.:: น้ำคือชีวิต - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
น้ำคือชีวิต
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

[แก้ไข] น้ำคือชีวิต

         "..หลักสำคัญต้องมีน้ำ น้ำบริโภคและน้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูกเพราะชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้า ไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้" มีพระราชดำรัสนี้ให้จดจำใส่ใจ เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๒๙ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน สวนจิตรลดา

         “น้ำ” นั่นคือ “ชีวิต” ตลอดระยะเวลาอันยาวนานของการทรงงานพัฒนาเพื่อพสกนิกรขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว งานหลักส่วนใหญ่คือการพัฒนาแหล่งน้ำ ด้วยว่าน้ำนั้นคือลมหายใจของเกษตรกรไทยทั้งประเทศกว่าครึ่งของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริคือเรื่องอันเกี่ยวกับ “น้ำ” ทั้งสิ้นกล่าวสำหรับพระผู้เป็นเสมือน “ประทีปแห่งแผ่นดิน” พระองค์นี้พระองค์คือ “ปราชญ์แห่งน้ำ” โดยแท้ ศาสตร์เกี่ยวกับน้ำทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นการหา เก็บกัก ระบาย ควบคุม ทำน้ำเสียให้เป็นน้ำดี ฯลฯ ทรงเจนจบครบถ้วน

        นักวิชาการน้ำในแผ่นดินตระหนักแน่แก่ใจว่าโสดาใหญ่เรื่องน้ำนั้นมีอยู่หนึ่งเดียวในแผ่นดินสยามและเป็นหนึ่งเดียวที่หาผู้ใดมาเปรียบได้ยาก เล็ก จินดาสงวน, สุหะ ถนอมสิงห์, ปราโมทย์ ไม้กลัด, ยุทธ กิ่งเหตุ ฯลฯ และอีกมากหลาย ทั้งก่อนหน้าและภายหลังแห่งสำนักกรมชลประทานจะให้คำรับรองอย่างสุดหัวใจและสอดคล้องต้องกันโดยไม่มีความกังขาต่อคำกล่าวข้างต้นและมิใช่ว่าเนื่องเพราะพระองค์คือพระเจ้าแผ่นดินและอันเป็นที่รักและเทิดยิ่งของชาวไทย หากแต่พระองค์คือปราชญ์ในศาสตร์แห่งน้ำอย่างแท้จริง ที่คน “น้ำ” เหล่านี้หลายต่อหลายครั้งต้องยอมจำนงในความล้ำลึกและความที่ “คาดไปไม่ถึง” อย่างที่ทุกคนได้ประจักษ์มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

        ภาพลักษณ์ของพระองค์ในภาพของความเป็นจริงและในภาพแห่งความคาดหมายของพสกนิกรนั้นซ้อนกันแบบสนิทเป็นภาพเดียว นั่นก็คือไม่ว่าจะย่างพระบาทไป ณ แห่งหนตำบลใดสุคติก็บังเกิดขึ้น ณ ที่นั้น เปรียบเสมือนดังหยาดน้ำทิพย์ประพรมในพื้นปฐพีนั้น น้ำพระทัยซึ่งไหลหลั่งดังสายฝนและมิเคยหยุดหย่อนนั้นนำมาซึ่งความปีติและความสุขในหัวใจของชาวไทย ที่แห้งแล้งและซ้ำซากก็เปลี่ยนเป็นชุ่มฉ่ำอุดมสมบูรณ์ ที่ยากไร้ก็พอมีกินมีอยู่ ที่เดือดร้อนลำเค็ญก็บรรเทาเบาบางและจางหายไปที่พอจะดีอยู่แล้วก็กลับดียิ่งขึ้น พระองค์นั้นคือน้ำทิพย์แห่งชีวิตพสกนิกรชาวไทยอย่างแท้จริง

        หลายปีก่อนตามที่เคยให้กันเล่าให้ฟังครั้งหนึ่งแล้ว แต่ขอนำมาซ้ำอีกครั้งถึงเหตุการณ์ที่บ้านแม่ธิ จังหวัดลำพูน เสด็จฯ ไปใกล้พลบ หญิงชราคลานเข้ามากราบพระบาทขอน้ำ พร้อมทั้งน้ำตาหลั่ง ชั่วไม่กี่อึดใจจากนั้นฝนก็ปรายโปรยลงมาหลังจากไม่เคยตกมาหลายปี เราจะเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าอย่างไร ไม่มีใครถามใคร แต่เราคิดอยู่ในใจว่าพระองค์นั้น “คือน้ำทิพย์” อันโปรยปรายดับความร้อนและความทุกข์ได้จริง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานน้ำพระทัยอันเสมือนเป็นน้ำอันฉำเย็นแก่ปวงพสกนิกรโดยตลอดไม่เคยว่างเว้น ส่วนแหล่งน้ำที่เกิดจากพระอัจฉริยภาพและพระสติปัญญานั้นก็มิเคยว่างเว้นการหลากไหลสู่เกษตรกรผู้ยากไร้เฉกเช่นเดียวกัน

