสือ ซ่าสร้อย

เพลี้ยตภากตะเพียนเหลือ หลายหลาก มากเอย

กริมกระตรับนับร้อย เร่หว้ายรายเรียงฯ


(๘๔) ๏ แก้มช้ำดำที่แก้ม แต้มดำ

ดูเคลื่อนเหมือนจนำ แนะน้อง

แรกรักปรักปรางประจำ จุมพิต นิดเอย

ช้ำเช่นปลาอย่าต้อง แต่งแต้มแก้มสมรฯ


(๘๕) ๏ เนื้ออ่อนห่อนซู่เนื้อ น้องหญิง

อ่อนแอบแนบอกอิง อุ่นล้ำ

นวลจันนั่นนวลจริง แต่ชื่อ ฦาเอย

นวลที่พี่กลืนกล้ำ กลิ่นเนื้อเหลือนวลฯ


(๘๖) ๏ ปลาใหญ่ไล่เลี้ยวฮุบ หวดหาง

ฮืดฮาดฟาดโผงผาง พ่นน้ำ

ปลาค้าวเหล่าสวายคาง เบือนบิด เบี้ยวแฮ

กโฮ่โผล่ผุดขล้ำ เคลื่อนคล้อยลอยแลฯ


(๘๗) ๏ บางซอกอไผ่ล้อม หลายกอ

บ้านบ่มีสีซอ สักน้อย

เรือใกล้ไผ่พุ่มภอ พยุโยก โชกแฮ

ไผ่เบียดเอียดออดอ้อย เอื่อยอ้อซออินทร์ฯ


(๘๘) ๏ ทุ่งกว้างทางเปลี่ยวโอ้ อาทวา

สองฝั่งฝ่ายวิหกา กู่ก้อง

เร่ร่อนว่อนเวหา หาเหยื่อ

นกเถื่อนเหมือนจะร้อง เรียกให้คนชมฯ


(๘๙) ๏ ถึงที่สีสนุกนั้น น้องเอย

สนุกแต่ชาวบ้านเคย ค่ำเช้า

พวกพี่ที่จากเชย ชวดสนุก ทุกข์แม่

สนุกที่ดูสูเจ้า สนุกเถ้านั้นเองฯ


(๙๐) ๏ ชุมแท้แต่สวะเฟื้อย เฟือยตวาง

ลอยเลื่อนเกลื่อนกลาดกลาง กลบน้ำ

ซ้อนซับทับถมทาง ที่แคบ

เรือขัดตัดฟันค้ำ ค่อยกว้างทางจรฯ


(๙๑) ๏ แหลมคุ้งทุ่งเถื่อนไม้ ไรราย

ถึงย่านบ้านตเภาทลาย ทลุท้อง

เดิมที่นี่เป็นชาย ทเลหาด ลาดแฮ

เรือสัดพลัดมาต้อง ติดเข้าตเภาทลายฯ


(๙๒) ๏ แลลิ่วทิวทุ่งต้น ตานราย

ลิบลิบลมปลิวปลาย ไปล่แปล้

เล่คนคัดปีกฉาย เฉิบเช่น เห็นแฮ

เรี่ยเรี่ยเตี้ยต่ำแจ พิศให้ใจเพลินฯ


(๙๓) ๏ บางปลาร้าปลาคล่ำน้ำ ลำคลอง

คนเหล่าเชาปมงมอง มุ่งข้า

สุ่มซ่อนช้อนฉะนางปอง ปิดเรือก เฝือกแฮ

เหม็นเน่าคาวปลาร้า เรียดคุ้งคลุ้งโขลงฯ


(๙๔) ๏ ริมน้ำทำทีขึ้น ขอดปลา

เกล็ดติดตัวตีนตา ตมูกแก้ม

คิดคู่สู่เสน่หา หอมชื่น รรื่นเอย

โคลนเช่นเป็นแป้งแต้ม ติดเนื้อเหลือหอมฯ


(๙๕) ๏ บางสแกแลสล่างงิ้ว ทิวราย

เรียงฝั่งดังฉัตรฉาย แช่มช้อย

             งิ้วไม้ใช่งิ้วสาย	สวาดิเช่น  เห็นเอย

งิ้วพี่ที่แน่งน้อย นึกหน้าอาไลยฯ


(๙๖) ๏ ยามยลต้นงิ้วป่า หนาหนาม

นึกบาปวาบวับหวาม วุ่นแล้ว

คงจะปะงิ้วทราม สวาดิเมื่อ ม้วยแฮ

งิ้วกับพี่หมีแคล้ว คึ่นงิ้วลิ่วสูงฯ


(๙๗) ๏ ถึงบ้านคันชั่งแท้ เที่ยงตรง

เพียงพี่ที่ดำรง รักน้อง

เคยคู่ซู่ซื่อตรง สัจคิด สนิทเอย

ยามยากจากพวกพ้อง พี่ให้ใจหายฯ


(๙๘) ๏ เหลียวซ้ายฝ่ายฝั่งเฟื้อย เฟือยไสว

พงไผ่ไม้รำไร รอบคุ้ง

แลขวาป่าแฝกไฟ ฟอนเรียน เกรียนแฮ

ลิบลิ่วทิวท้องถุ้ง ถิ่นกว้างวางเวงฯ


(๙๙) ๏ ถึงย่านบ้านกุ่มข้าม ตามแหลม

วัดเก่าเศร้าโทรมแรม รกร้าง

ผู้ใดไม่ซ่อมแซม สร้างวัด สวัสดิ์เอย

เพียงพี่ที่อ้างว้าง ทเวทให้ใจหายฯ


(๑๐๐) ๏ ลมตกนกว้าว่อน ร่อนบิน

โฉบฉาบคาบปลากิน กู่ก้อง

ค้อนหอยค่อยคุ้ยดิน เดินซ่อง มองแฮ

ถิบถ่อกรอปีกจ้อง จ่อมน้ำปล้ำปลาฯ


(๑๐๑) ๏ ถึงบางนางแม่หม้าย ไร้ผัว

เปลี่ยวเปล่าเศร้าหมองมัว หม่นไหม้

คราวใครใคร่ฝากตัว ต่อม่าย หมายเอย

พร้อมจิตคิดจะได้ ดับหม้ายกลายมีฯ


(๑๐๒) ๏ ตวันออจรเข้ฟู่ คู่เคียง

ยาวใหญ่ไล่เรือเรียง เราะท้าย

เด็กตวาดผาดแผดเสียง แซ่สุ่ม ขยุมเอย

มันบ่หยุดผุดหว้าย วู่คว้างขวางเรือฯ


(๑๐๓) ๏ เดชะพระพุทธิเจ้า เข้าฌาน

เคยชนะพญามาร แม่นแล้ว

รฦกถึงจึ่งบันดาน ดุจเช่น เห็นแฮ

จรเค่เหห่างแคล้ว คลาดคล้อยถอยหนีฯ


(๑๐๔) ๏ ถึงช่องคลองน้ำชื่อ กฤษณา

เข้าตอกออกดอกตำรา ว่าไว้

คิดสบพบถ้ำมหา สนุกแน่ แม่เอย

นึกจะปลงคงได้ กระดากเจ้าเฝ้าหวงฯ


(๑๐๕) ๏ บางเลนเป็นที่หลุ้ม แหล่งปลา

แปลงปลักคลักคงคา ขุ่นข้น

ไทเจ๊กเดอใหญ่พา พวกซ่อน ช้อนเอย

บุญส่งจงหลีกพ้น ทุกถั้วตัวปลาฯ


(๑๐๖) ๏ บางบัวบ้านชื่อพร้อง สนองนำ

นึกเช่นเห็นบัวคำ คู่พร้อง

เค่าเหนียวเกี่ยวมาทำ แทนเค่า เจ้าเอย

คราวเคราะห์เพราะเกี่ยวข้อง ขัดค้างขวางเชิงฯ


(๑๐๗) ๏ ลมเรื่อยเฉื่อยชื่นใช้ ใบดลา

ถึงย่านบ้านดารา รกเรื้อ

สองเรือนเพื่อนพูดจา เจ่านั่ง รวังเอย

คิดใคร่ได้ชิดเชื้อ ช่วยเฝ้าเหย้าเรือนฯ


(๑๐๘) ๏ ใบร่มลมเรื่อยแหล้น ลีลา

เหล่าหนุ่มชุ่มชื่นพา เพื่อนร้อง อิเหนาเค่ามลกา กลเม็ด มากแฮ

ฟังเสนาะเพราะพร้อง พรักพร้อมซ้อมเสียงฯ


(๑๐๙) ๏ ถึงชีปขาวย่านบ้าน โบรำ

ชีไม่เห็นกาดำ ตื่นร้อง

เชาบ้านย่านนั้นทำ แทงพวก ฉมวกแฮ

ซางแต่คำพร่ำพร้อง ชื่อนี้ชีปขาวฯ


(๑๑๐) ๏ ขาวอื่นหมื่นสิ่งล้วน นวลขาว

แพรพ่าฟ้าดินดาว ดุจพร้อง

ขาวดูครู่เดียวคราว หนึ่งเบื่อ เหลือแฮ

ขาวบ่เบื่อเนื้อน้อง น่วมนิ้วผิวขาวฯ


(๑๑๑) ๏ คุ้งขวางบางบ้านชื่อ ชี้หล

ทางทิศทุกตำบล บอกแจ้ง

อยู่กลางหว่างมณฑล ทางร่วม รวมแฮ

คนเปลี่ยนเพี้ยนชื่อแย้ง ย่านนี้ยีหนฯ


(๑๑๒) ๏ บางปลาม้าป่าอ้อ กอรกำ

ไม้ไผ่ใหญ่สลวยลำ สล่างเฟื้อย

ชาวบ้านย่านนั้นทำ ที่ไร่ ไว้แฮ