        แนวพระราชดำริที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาแหล่งน้ำนั้นเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นไปเพื่อมุ่งประโยขน์แก่เกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นหลักกับทั้งมุ่งเน้นให้พิจารณาลำดับความสำคัญแก่พื้นที่หมู่บ้านยากจนที่ราษฎรขาดแคลนน้ำมากเป็นกรณีพิเศษก่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ซึ่งสามารถจะสร้างได้รวดเร็วและเสียค่าก่อสร้างไม่มากนัก ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือให้ราษฎรที่แห้งแล้งนั้น ให้เพราะปลูก ให้พอมีผลผลิตได้กินได้ใช้ เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปพลางก่อน ถ้าที่จะกำหนดว่าพื้นที่ใดควรจะมีแหล่งน้ำไว้กินไว้ใช้และเพื่อการทำมาหากินนั้น แม้ว่าจะเป็นที่เหมาะสมทางด้านวิชาการแล้วก็ตามแต่มิใช่ว่าจะมีการก่อสร้างแหล่งน้ำนั้นเสมอไป ด้วยเหตูที่ว่าได้ทรงคำนึงของปัจจัยและตัวแปรอื่นๆ อันเกี่ยวกับคนและธรรมชาติของคนด้วย หรือจากการศึกษาสำรวจของพระองค์เองก็ตาม ปัญหาเรื่องการน้ำท่วมพื้นที่หรือการที่จะต้องใช้ที่ดินบางส่วนของราษฎรนั้นเองเพื่อการก่อสร้าง จะต้องน้ำมาพิจารณาให้รอบคอบ ฝ่ายได้รับประโยชน์และฝ่ายที่เสียผลประโยชน์จะต้องทำความตกลงกันเองและร่วมแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินให้แล้วเสร็จลงตัวเสียก่อน ทั้งนี้เพื่อรักษาความเป็นธรรมและการเกื้อกูลกันในสังคมท้องถิ่นของตนเอง ตลอดจนการมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของแหล่งน้ำนั้นด้วยถึงแม้จะมีฎีกา “ร้องขอมา” จากราษฎรนั้นเอง หากราษฎรและผู้คนในพื้นที่ไม่สามารถตกลงกันได้เอง เนื่องจากผู้ร้องว่า “เป็นที่ของผม” มีมาก ในกรณีเช่นนี้ก็จะมีพระบรมราโชบายไห้ระงับหรือชะลอโครงการนั้นไว้ก่อนเสมอ

        ภาพคุ้นตาที่เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทรุดพระองค์ประทับกับพื้นดิน แวดล้อมด้วยผู้คนหลากหลาย ทั้งฝ่ายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่และชาวบ้าน รวมทั้งบรรดา “ที่ของผม” ทั้งหลายนั้นด้วย เราไม่ทราบว่าจะเรียกสิ่งนี้ว่ากระไรอีกเช่นกัน แต่มีนักพัฒนาช่างคิดและสำนักการติดดินบางคนมองว่านี่คือ “การไต่สวนสาธารณะ” ที่แท้จริง เป็นการไต่สวนสาธารณะเบื้องต้น จากแนวระดับ “รากหญ้า” เพื่อการตกลงใจร่วมกัน อย่างที่ไม่เคยผู้ใดทำมาก่อน แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงกระทำมา ๕๐ ปีแล้ว ก่อนที่คำหรูหรา “ไต่สวนสาธารณะ” จะบังเกิดขึ้นในยุคหลังๆ นี้เสียอีก คำว่า “ที่ของผม” เป็นวลีที่คุ้นเคยและใช้กันอยู่ในแวดวงกระบวนคณะพัฒนาที่ตามเสด็จในการทรงงานฯ มีความหมายถึงบุคคลและคณะบุคคลที่อ้างสิทธิครอบครองเหนือพื้นที่ที่จะกำหนดโครงการพัฒนาใดๆ ขึ้น คำนี้เกิดจากการที่มักจะมีพระราชดำรัสถามเป็นประการแรกว่าพื้นที่นี้เป็นของใคร แม้จะเป็นที่สาธารณะหรือพื้นที่ที่โดยสภาพแล้วไม่น่าจะเป็นสิทธิของผู้ใดแต่ก็จะมีผู้ตอบทันที่ว่า “ทีของผม” เป็นที่แน่นอนว่าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่แห้งแล้งทุรกันดารทั้งหลายหรือโครงการพัฒนาอะไรก็ตามจะสำเร็จลุล่วงไปดีและลวดเร็ว หากบรรดา “ที่ของผม” ให้ความร่วมมือด้วยและตกลงกันในกลุ่ม “ที่ของผม” กับ “ที่ของผม” ด้วยกันเอง