ปลูกผักฟักแฟงเลื้อย ลูกห้อยย้อยไสวฯ


(๑๑๓) ๏ ถึงคุ้งโพกระก้ม กราบกราน

โพอยู่บูรานนาน เนิ่นแล้ว

ชื่นชุ่มพุ่มพิศดาร เดชะ พระเอย

ขออย่าให้ไภยแผ้ว ผ่องพ้นกลโกงฯ


(๑๑๔) ๏ โคกครามนามที่บ้าน หิว่านคราม

เขียวชุ่มฉอุ่มงาม กิ่งก้าน

เหมือนสีที่นุชทราม สวาดิฮุ่ม พุ่มเอย

เห็นแต่ครามนามบ้าน ไสบเจ้าเศร้าสูนฯ


(๑๑๕) ๏ สวนหงส์วงวัดพร้อม พระเณร

รื่นรอบขอบบริเวณ หว่างบ้าน

เคกเยาเล่ากนเกน ก้องที่ กฎีแฮ

ใช่ที่มีสวนสอ้าน ชื่ออ้างปางหลังฯ


(๑๑๖) ๏ ตลาดแก้วแถวถิ่นตเข้ ตนขาม

ตลิ่งตลาดแต่ล้วนหนาม สนับหญ้า

แก้วอื่นหมื่นแสนทราม สู้สละ ปละเอย

รักแต่แก้วแววฟ้า จะเฝ้าเคล้าสนอมฯ


(๑๑๗) ๏ ถึงวังตาเพชอ้าง ปางหลัง

ไผ่พุ่มซุ้มเซิงรัง รกเรื้อ

ตาเพชเหตุใดวัง มีเล่า เจ้าเอย

ฤาว่าตาเพชเชื้อ ชาติท้าวเจ้าเมืองฯ


(๑๑๘) ๏ สวนขิงตลิ่งแต่ล้วน สวนมเขือ

พริกเทศเม็ดอร่ามเหลือ เรื่อไหร้

กล้วยปลูกสุกห่ามเครือ ครบซ่ม มยมเอย

คิดคู่อยู่สวนได้ แต่งต้มซ่มตำฯ


(๑๑๙) ๏ บ้านยอดยอดไม้สะพรั่ง ฝั่งชลา

ยอดยื่นชื่อช่อผกา กิ่งคว้าง

ยอดอื่นหมื่นแสนดา ดาษทอด ยอดแฮ

ยอดรักจักหาบ้าง บ่ได้ใจหายฯ


(๑๒๐) ๏ ลุดลชนบทบ้าน ขนมจีน

โรงเจ๊กตั้งริมตีน ท่าน้ำ

นั่งนับทรัพย์สิ่งสิน สยายเพ่า เล่าแฮ

เมียช่างสางสลวยล้ำ สลับผู้หูหนางฯ


(๑๒๑) ๏ โพคอยโพขึ้นอยู่ คู่เคียง

ปากช่องคลองชลาเฉลียง ลัดถุ้ง

บ้านตั้งฝั่งน้ำเรียง รายอยู่ หมู่แฮ

แลรอบขอบแหลมคุ้ง เขตบ้านตาลรายฯ


(๑๒๒) ๏ ถึงหน้าท่าน้ำวัด มนาวหวาน

ฦาเลื่องเบื้องบูราน ร่ำพร้อง

หวานอื่นคลื่นไส้นาน นักเบื่อ เหลือแม่

หวานแต่น้ำคำน้อง เสนาะน้ำคำหวานฯ


(๑๒๓) ๏ ทับขี้เหล็กเด็กว่าต้ม ขมเหลือ

ครั้นแต่งแกงต้มเกลือ กลบคั้น

พริกขิงสิ่งใส่เจือ จิบอร่อย น้อยฤา

ขมขื่นคลื่นไส้นั้น แต่น้ำคำขมฯ


(๑๒๔) ๏ วัดฝางอ้างชื่อไว้ ใช่ฝาง

ฝางย่อมย้อมแพรยาง ยิ่งขรั้ง

แดงสุกถูกแดดหมาง หมองคร่ำ ดำแฮ

อกพี่ที่แค้นขั้ง ขู่คร้ำน้ำฝางฯ


(๑๒๕) ๏ ท่าระหัดพัดน้ำท่วม ท้องนา

หันกลับขับคงคา คึ่นได้

ใคร่จ้างช่างรหัดหา ห่อนพบ หลบเอย

อกพี่ที่ร้อนให้ รหัดน้ำพร่ำพรมฯ


(๑๒๖) ๏ ถึงบางนางสุกน้อง นามเหมือน

สุขพี่ที่ร่วมเรือน เพื่อนร้อน

ยามสุขทุกปีเดือน ได้อยู่ คู่เอย

ยามทุกสุขกาหล้อน หล่นเหน้าเปล่าดายฯ


(๑๒๗) ๏ ถึงย่านยายท้าวที่ ผีลง

ฦาข่าวเจ้าสิงทรง สอดรู้

คิดใคร่ไถ่ถามองค์ อารักษ์ ประจักษ์เอย

แม่ม่ายหมายเคียงขู้ คบเผื้อนเชือนไฉนฯ


(๑๒๘) ๏ ท่าโขลงโขลงช้างค่าม ตามโขลง

พลอยถูกผูกกูบโยง แย่ท้าย

ลืมเถื่อนเพื่อนร่วมโรง รักยศ หมดแฮ

พี่เที่ยวเดียวโดดคล้าย คชร้างห่างโขลงฯ


(๑๒๙) ๏ บ้านตั้งฝั่งน้ำที่ กฎีทอง

ลาวอยู่รู้เสียงสนอง เหน่อช้า

ปลูกผักหักฟืนตอง ตามเถื่อน เพื่อนแฮ

หูเจาะเหมาะแต่หน้า แน่งน้อยกลอยใจฯ


(๑๓๐) ๏ โคกม่อก่ออิฐตั้ง เตาเพลิง

เผาม่อก่อไฟเริง เร่งเร้า

ม่อมีที่พะเพิง เพื่อนเหล่า เผาแฮ

อกพี่ที่ร้อนเถ้า ถ่านกลุ้มรุมแรงฯ


(๑๓๑) ๏ ถึงรยะสระโปยชหญ้าน บ้านลาว

ผ้านุ่งถุงทบยาว ย่างย้าย

กลีบกลับวับแวมวาว แวบแวบ แทบแฮ

เด็กว่าฟ้าแลบชม้าย มุ่งค้อนงอนงามฯ


(๑๓๒) ๏ ถึงท้ายชายน้ำตก รกคลอง

ที่ลุ่มขุมรางรอง รับน้ำ

หน้าแล้งแฮ่งนาหนอง น้ำตก ซกแฮ

ชลเนตรเชษฐาผร้ำ เช่นน้ำตกบางฯ


(๑๓๓) ๏ ควันเย็นเห็นหาดหน้า ท่ามี

เมืองสุพรรณบุรี รกร้าง

ศาลตั้งฝั่งนที ที่หาด ลาดแฮ

โรงเล่าเขาต้มค้าง ขอบคุ้งหุงสุราฯ


(๑๓๔) ๏ ผู้รั้งตั้งรั้วรอบ ขอบราย

เป็นหมู่ดูงัวควาย ไขว่บ้าน

สาวสาวเหล่านุ่งลาย แล้วหม่อม มอมเอย

จ้ำม่ำลำสันสอ้าน อาบน้ำปล้ำปลาฯ


(๑๓๕) ๏ กรมการบ้านตั้งตลอด ตลิ่งเตียน

ต่างต่อล้อเลื่อนเกียร เก็บไว้

เรือริมหาดดาษเดียร รดะปัก หลักแฮ

ของเหล่าเชาสวนใต้ แต่งตั้งนั่งขายฯ


(๑๓๖) ๏ ฝั่งซ้ายฝ่ายฟากโพ้น พิศดาร

มีวัดพระรูปบูราณ ท่านสร้าง

ที่ถัดวัดประตูสาร สงฆ์สู่ อยู่เอย

หย่อมย่านบ้านขุนช้าง ชิดข้างสวนบันลังฯ


(๑๓๗) ๏วัดกระไกรใกล้บ้านที่ ศรีประจัน

ถามเหล่าชาวสุพรรณ เพื่อนชี้

ทองประศรีที่สำคัญ ข้างวัด แคแฮ

เดิมสนุกทุกวันนี้ รกเรื้อเสือคนองฯ


(๑๓๘) ๏ ประทับหน้าท่าสิบเบี้ย บูราณ

หว่างวัดฝาโถสถาน ถิ่นร้าง

มหาโพทโบสถ์วิหาร หักทับ ยับเอย

พิมพิลาไลยสร้าง สืบขู้สูพรรณฯ


(๑๓๙) ๏ สงสารบ้านวัดร้าง แรมโรย

เสียงแต่นกหกโหย ค่ำเช้า

อกพี่ทีเดียวโดย ด้วยแก่ แม่เอย

เข้าเรื่องเมืองร้างเศร้า โศกซ้ำรำจวนฯ


(๑๔๐) ๏ นอนค้างข้างคุ้งถัด วัดกระไกร

ครั้นรุ่งมุ่งเดินไพร พรั่งพร้อม

ไหว้พระป่าเรไร ร่มรรื่น ชื่นเอย

ริมรอบขอบเขื่อนล้อม สะล่างไม้ไพรพนมฯ


(๑๔๑) ๏ น้อยน้อยพลอยชื่นชี้ ชมไพร

ครึมครึกพฤกษาไสว แว่นแคว้น

ผลิดอกออกผลใบ รบัดชื่น รื่นเอย

รอกกระแตแลแหล้น โลดเต้นเผ่นผยองฯ

(สระล้วน)


(๑๔๒) ๏ แจ้วแจ้วจักกระจั่นจ้า จับใจ

หริ่งหริ่งเรื่อยเรไร ร่ำร้อง

แซงแซวส่งเสียงใส ทราบโสต

แหนงนิ่งนึกนุชน้อง นิ่มเนื้อนวลนางฯ


(๑๔๓) ๏ พิกุนบุนนากแก้ว กาหลง

หอมชื่นรื่นลำดวนดง ดอกรย้า

สาวหยุดพุทธิชาดทรง เสาวรส สดเอย

หนุ่มหนุ่มรุมเก็บหน้า สนุกโน้มโถมชิงฯ


(๑๔๔) ๏ เด็กได้ไส้ห่อผ้า พับเฉียง

เห็นไก่ไล่ลัดเฉลียง ลดเลี้ยว

ล้มลุกสนุกสำเนียง สนั่นโห่ โร่เอย

หน้าผากฝากบวมเบี้ยว บ่เว้นเผ่นผยองฯ


(๑๔๕) ๏ นกร้องก้องกิ่งไม้ ใบบัง

แลลับกรับเสียงวัง เวกแหว้ว

ค้อนทองป่องเป๋งดัง ดุจเคาะ ฆ้อนแฮ

กอไผ่ไก่ขันแจ้ว แจ่มเจื้อยเฉื่อยเสียงฯ


(๑๔๖) ๏ ขึ้นโขดโบสถ์เก่าก้ม กราบยุคล

พระป่าเรไรยล อย่างยิ้ม

ยอกรหย่อนบาทบน บงกช แก้วเอย

ปลั่งเปล่งเพ่งพิศพริ้ม พระหนั้งดังองค์ฯ


(๑๔๗) ๏ เทียนธูปบุพชาติบ้าง บูชา

นึกพระเสด็จมา ยับยั้ง

ลิงเผือกเลือกสมอพวา ถวายไว่ ใกล้แฮ

ช้างเผือกเลือกผึ้งทั้ง กิ่งไม้ไหว้ถวายฯ


(๑๔๘) ๏ ขอเดชะพระพุทธิเจ้า จงเห็น

อตส่าห์มาเช้าเย็น ยากไร้

ปรารถนาว่าจะเป็น ปเจกพุท ธะภูมิเอย

บุญช่วยด้วยให้ได้ ดุจข้าอาวรณ์ฯ


(๑๔๙) ๏ ยังไปไม่พ้นภพ สงสาร

ขอปะพระศรีอาร อีกเหล้า

กราบถึงซึ่งพระนิพาน ผ่ายภาก หน้าเอย

ขอสุขทุกข์โศกเศร้า สิ่งร้ายหายสูญฯ


(๑๕๐) ๏ อนึ่งเจ้าเหล่าเล็กล้วน ลูกหลาน

หมายมั่งดังพิศถาน ถี่ถ้วน

ขอให้ใส่นามขนาน ตาบพัด สวัดิเอย

กลั่นชุบอุประถำล้วน ลูกเลี้ยงเที่ยงธรรม์ฯ


(๑๕๑) ๏ เย็นรอนอ่อนเกศก้ม กราบลา

จากวัดตัดตรงมา แม่น้ำ

ค้างคืนตื่นเช้าคลา คลาดเคลื่อน เรือเอย

ติดแก่งแข็งข้อค้ำ ขัดข้องต้องเข็นฯ


(๑๕๒) ๏ เลี้ยวหนึ่งถึงบ้านชื่อ โพคลาน

โพใหญ่ไม้บูราณ ร่มชื้น

สองฝั่งพรั่งพฤกษตาล โตนดพุ่ง สูงเอย

ท่าลาดหาดทรายตื้น ตลิ่งล้วนสวนมเขือฯ


(๑๕๓) ๏ ศีรษะเวียงเสียงแซ่ล้วน พวนลาว

แก่หนุ่มสุ่มปลาฉาว แช่น้ำ

ผ้าบ่นุ่งพุงขาว ขวยจิต รอิดเอย

เด็กด่วนชวนเพื่อนค้ำ ค่ามให้ไกลลาวฯ


(๑๕๔) ๏ โพหลวงห้วงน้ำฦก ไหลเนือย

ปะแต่ลาวเปล่าเปลือย ปลอดผ้า

อาบน้ำคล่ำริมเฟือย ฝูงหนุ่ม กลุ้มแฮ

เด็กเกลียดเบียดเบือนหน้า นิ่วร้องสยองแสยงฯ


(๑๕๕) ๏ สำประทิวงิ้วง้าวสล่าง กร่างไกร

ถิ่นท่าป่ารำไร ไร่ฝ้าย

เจ๊กอยู่หมู่มอญไทย ทำถั่ว รั้วเอย

ปลูกผักฟักกล้วยกล้าย เกลื่อนข้างทางจรฯ


(๑๕๖) ๏ ถึงย่านบ้านรัดช้าง ปางหลัง

ข้างถูกผูกรึงรัง รัดไว้

พลัดพรากจากฝูงพัง พวกเพื่อน เถื่อนเอย

เพียงพี่ที่ทุเรศไร้ นิราศร้างห่างสมรฯ


(๑๕๗) ๏ บ้านตั้งฝั่งฟากน้ำ ธรรมกูล

วัดทร่างปางก่อนสูญ สงัดเศร้า

ขอบเขื่อนเกลื่อนอิฐปูน เปื่อยเปล่า เจ้าเอย

โบสถ์ยับทับพระเจ้า เจิ่งน้ำกรำฝนฯ


(๑๕๘) ๏ ยลย่านบ้านหนึ่งนั้น แนะนาม

วัดสว่างอารมอาราม รื่นไม้

สว่างแต่ที่พี่ยาม มืดมิด จิตรเอย

ห่อนสว่างอย่างไว้ ชื่ออ้างสว่างอารมฯ


(๑๕๙) ๏ โพพระระยะหญ้าน หญ่อมไพร

โพชื่นรื่นร่มใบ โบกรย้า

โปรดด้วยช่วยคุ้มไภย พยัฆพยศ คดเอย

โพพระอนุเคราะห์ข้า พระเจ้าคราวเข็นฯ


(๑๖๐) ๏ โพพญาท่าตลิ่งล้วน ฬ้อเกวียร

โพไผ่ไม้เต็งตเคียน ตขบบ้าง

ซิกซากกระบากกระเบียน กระเบากระแบก กระบกแฮ

เสลาสลอดสลับสล้าง เหล่าไม้ใกล้กระสินฯ


(๑๖๑) ๏ บ้านซ่องช่องชวากเวิ้ง เซิงหวาย

เหล่าที่หนีมุนนาย เนิ่นช้า

ซ่องสุมซุ่มเรือนราย ริมกับ เกรี่ยงแฮ

ใครจับกลับรุมข้า ขัดข้องซ่องหลวงฯ


(๑๖๒) ๏ บางมดแดงแขวงเขตคุ้ง ทุ่งไพร

ถิ่นเถื่อนเรือนรำไร ไร่กล้วย

นึกมดอดสูใจ จงมม่วง หวงแฮ

เพียงพี่หมีมอดม้วย ไม่สริ้นถวิลหวังฯ


(๑๖๓) ๏ วังยางค่างคุ้งสะล่าง ยางยูง

โตล่งตลิ่งยิ่งยูงสูง ฉโงกง้ำ

นกแลแต่ลฝูงลฝูง ฟุบสพั่ง รังเอย

ร่มรื่นชื่นชายน้ำ นั่งเหล้นเย็นสบายฯ


(๑๖๔) ๏ ถึงบ้านตาลเสี้ยนร่ำ ทำตาล

ไต่ผโองโหญ่งโย่ทยาน ย่างเก้า

หน้าหัวเราะเพราะรักหวาน หวังใคร่ ได้ฤา

เพียงพี่นี้แฝงเฝ้า ใฝ่น้ำคำหวานฯ


(๑๖๕) ๏ ว่างบ้านย่านน้ำเปลี่ยว เหลียวแล

ตลิ่งสูงฝูงรอกแต ไต่ไม้

กรวยกร่างค่างเคียมแค ข่อยกทุ่ม กุ่มเอย

ลมป่วนหวนหอมให้ ลเหี่ยลห้อยหงอยเหงาฯ


(๑๖๖) ๏ จวบจนชนบทบ้าน ศรีจัน

ท่าลาดหาดเกิดกัน แก่งตื้น

เรือนตั้งฝั่งเรียงรัน โรงเหล็ก เจ๊กเอย

คนภู่ดูครึกครื้น ค่ามช้างต่างเกวียนฯ


(๑๖๗) ๏ จวนเย็นเห็นแห่งบ้าน ด่านขนอน

หาดใหญ่ไทยเจ๊กมอญ มี่บ้าน

จอดเรือเมื่อเย็นรอน ริมหาด สอาดเอย

ร้องว่าอาศัยร้าน ร่มไม้ใกล้เรือฯ


(๑๖๘) ๏ เจ้าของร้องรับให้ ได้การ

หนุ่มหนุ่มชุ่มชื่นบาน บ่เศร้า