         “...หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำ...เพราะชีวิตอยู่ที่นั่น...ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้...”

        พระราชดำรัสนี้บ่งบอกชัดเจนถึงความสำคัญของน้ำต่อชีวิตของผู้คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรที่ต้องอาศัยน้ำเป็นหลักในการยั้งชีพด้วยการเพราะปลูก แม้กระนั้นก็ตามถึงน้ำจะเป็นความสำคัญยิ่งยวดและเป็นพระราชภารกิจหลักอันหนึ่งในการทรงงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และทรงดำเนินการมาหลายสิบปีแล้วก็ตาม แต่ก็ทรงคำนึงและทรงยึดหลักการและสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพสังคมและวัฒนธรรมของท้องถิ่นเป็นหลักนอกเหนือไปจากความถูกต้องทางกายภาพและวิชาการ ทรงหลีกเลี่ยงเป็นพิเศษในการที่จะเข้าไปสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับคนกลุ่มหนึ่ง โดยสร้างความสะดวกสบายและผลประโยชน์ให้กับคนอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะมีความเหมาะสมทางด้านเทคนิคและวิชาการ ตลอดจนก่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและสังคมประการใดก็ตาม หากว่าการดำเนินการนั้นอาจมีผลกระทบต่อความเข้าใจอันดีและความสงบสุขของประชาชนแล้วก็จะทรงหลีกเลี่ยงไม่กระทำเนื่องจากเห็นว่าโครงการนั้นๆ ควรเป็น “มติ” ของชุมชนนั้นเองที่จะพึงตัดสินใจ ควรเป็นความริเริ่มจากสังคมท้องถิ่นนั้นเองที่เรียกว่า “การระเบิดจากข้างใน” มากกว่าที่จะเป็นการเสนอให้จากข้างบนซึ่งประชาชนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

        ขณะนี้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า ๒,๐๐๐ โครงการนั้นกล่าวได้ว่าเป็นโครงการด้านชลประทานและพัฒนาแหล่งน้ำมากกว่าครึ่งหนึ่งหลายต่อหลายโครงการที่เป็นโครงการใหญ่ เป็นโครงการใหม่ และเป็นโครงการที่มีความจำเป็นยิ่งใหญ่แก่ประเทศชาติ ก็ได้มีแนวพระราชดำริให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดูแลจัดทำก่อนที่จะเกิดวิกฤติ เกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนน้ำในอนาคตอันใกล้ทรงห่วงใยและทรงคาดการณ์ปัญหาในอนาคตด้วยสายพระเนตรที่ยาวใกลและเที่ยงตรง ปราศจากอคติ พสกนิกรชาวไทยทั้งปวงได้ยินได้ฟังทั้งประเทศมาแล้วหลายต่อหลายครั้งในวันเฉลิมพระชนมพรรษาบ้างและในโอกาศอื่นๆ บ้าง น้ำพระทัยแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นเปรียบเสมือนสายน้ำมิรู้หยุดรู้นิ่ง ยังความชื่นฉ่ำให้พสกนิกรทั่วน่ากันมานานแสนนาน

        คนอยู่ที่ไหนน้ำพระทัยและสายน้ำหลากไหลไปที่นั่น ดังพระราชดำรัสที่ว่า “...หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำ...เพราะชีวิตอยู่ที่นั่น” และชีวิตที่อยู่ที่นั่นนั้นคือพสกนิกรที่ยากไร้ของพระองค์เป็นบุญกุศลยิ่งนักแล้วที่ได้เกิดมาในผืนแผ่นดินไทย ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์พระองนี้


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  • จากหนังสือ ประทีปแห่งแผ่นดิน โดย. มนูญ มุกข์ประดิษฐ์
  • Thavorn.net

ภาพประกอบจาก

 
 
 
   Hosted by kapook.com