ขึ้นฝั่งนั่งสำราญ ร้านใต้ ไทรเอย

สาวรุ่นวุ่นเวียนเฝ้า ฝั่งน้ำชำเลืองฯ


(๑๖๙) ๏ ลูกเอยเฉยเช่นปั้น ปูนขาว

สาวเพ่งเล็งหลบสาว สิ้นแล้ว

ปะเป็นเช่นพ่อคราว ครั้งหนุ่ม ชุ่มฤา

ตายราบลาภไม่แคล้ว คลาดช้านาทีฯ


(๑๗๐) ๏ ลูกลาวสาวรุ่นน้อง ทักทาย

เรือพี่มีสิ่งขาย ค่อยไหว้

ลูกเราเหล่าหนุ่มอาย แอบเด็ก เล็กแฮ

สอนกระสาบตาบให้ ว่าซื้อหรือจำฯ


(๑๗๑) ๏ หนูพัดพลัดพลอดล้อ เลียนสาว

มีหมากอยากสู่สาว ซิ่นแล้ว

ป่านเจ้าเค่าเหนียวขาว ขายมั่ง กระมังแม่

ตาบฮ่ามถามหาแห้ว แห่งนี้มีฤาฯ


(๑๗๒) ๏ ลาวไปไทยพี่น้อง มองเมียง

มืดค่ำทำร่ายเรียง เราะร้าน

กลั่นชุบอุบอิบเอียง กแอมแอบ แยบเอย

ขอหมากปากสั่นสท้าน ทดท้อย่อหญิงฯ


(๑๗๓) ๏ ราตรีพี่น้องอ่อน เอนดู

ขันใหญ่ใส่หมากพลู นาบให้

แห้วเลือกเผือกถั่วภู พัดรับ กลับแฮ

จสั่งมั่งไม่ได้ เดือดหน้าด่าตีฯ


(๑๗๔) ๏ ดึกลาวสาวรุ่นกล้า มาเดียว

ให้กระเช้าเข้าเหนียว นั่งใกล้

ถอยหลีกอีกบ่อเหลียว เลยลูก กูเอย

กลั่นรับกลับจุดไต้ ตอบโต้โมทนาฯ


(๑๗๕) ๏ บูราณท่านว่าเลี้ยง ลูกสาว

มันมักหักรั้วฉาว เช่นพร้อง

หนุ่มชายฝ่ายรุ่นราว รักขะยั่น พรั่นแฮ

ลูกโง่โซแสบท้อง บ่อรู้สู่สาวฯ


(๑๗๖) ๏ ครั้นช้าวสาวสบหน้า ลาสาว

จากขนอนอ่อนหนาว หนุ่มเศร้า

คราวได้ไม่โลมลาว ลองซู่ ดูแฮ

ครั้นลับกลับรฤกเหล้า ลูกโหง้โซสาวฯ


(๑๗๗) ๏ เอนดูหนูพี่น้อง สองสาว

คิดใคร่ได้เลี้ยงลาว ลูกสไภ้

แต่ลูกผูกรักชาว วังเล่า เจ้าเอย

จเจ็บเล็บเขาไว้ ข่วนร้ายคล้ายเสือฯ


(๑๗๘) ๏ บางกระพุ้งคุ้งน้ำเปลี่ยว เหลียวแล

บนบกนกซอแซ แซ่ซ้อง

เห็นนกกกคู่แด ดานลฦก นึกเอย

เหมือนอยู่คู่เคียงน้อง แนบเนื้อเหลือสนอมฯ


(๑๗๙) ๏ บ้านใหม่ไร่ฝ่ายสพรั่ง ฝั่งชลา

ฟ่ายออกดอกขาวดา เด่นช้อย

เนื้อนุชสุดโสภา เพียงฟ่าย ไร่เอย

ชมฟ่ายคล้ายผิวสร้อย สวาดิเนื้อเหลือนวลฯ


(๑๘๐) ๏ ถึงย่านบ้านกร่างเวิ้ง วาริน

เกิดแก่งแหล่งเหวหิน ฮ่วงคุ้ง

ปล่องน้ำท่ำกุมภิน พวกเงือก เลือกแฮ

ยามเปลี่ยวเสียวทรวงสดุ้ง ด่วนพ้นวลวังฯ


(๑๘๑) ๏ บ้านไร่ไทเจ๊กตั้ง ทั้งทวาย

กล้วยไข่ไร่เรียงราย เรียกซื้อ

ตกเครือเรื่อเรืองปลาย ปลีสลับ ปกับแฮ

เฟื้องหนึ่งถึงสี่มื้อ หมดรื้อซื้อเสมอฯ


(๑๘๒) ๏ วังปรานบ้านเว้นว่าง วางเวง

สองฝั่งวังเสือเกรง เกรียบฉม้อย

นายรอดทอดท้ายเพลง พลอยหนุ่ม ชุ่มเอย

ป่าใหญ่ไม้ชื่นช้อย ชุ่มฉ้อออรชรฯ


(๑๘๓) ๏ บางม่วงห้วงหาดตื้น ติดเรือ

ทรายเกลี่ยเรี่ยรอยเสือ ซับซ้อน

ซึ้งซึกพฤกษครุมเครือ ค่างโครก โฮกแฮ

โปรยแต่ใบไม้หว้อน วิ่งร้องพองขนฯ


(๑๘๔) ๏ ลูกค่างอย่างย้อมชาติ ชมภู

เหลืองอ่อนโอ้เอนดู เด็กน้อย

แม่อุ้มชุ่มชื่นชู ชมลูบ จูบเอย

กอดแอบแนบอกห้อย หกโน้มโถมทยานฯ


(๑๘๕) ๏ ย่านซื่อชื่อว่าบ้าน ย่านยาว

เหนแต่ชุมนุมลาว ล่อนโล้ง

ลากอวนส่วนหนุ่มสาว เสียงแซ่ แม่เอย

เท่าแก่แลโล้งโต้ง ต่างหล้อนห่อนอายฯ


(๑๘๖) ๏ อ้างว้างกลางน้ำร่ม ลมโชย

ลิงค่างครางครวนโหย โห่ร้อง

กระเบาออกดอกร่วงโรย รศรื่น ชื่นเอย

หึ่งหึ่งพึ่งเพียงฆ้อง ย่ำเถี้ยงเสียงกระหึมฯ


(๑๘๗) ๏ ยนย่านศารปู่เจ้า จอมไพร

ปลาคล่ำน้ำซึ้งใส สอาดสอ้าน

งูเหลือมเลื่อมเลือกไคล คลานกลิ่ง ตลิ่งแฮ

โตเท่าเสาเรือนกว้าน กวาดน้ำดำปลาฯ


(๑๘๘) ๏ ติดตื้นขืนถ่อค้ำ เขนเรือ

บนบกรกรังเสือ ซอกซุ้ม

นำงูฟู่เลื้อยเหลือ หลีกยาก หลากแฮ

ศักครู่ดูควันกลุ้ม กลบข้างทางจรฯ


(๑๘๙) ๏ เดกเหนเช่นมนุษหนั้ง หลังงู

แวววับคลับคลายฟู ฟ่องเฟื้อย

รู้ชัดจัดหมากพลู พลีปู่ เจ้าเอย

งูกระเพื่อมเลื่อมเลื้อย หลีกคล้ายหายสูรฯ


(๑๙๐) ๏ เรือคล่องล่องเลี้ยวเลื่อน เคลื่อนคลา

ถึงย่านบ้านกลวยเวลา บ่ายคล้อย

กล้วยไข่ไร่รื่นรดา ดกเรื่อ เครือเอย

หล่างแห่งแปลงปลูกอ้อย แอบกล้วยสลวยลำฯ


(๑๙๑) ๏ ถึงช่องคลองน้ำซับ ซ้ายมือ

เกิดแร่แง่งอกครื ครืดท้อง

ผู้เท่าเล่าเลื่องฦา เหล็กที่ ดีเอย

ครึคระระเรือต้อง ติดตื้นขืนเขนฯ


(๑๙๒) ๏ บ้านว่าขวาซ้ายค่าง ทางจร

หินแร่แลสลับสลอน ฦกซึ้ง

เรือนตั้งฝั่งสาคร คนเงียบ เสียบเอย

ปลาคล่ำน้ำไหลอึ้ง แอบคุ้งมุ่งทางฯ


(๑๙๓) ๏ วังหินถิ่นเถื่อนกว้าง ยางยูง

สมอแสมสารสูง สดฉุ้ม

หว่างไผ่ไก่เถื่อนฝูง ฟุบเขี่ย เรี่ยเอย

เด็กใคร่ได้ไก่อุ้ม แอบขึ้นครึนรายฯ


(๑๙๔) ๏ ไก่เถื่อนเหมือนจฬ้อ ก้อกพือ

เด็กย่องด่องดีดมือ มุ่งหน้า

เข้าใกล้ไก่เปรียวปรื๋ ปร๋อร่อน ว่อนแฮ

เด็กโดดโลดไล่คว้า ไคว่ขว้ำขะมำมอมฯ


(๑๙๕) ๏ ลงเรือเหื่ออาบหน้า หนูเอย

อย่าไล่ไก่เลยเชย ช่อไม้

ดอกดวงร่วงรื่นรเหย หอมกลิ่น รรินแฮ

เก็บศักห่อพ่อได้ เด็จร้อยสร้อยสนฯ


(๑๙๖) ๏ ย่านยาวลาวตั้งกลาด หาดทราย

แล่ผ่าปลาฉแวงสวาย แหวะท้อง

ย่างไฟใส่ซ่าราย เรียงนั่ง สพรั่งเอย

พวกหนุ่มสุ่มเรือร้อง เจียรน้อฬ้อลาวฯ


(๑๙๗) ๏ ถึงวนก้นหวดห้วง หินแลง

แร่เกลื่อนเหมือนซิงแขง ค่างคุ้ง

ตำราว่าทองแดง เดกต่อย ย่อยแฮ

พรายพร่างอย่างศรีรุ้ง รอดชี้ที่แถลงฯ


(๑๙๘) ๏ ตวันเยนเหนพยัฆด้อม ดื่มชล

โห่ขับกลับโฮกคน เคี่ยวโง้ง

ขึ้นตลิ่งวิ่งคำรน เราะไล่ ใกล้แฮ

ทังขู่ภู่เมียโขร้ง คร่างร้องก้องกระหึมฯ


(๑๙๙) ๏ นายรอดสอดรู้เท่า เหล่าเสือ

มักกัดสัตกินเหลือ ละไว้

มันหวงล่วงไล่เรือ รอดแนะ แวะแฮ

หนูหนุ่มกุมมีดไม้ มุ่งแย้งแทงเสือฯ


(๒๐๐) ๏ โห่ร้องซ้องแส้ป่า กล้าหาน

เสือวิ่งยิ่งทเยอทยาน หยักรั้ง

ตามทางห่างฝั่งประมาณ สองเซ่น เหนแฮ

ได้แต่เนื้อเหลือทั้ง ท่อนท้ายชายโครงฯ


(๒๐๑) ๏ รอดรัดมัดเชือกกลุ้ม หนุ่มหาม

ถึงที่เรือเสือตาม ติดก้น

จากท่าป่าเปลี่ยวขาม ขยาดพยัฆ นักพ่อ

ถ่อถี่หนีเสือพ้น พี่ให้ใจหายฯ


(๒๐๒) ๏ บูรานท่านว่าล้วง คอเสือ

เหล่าลูกถูกตำราเหลือ เหล็กกล้า

เช่นพ่อก็กลืนเกลือ กลั้วเค่า เจ้าเอย

ชิงเหยื่อเสือต่อหน้า นึกคร้ามขามแขยงฯ


(๒๐๓) ๏ วังฉลามยามสูริยเยื้อง เย็นรอน

เสียงสุนัขไนหอน เห่าเนื้อ

ลิงค่างต่างโหวยวอน วิเวกวาบ สาบเอย

เผาะเผาะเราะรกเรื้อ เรียดข้างทางจรฯ


(๒๐๔) ๏ มืดค่ำจำจอดค้าง หว่างไพร

หนุ่มหนุ่มสุมฟืนไฟ ฝั่งน้ำ

เนื้อย่างค่างเครื่องใน หมูแบ่ง แกงแฮ

เนื้อสดรสอร่อยล้ำ กระหลบฟุ้งคุ้งแหลมฯ


(๒๐๕) ๏ นอนค้างกลางหาดตื้น ตลิ่งสูง

นิ่งนั่งฟั่งฟานฝูง มฤคฆร้อง

เงาไม้ใหญ่ยางยูง เยนเยียบ เงียบเอย

เผาะเผาะเราะป่าต้อง ตวาดซ้ำร่ำไปฯ


(๒๐๖) ๏ เกือบหลับกรับเกรียบไม้ ไต้เหนือ

คุ่มคุ่มดุ่มตามเรือ รอบข้าง

ปลุกหนุ่มรุมโห่เสือ สวบโขยด โดดแฮ

เด็กด่าคว้าฟืนขว้าง ก่อให้ไฟโพลงฯ


(๒๐๗) ๏ เสือชุมหนุ่มแน่นหนั้ง รวังไฟ

ดึกยิ่งวิ่งเวียรไว แวดล้อม

จำเปนเซนพระไพร เพราะเหญื่อ เสือแฮ

ตัดตับกับเนื้อพร้อม พร่ำตั้งสังเวยฯ


(๒๐๘) ๏ เยนเยียบเงียบสงัดเงื้อม เงาครึม

อารักศักสิทพึม พุ่มไม้

ทิ้งทูตพูดงึมงึม เงี่ยง่วง ทรวงเอย

จังหรีดกรีดกริ่งให้ ลเหี่ยเศร้าหาวนอนฯ


(๒๐๙) ๏ ดึกดื่นฝืนเนตรหนั้ง ฟังเสียง

แม่ม่ายลองไนเรียง แหร่ร้อง

รฦกแต่แม่ม่ายเวียง สวาดิว่าง ค้างเอย

เปนม่ายร้ายนักน้อง จต้องลองไนฯ

(๒๑๐) ๏ หนุ่มหลับคลับคล้ายเลื่อม แลเหน


เจ้าป่าหน้าปากเปน พยัฆร้าย

ขี่แรดแผดเสียงเยน ขยอกเหยื่อ เนื้อเอย

ร้องว่าลาแล้วคล้าย เคลือบเข้าเงาหายฯ


(๒๑๑) ๏ ยามสามยามสงัดไม้ ไพรพนม

พร่ำพร่ำน้ำค้างพรม พร่างพร้อย

เยนเยียบเงียบสงัดลม แลตล่ง ดงเอย

ไม่นิ่งกิ่งก้านช้อย ชื่นฉุ้มพุ่มพกาฯ


(๒๑๒) ๏ ค่อนรุ่งฝุงไก่แจ้ แจ้วเสียง

เอ๊กเอื่อยเฉื่อยสำเนียง เนื่องซ้อง

เรไรร่ายร้องเรียง รับแซ่ แม่เอย

เพียงรนาดพาดฆ้อง แข่งเจ้งเพลงจีนฯ


(๒๑๓) ๏ เกือบรุ่งฟุ้งกลิ่นเกลี้ยง เพียงสุคน

หึ่งหึ่งพึ่งเวียรวล ว่อนเคล้า

มาลีคลี่กลีบบน บานกลิ่น รรินเอย

ยิ่งรุ่งฟุ้งหอมเร้า เร่งให้ใจเจริญฯ


(๒๑๔) ๏ รื่นรื่นชื่นเช่นน้ำ อบหอม

หวนจิตคิดเคยสนอม แนบน้อง

เจือจรรกลั่นกลิ่นรอม รวยรรื่น ชื่นเอย

เคยชื่นรื่นรศต้อง ตกไร้ไกลสมรฯ


(๒๑๕) ๏ เรืองรุ่งฝูงนกร้อง ก้องดง

เรียกเร่งรถสูริยง เยี่ยมฟ้า

ล่าป่าท่าน้ำจง เจริญศุข รุกขเอย

จากฝั่งพรั่งพร้อมหน้า หนุ่มน้อยพลอยเพลินฯ


(๒๑๖) ๏ ล่วงทางบางขวากคุ้ง เขดไพร

เหนแต่แร่รกไคล เคลือบคล้ำ

ซ้ายขวาป่าสูงไสว ว่างย่าน บ้านเอย

เด็กใคร่ไปปลายน้ำ สนุกแท้แควเหนือฯ


(๒๑๗) ๏ นึกนามสามชุกถ้า ป่าดง

เกรี่ยงไร่ได้ฟ่ายลง แลกล้ำ

เรือค้าท่านั้นคง คอยเกรี่ยง เรียงเอย

รายจอดทอดท่าน้ำ นับฝ้ายขายของฯ


(๒๑๘) ๏ นางเกรี่ยงเสียงเพราะพร้อง กหนองกแหนง

สาวผูกลูกปัดแดง ประดับพร้อย

คิ้วตาน่านวลแตง ตลหม่อม จอมเอย

แค่งทู่หูยานย้อย อย่างลว้าพาคลายฯ


(๒๑๙) ๏ สามเพงเลงสะล่างไม้ ไพรสน

ป่าใหญ่ใช่เขดคน ขาดบ้าน

ร่มรื่นชื่นชมชล ซุ่มแต่ แร่เอย

ปลาว่ายสายสินสอ้าน สอาดตื้นพื้นทรายฯ


(๒๒๐) ๏ ปลาชนางคว้างแคว้งว่าย ลายแล

เลื่อมเลื่อมเล่ตุกแก กดิบกเดี้ย

ไข่ฉะนางอย่างฝักแค เขียวฉอุ่ม ชุ่มเอย

สร้อยซ่ากากดเพลี้ย พล่านน้ำคล่ำทางฯ


(๒๒๑) ๏ ไอ้บ้าอ้าปากกว้าง หางแดง

ซิวสูบสีเสียดแซง แซกซ้อน

กรีมกรายว่ายเวียรรแวง รวังม่าย หมายเอย

ฝักดาบปลาบเปลือยหล้อน แฉลบหว้ายสายสินธุ์ฯ


(๒๒๒) ๏ ปลาตเพียนเวียรว่ายเคล้า คลอเรือ

เกล็จเคลือบเหลือบเหลืองเหลือ เลื่อมพร้อย

ปลาเสือมุ่งเหมือนเสือ ส่ายโบก กโชกแฮ

หางไก่ใช่หางช้อย ชแล่มหว้ายร่ายเรียงฯ


(๒๒๓) ๏ นานาปลาน้ำถิ่น หินทราย

ชมเล่นเหนปลาดหลาย เล็กน้อย

ทางเปลี่ยวเที่ยวถึงปลาย น้ำเล่า เจ้าเอย

บนบกนกกระเตนกระต้อย ต้องร้องซ้องเสียงฯ


(๒๒๔) ๏ ถึงรวางว่างบ้านชื่อ ชัดหอม

หอนประดู่ปรูพยอม ยื่นย้อย

ดอกกระดึงพึ่งแตนตอม ต่อร่อน ว่อนแฮ

นกพริกจิกจับห้อย หกหิ้วพลิ้วแพลงฯ


(๒๒๕) ๏ ถึงแก่งแห่งท้ายย่าน บ้านทึง

หินแร่แก่เก่าตรึง กรวดก้อน

ลงเข็นเล่นน้ำอึง อาบชุ่ม หนุ่มเอย

เยนสบายหายร้อน เรื่อยร้องลองลำฯ


(๒๒๖) ๏ เอนหลังฟังดอกสร้อย สักระวา

ร้องรับขับเสภา เพื่อนพร้อม

ลำนำคร่ำครวนหา หวนเอก วิเวกเอย

ผอยหลับรับเสียงซ้อม เสนาะน้ำคำครวนฯ


(๒๒๗) ๏ หยุดเรือเหนือวัดเงื้อม เงาโพ

รื่นร่มรมยศุกโข ค่างคุ้ง

วัดมีที่พระอุโบ สดที่ กุดีแฮ

เหนพระศรทาหมุ้ง มั่นสร้างทางบุญฯ


(๒๒๘) ๏ จัดแจงแต่งตบะเหลื้อม ลายทอง

เทียรทูบท่วยแก้วรอง ดอกไม้

ลูกพลับกับกระเทียมดอง ถวายคนะ พระเอย

ย่ามร่มสมภารได้ รับพร้อมน้อมถวายฯ


(๒๒๙) ๏ ตวันเยนเหบพระพร้อม ล้อมวง

ตีปะเตะตะกร้อตรง คู่โต้

สมภารท่านก็ลง เล่นสนุก ขลุกแฮ

เข่าค่างต่างอวดโอ้ อกให้ใจหายฯ


(๒๓๐) ๏ อยุดกระกร้อฬ่อไก่ตั้ง ตีอัน

ผ้าพาดบาดเหล็กพนัน เหน็บรั้ง

ไก่แพ้แร่ขบฟัน ฟัดอุบ ทุบเอย

เจ้าวัดตัดเรือตั้ง แต่งเหล้นเยนใจฯ


(๒๓๑) ๏ เสียเทียรเสียทูบซ้ำ เสียสัทา

เสียที่มีกระมลมา โนศน้อม

เสียดายฝ่ายศาสนา สัมนะ พระเอย

เสียน่าตาหูพร้อม เพราะรู้ดูเหน


(๒๓๒) ๏ จวนค่ำจำค้างย่าน บ้านทึง

ถอยหนีที่วัดอึง แอบคุ้ง

ตรวดน้ำร่ำรำพึง แผ่ทั่ว ตัวเอย

ให้เหล่าเจ้าป่าถุ้ง เทพสริ้นดินสวรรฯ


(๒๓๓) ๏ เหมือนรู้ผู่เถ้าท่าน ทังสอง

เมียนากนามผัวทอง ผ่องแผ้ว

มาหาพ่าขาวของ คำนับ รับเอย

ท่านช่วยอวยภรแล้ว เล่ารู้บูราณ


(๒๓๔) ๏ ฝ่ายตาอายุร้อย ญี่สิบแถม

ยายสิบแปดปีแกม กับร้อย

ตามองช่องเขมแหลม ตลอดแน่ แม่เอย

ฟันปากหมากเฆี้ยวจ้อย แจ่มอ้วนนวลขาวฯ


(๒๓๕) ๏ ผู้เถ้าเล่าเรื่องอย้าน บ้านทึง

ท้าวอู่ทองมาถึง ถิ่นถุ้ง

แวะขอเชือกหนังขึง เขาไม่ ให้แฮ

สาปย่านบ้านเขดคุ้ง คี่ทึ้งทึงแปลงฯ


(๒๓๖) ๏ วัดทร่างข้างคุ้งย่าน บ้านทึง

ชื่อชัดวัดคี่ทึ้ง ถูกต้อง

ผู่เถ้าเล่าเรื่องจึง จะแจ้ง แสดงเอย

ท่านนั่งสั่งสอนพร้อง พร่ำไว้ไม้ตรีฯ


(๒๓๗) ๏ ได้ครูผู่เท่าทั้ง ยายตา

สมมุติดุจะเทวดา บอกเหล้า

ทายทักลักขณะรา ศรีทั่ว ตัวเอย

จอดน่าท่าผู่เถ้า ท่วนห้าราตรีฯ


(๒๓๘) ๏ ตวันเที่ยงเสียงวิ่งแหร้ แซ่สนอง

เสือตบขบภิขุสอง รูปม้วย

ต่อไก่ไล่นกคนอง นามเทศ เกดแฮ

เสือฟัดกัดกินด้วย บาปซ้ำกรรมหนาฯ


(๒๓๙) ๏ ต่อนกยกพเนียดตั้ง บังกาย

เสือฉีกซีกโครงทลาย ทลักท้อง

กินตับกับตโพกหาย เหนน่า ขาเอย

ภิขุทุศีลต้อง โทษนั้นทันตาฯ


(๒๔๐) ๏ ต่อไก่ไม่สู้ฟาด ขาดใจ

ที่อยู่ปู่เจ้าไป หลับเหล้า

เสือกินซิ่นตับไต ตีนน่อง ท้องแฮ

สังเวทเหตุผู่เถ้า ทักแท้แน่จริงฯ


(๒๔๑) ๏ สำเรจรู้ผู่เถ้าช่วย อวยภร

สิบประการประกอบกลอน กล่าวไว้

ขอสวัดสัฐาวอร ไว้ว่า ลาเอย

สองเท่าเฝ้าร้องไห้ ลเหี่ยลห้อยหงอยเหงาฯ


(๒๔๒) ๏ สงสารท่านสอื้นโอ้ โศกา

พลั่งพลั่งหลั่งน้ำตา ตกด้วย

หนูหนุ่มชุ่มชลนา นั่งเจ่า เหงาเอย

ร่ำว่าท่าไม่ม้วย ไม่สริ้นถวินหวังฯ


(๒๔๓) ๏เรือออกนอกท่าบ้าน ท่านยาย

ย่อไว่ไห้สอื้นฟาย มูกย้อย

เชาบ้านท่านทังหลาย แลสลด หมดเอย

ไห้มั่งทังใหญ่น้อย นั่งผร้ำน้ำตาฯ


(๒๔๔) ๏ แลลับกลับกลั้นโศก สงสาร

หนุ่มน่อยพลอยรำคาร คิดเศร้า

ทังหลายฝ่ายบูราณ รักขู่ ชู้เอย

เราพรากจากผู่เถ้า ทุกร้อนห่อนเสบยฯ


(๒๔๕) ๏ ถึงย่านบ้านกระตั้วเหล่า เชาดง

โกนจุกลูกสาวทรง สอาดสอ้าน

เชิญด้วยช่วยแต่งมง คนเกริก ฤกษเอย

โกนจุกลูกเชาบ้าน อยู่ค้างกลางคืนฯ


(๒๔๖) ๏ ฟังติปี่พาดฆ้อง กลองตโภน

เพลงไทยใส่กลองโยน ยุ่งแท้

เด็กโดดโลดเล่นโขน แขนคอก ออกเอย

ร้องขับรับอ้อแอ้ อุบเหล้าเมามายฯ


(๒๔๗) ๏ เสียงซออออ่ออ้อ เอื่อยเพลง

จับปี่เตร๋งเต้งเตง เต่งต้อง

คลุยตรุ๋ยตรุ่ยตรุ้ยเหนง เหน่งเน่ง รนาดแฮ

ฆ้องหน่องหนองน่องหน้อง ผรึ่งพรึ้งพรึ่งตโภนฯ


(๒๔๘) ๏ สาวสาวเหล่าเลี้ยงเล่น เต้นรำ

ซองหมากฝากหนุ่มนำ เนตรชม้อย

โกนจุกลูกเล็กทำ ขวันเล่า เจ้าเอย

เนตรซู่หนูหนุ่มน้อย นั่งปลื้มลืมนอนฯ


(๒๔๙) ๏ บ่วงรักดักเด็กต้อง สองตา

เปิดปากฝากคำลา เหล่าน้อง

ลงเรือเมื่อจะคลา คลอเนตร ทเวทเอย

แก่เท่าสาวส่งซ้อง แซ่หน้าอาไลยฯ


(๒๕๐) ๏ บ่วงผูกลูกรักแล้ว แร้วราย

ดักพ่อท้อที่กาย แก่แล้ว

ห่อนอยู่ซู่สมรหมาย มัติโมฆ โอขเอย

แต่เหล่าเจ้าลูกแก้ว ก่อร้อนสอนแสลงฯ


(๒๕๑) ๏ หมากพลูบูหรี่ส้ม ขนมขนุน

สาวหนุ่มรุมการุญ รักให้

ผูกมิตรคิดขอบคุณ คนเท่า สาวเอย

ทุกโศกโรคอย่าได้ เดือดร้อนนอนสบายฯ


(๒๕๒) ๏ จากย่านบ้านกระตั้วแต่ แลดู

ศรรักปักทรวงหนู เหน็บช้ำ

รักป่าน่าชื่นชู ชมเล่า เจ้าเอย

ดูถูกลูกปลายน้ำ หนุ่มต้องหมองหมางฯ


(๒๕๓) ๏ น้อยน้อยพลอยว่าน้ำ ลำสุพรรณ

สาวแก่แลคมสัน สะคร้าน

ดูมากว่าสิบวัน ตลอดแว่น แคว้นเอย

ไรจุกทุกทุกบ้าน บ่อเว้นเห็นสาวฯ


(๒๕๔) ๏ บูราณท่านว่าน้ำ สำคัน

ป่าต้นคนสุพรรณ ผ่องแผ้ว

แดนดินถิ่นที่สูพรรณ ธรรมชาด มาศเอย

ผิวจึ่งเกลี้ยงเสียงแจ้ว แจ่มน้ำคำสนองฯ


(๒๕๕) ๏ ถึงถิ่นสริ้นบ้านป่า โป่งแดง

เรือติดคิดขยาดแสยง พยัฆร้าย

สวบสวบยวบไม้แฝง ฟุ้งสาบ วาบแฮ

สองฝั่งทั้งขวาซ้าย สัตร้องซ้องเสียงฯ


(๒๕๖) ๏ คลองกระเสียวเปลี่ยวป่ากว้าง ทางโขลง

เคยถิ่นกินโป่งโทง เที่ยวเร้น

ขามช้างต่างจัดโจง กระเบนกระบิด ตี๊ดแฮ

เก็บกรวดอวดกันเหล้น ตลอดน้ำลำทางฯ


(๒๕๗) ๏ คุ้งขวางบางแวกตื้น พื้นทราย

กรวดกระจ่างพร่างพรายลาย เลื่อมพร้อย

เหมือนเม็จเพชรัตราย แอร่มอร่าม งามเอย

ฉุนว่าแววแก้วก้อย นพเก้าวาวแหวนฯ


(๒๕๘) ๏ กระเบาออกดอกรยับย้อย ห้อยหอม

พึ่งหมู่แมงภู่ตอม ไต่เคล้า

ว่าสุกลูกงามงอน เงาะป่า พวาเอย

กระทุ่มกระถินกลิ่นเร้า รื่นข้างทางจรฯ


(๒๕๙) ๏ รินรินกลิ่นเฟื่องฟุ้ง คลุ้งโขลง

ป่านอกดอกสำโรง ร่วงค้าง

เหล่าลูกผูกเรือฉโลง ลากวิ่ง จริงแฮ

เหมนเช่นเหมนชื่ออ้าง อีกล้ำสำโรงฯ


(๒๖๐) ๏ ถึงหว่างยางพี่น้อง สองยาง

เก่าแก่แต่ก่อนปาง ป่าต้น

เกิดแร่แง่งอกขวาง ขวากระ รกะแฮ

ถูกปวดรวดเร้าล้น สะล่างแหร้แง่สลอนฯ


(๒๖๑) ๏ ปลายน้ำลำคุ้งแขบ โขดเขิน

ขดค่องต้องติดพเอิญ แอ่งตื้น

จอดสองพี่น้องเพลิน พลองสะล่าง ยางเอย

ชื่นชุ่มพุ่มพฤกษครื้น คร่อมน้ำลำลหาลฯ


(๒๖๒) ๏ ปลาดเหลือเรือหนุ่มน้อย ลอยพาย

ถึงหว่างต้นยางตาย ตกน้ำ

ช่วยฉุดสุดชีพทลาย ทลักเลือด เฝือดแฮ

เมียแม่แซ่มาปล้ำ ปลุกร้องซ้องเสียงฯ


(๒๖๓) ๏ ถามเขาเล่าว่าอ้าย ฟักเฟือน

ตีแม่แร่ลงเรือน ร่านร้าย

เจ้าสองพี่น้องเหมือน มุ่งปราบ บาปแฮ

โพล่งผลักหักคออ้าย ฝักม้วยด้วยกรรมฯ


(๒๖๔) ๏ ชาวป่าภาศภเศร้า สู่สถาน

เราเปลี่ยวเหลียวเหนศาล สองพี่น้อง

อารักศักสิทชาน เชี่ยวช่วย ด้วยเอย

โป่งป่าอย่าแผ้วพ้อง พวกข้าอาไศรยฯ


(๒๖๕) ๏ สรวงจ้าวพร้าวอ่อนกล้วย ด้วยเอย

เชิญพี่น้องสองเสวย สว่างร้อน

แรกมาอย่าถือเลย ลุกระโทษ โปรดพ่อ

ขอแร่แม่เก็จก้อน กับเต้าเจ้ายางฯ


(๒๖๖) ๏ หนูน้อยพลอยร้องบ่วง สรวงศาร

เสียงฉ่ำน้ำนมหวาน แววก้อง

เบิกป่าท่าเทวถาน ถูกท่วน ขบวนเอย

หนุ่มรับสรัพเสียงซ้อง เสนาะซ้อนกลอนในฯ


(๒๖๗) ๏ เทียรจุดขุดแร่หลั้น ควันเขียว

พลุ่งพลุ่งมุ่งดูประเดียว ดุ่มคล้าย

หนุ่มเหนเช่นลิงเหลียว เลื่อนกลับ ลับแฮ

ฟุ้งพิศฤทธิแร่ร้าย รู้เถ้าเจ้าหวงฯ


(๒๖๘) ๏ เหมือนครูผู่เท่าแจ้ง แหนงใจ

รอขุดจุดเทียรไชย เช่นรู้

ดับพิศฤทธิพระไพร พรมสมุท อยุดแฮ

เดี๋ยวหนึ่งอึ่งอู้อู้ อ่อนไม้ใหญ่รเนนฯ


(๒๖๙) ๏ ลมลั่นครั่นครึกฟ้า หนาฝน

ซู่ซู่หนูวิ่งวน ว่าช้าง

เทียรดับกลับมืดมน เหมนเบื่อ เสือเอย

จวนค่ำจำอยุดค้าง คิดแก้แร่โพรงฯ


(๒๗๐) ๏ ขอนเรือเหนือน้ำนึก น้อยใจ

คราวเคราะเพราะพระไพร พี่น้อง

ขัดพระจเชิญไฟ ฟอนซู่ รู้ฤๅ

ทุ่งท่าป่าจะต้อง โตล่งสริ้นถิ่นสถานฯ


(๒๗๑) ๏ เราถือซื่อสัจสร้าง ศีลทาน

แล่งล่าฟ้าดินพญาน ย่อมรู้

หวังแร่แต่บูราณ ระงับโศก โลกเอย

จ้าวคิดปิดของขู้ มนุษนั้นฉันใดฯ


(๒๗๒) ๏ ดึกสงัดสัตสงบคลุ้ม พุ่มพง

เยนรย่อบริเวณวง หว่างไว้

เคลิ้มหลับคลับคล้ายองค์ อารัก ทักแฮ

เหนสพรั่งนั่งไหว้ ว่าฬ้อขอสะมาฯ


(๒๗๓) ๏ รูปจ้าวสาวหนุ่มล้วน นวลงาม

สองพี่มีเป็นสาม ทั่งน้อง

เรียกสองพี่น้องนาม น้องพี่ มีเอย

สามแน่แต่คำพร้อง พี่น้องสองชายฯ


(๒๗๔) ๏ เล่าความตามเรื่องแหร้ แต่หลัง

ใช่คิดบิดเบือนบัง บอกแจ้ง

ขัดเคราะเพราะยุกยัง อยู่อย่า มาเลย

กายสิทพิศกล้าแกล้ง กลบกลุ้มคลุ้มควันฯ


(๒๗๕) ๏ รู้ศึกนึกเรื่องเจ้า เล่าความ

ทราบหมดจดหมายตาม แต่งไว้

โออกตกอับยาม ยุกยาก มากเอย

บุญบวดกรวดกระสินให้ แห่งเจ้าเล่าความฯ


(๒๗๖) ๏ เหมือนรู้ผู่เถ้าเล่า จ้าวแถลง

สามอย่างต่างลายแทง ถูกต้อง

ใคร่เหนเช่นชี้แจง เจ้าบอก ดอกแฮ

ค้างย่านศารพี่น้อง พนัศร้ายหายสูรฯ


(๒๗๗) ๏ รุ่งเช้าเข้าป่ากว้าง ทางโขลง

คลองเก่าเท่าลำกระโดง โป่งช้าง

ซ้ายขวาป่าสมอโมง ไม้อุโลก โมกเอย

กระแบกกระเบาเสลาสล้าง สลับต้นคนทาฯ


(๒๗๘) ๏ ตามร่องคลองที่เจ้า เล่าความ

เด็ดดอดลอดลัดตาม ติดท้าย

เลี้ยวลดปลดปลิดหนาม หน่อคลอก ออกแฮ

เสียงแต่เนื้อเสือร้าย ร่านร้องก้องกระหึมฯ


(๒๗๙) ๏ สุดคลองหนองหนึ่งกว้าง อย่างแถลง

ที่ถิ่นดินดาดแดง ดุจพร้อง

สังเกตเขดขอบแขวง ความที่ ชี้เอย

ขึ้นค่างทางขวาท้อง ทุ่งช้างวางเวงฯ


(๒๘๐) ๏ ภบถ่อบ่อแร่น้ำ ดำนิล

เหมือนหมึกปึกปะดิน เดกคุ้ย

ปะแต่แร่ปรอดกิน แก่นเท่า เจ้าเอย

เนื้อมั่งยังขยี้หยุ้ย ยกไว้ไปแสวงฯ


(๒๘๑) ๏ ตัดทางหว่างต้นโตนด โขดสูง

เนื้อแยกแตกตื่นฝูง ฝุ่นฟุ้ง

แฝงดูหมู่นกยูง ยอบย่อง มองเอย

พรายพร่างอย่างศรีรุ้ง อร่ามเพี้ยนเขียนซนฯ


(๒๘๒) ๏ รำแพนแอ่นอกฉะแง้ แผ่หาง

หันร่ายฝ่ายฝูงนาง นกเคล้า

ตัวผู่อยู่กลางกาง กลมปีก หลีกเอย

ก้อกรีดขีดเขี่ยเท้า ท่าฟ้อนอ่อนเอียงฯ


(๒๘๓) ๏ ด้อมดูหมู่มยุรย้าย ร่ายรำ

เยี่ยงย่างนางรบำทำ ท่าฉะม้าย

เคยดูคู่เคียงรบำ รเบงกลับ ลับเอย

เหนแต่ฝูงยูงคล้าย นุชฟ้อนงอนงามฯ


(๒๘๔) ๏ ฝ่ายฝูงยูงบ่อรู้ สู่สม

สังวาดชาติเช่นพรม พระพร้อง

ตัวภู่ฟู่ฟองกลม เมียชื่น กลืนแฮ

เกิดไข่ได้พวกพ้อง เพื่อส้องฟองกสินฯ


(๒๘๕) ๏ หนุ่มหนูพรูไล่พร้อม ล้อมยูง

ปีกกระพือฮือฝูง ฟ่องฟ้า

ตานโดดโขดทรายสูง สมเล่า เจ้าเอย

เหนรอบขอบเขดหน้า สนุกแท้แลเพลินฯ

(สรล้วน)


(๒๘๖) ๏ เขาเขียวโขดคุ่มขึ้น เคียงเคียง

ร่มรื่นรุกขรังเรียง เรียบร้อย

โหมหัดหิ่งหายเหียง หัดหาด แฮ่วแฮ

ย่างใหญ่ยอดยื่นย้อย โยกโย้โยนเยนฯ


(๒๘๗) ๏ เลี้ยวทางหว่างช่องไม้ ไผ่เหลือง

ปะแต่แร่กรัดเรือง ร่วงรุ้ง

ย่องเหยียบเลียบลำเหมือง ไม้ชื่น รรื่นเอย

หอมกระถินกลิ่นฟุ้ง เฟื่องฟื้นชื่นใจฯ


(๒๘๘) ๏ สุดเหมืองเยืองขึ้นค่าง หว่างเนิน

ล้วนแร่แก่เก่าเกิน เก็บทิ้ง

พลวงเหล็กเด็กสดุดเดิน กระโดดค่าม ตามแฮ

ชมเล่นเหนเกลื่อนกลิ้ง กลาดสล้างอย่างฝันฯ


(๒๘๙) ๏ ลงเนินเดินป่ากว้าง วังเวง

ลมลั่นครั่นครืนเครง ครึกครื้น

ควายเถื่อนเกลื่อนกลุ้มเกรง เกรียวโห่ โร่แฮ

ป่าใหญ่ไม้ร่มชื้น ช่อช้อยย้อยไสวฯ


(๒๙๐) ๏ พิศพวงดวงดอกไม้ ไพรพนม

รยับรย้าน่าชม แช่มช้อย

ม่วงโมกโศกสุกกรม กรวยกร่าง สล้างเอย

ดอกดกนกน้อยน้อย เหนี่ยวไซ้ไส้เพกาฯ


(๒๙๑) ๏ ดูเดียวเปลี่ยวอกอ้าง ว้างเอย

คิดใคร่ได้คนเคย คู่ชี้

คลอเคล้าเฟ่าชื่นเชย ชมนก หกแฮ

ถามไถ่ได้กระจู้กระจี้ กระแจะแต้มแก้มหอมฯ

(ราชสีห์เทียมรถ)


(๒๙๒) ๏ ยนโศกยามเศร้ายิ่ง ทรวงเยน

คิดสุดขัดแสนเขน โศกไข้

หวนหนาวหากนึกเหน หน้าแห่ง น้องแฮ

ดวงจิตเด็จจากได้ จึ่งดิ้นจำโดยฯ


(๒๙๓) ๏ เสลาสลอดสลับสล้าง สลัดได

สอึกสอะสอมสไอ สอาดสอ้าน

มแฝ่มฟาบมเฟืองมไฟ มแฟบมฝ่อ พ่อเอย

ตขบตขาบตเคียนตคร้าน ตคร้อตไคร้ตเคราตครองฯ


(๒๙๔) ๏ ถึงธารบ้านเกรี่ยงร้าง กลางดง

ไร่ฟ่ายหมายมั่นคง คิดค้าง

รอนรอนอ่อนอัศดง แดดพยับ ลับเอย

ภักผ่อนนอนเรือนห้าง ก่อให้ไฟโพลงฯ


(๒๙๕) ๏ เหล่าลูกถูกส้มทับ พลับจีน

หักฮ่างต่างหัดปีน คล่องแขล้ว

เหนื่อยนอนอ่อนมือตีน ต่างรงับ หลับเอย

ดึกดื่นฟื้นฟังแหว้ว วิเวกวิ้วหวีวโหวยฯ

(สกัดแคร่)


(๒๙๖) ๏ หนาวลมห่มผ้าห่อน หายหนาว

ฟ้าพร่ำน้ำค้างพราว พร่างฟ้า

เด่นเดือนเกลื่อนกลาศดาว ดวงเด่น

ใจเปล่าเศร้าซบหน้า นึกน้องหมองใจฯ


(๒๙๗) ๏ ไร่เกรี่ยงเสียงหลอดโหร้ โหร่เสียง

โหว่งโหว่งโรงรายเรียง รับพร้อง

หว่างไม้ไก่ขันเคียง เสียงเอ่ก อี๋เอ้กเอย

ยามดึกนึกนุชน้อง นิ่งเศร้าเปล่าทรวงฯ


(๒๙๘) ๏ จังหรีดกรีดกริ่งร้อง ซ้องเสียง

แหร่แหร่แม่ม่ายเรียง รับซ้อง

จักกจั่นสนั่นสำเนียง เสนาะเรื่อย เฉื่อยเอย

ผี่ผิวหวิ่วโหวกร้อง รอบข้างวางเวงฯ


(๒๙๙) ๏ ค่อนคืนดืนดึกแท้ แม่เอย

เกรี่ยงไร่กระไรเลย ล่าเนื้อ

ด่องด่องย่องเหยาะเงย ฉโงกฉะงัก ทักแฮ

ปลุกหนุ่มกุมขวานเงื้อ ผงะร้องซ้องเสียงฯ


(๓๐๐) ๏ ถามไถ่ใช่เหล่าร้าย กรายมา

พูดเล่นเป็นคนชรา รักใขร้

ถามชี้ที่ว่านยา รยะย่าน บ้านเอย

ชื่อกวั่งสั่งซ้ำให้ แวะเข้าเย่าเรือนฯ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 
 
 
   Hosted by kapook.com