Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
การทำบุญอายุเป็นงานใหญ่ กำหนดงานตรงกับอายุ หรือ รอบปีที่เราจะทำ แต่ฤกษ์นั้นต้องไปหาโหรให้เป็นผู้กำหนด พร้อมกับเชิญท่านมาทำพิธีด้วย
สารบัญ |
[แก้ไข] บัตรพลีเทวดา
ในสมัยพุทธกาล มีพราหมณ์ 2 คนผัวเมีย พาลูกน้อยของตนไปหาพราหมณ์ที่เป็นสหายซึ่งถือพรตบำเพ็ญตบะ เมื่อพราหมณ์ 2 ผัวเมือทำความเคารพ พราหมณ์ที่บำเพ็ญตบะได้กล่าวอำนวยพรว่า “ขอจำจำเริญอายุยืนนาน” แต่เมื่อให้บุตรของตนทำความเคารพ พราหมณ์ผู้บำเพ็ญตบะหาได้กล่าวอวยพรให้ตามธรรมเนียมไม่ โดยบอกเหตุผลบอกว่า ลูกน้อยของพราหมณ์ 2 ผัวเมียจะต้องตายภายใน 7 วัน
พราหมณ์ผู้บำเพ็ญตบะ ได้แนะนำให้พราหมณ์ 2 ผัวเมียพาลูกไปหาพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ได้ตรัสแถลงเช่นเดียวกัน และแนะนะอุบายป้องกัน โดยการนิมนต์พระสงฆ์สวดพระปริตรตลอด 7 วัน ซึ่งพราหมณ์ทั้งสองก็กระทำตาม
ครั้นถึงวันที่ 7 พระพุทธองค์เสด็จไปด้วยพระองค์เอง ทำให้ยักษ์ผู้ได้รับพรมาเพื่อฆ่ากุมารนั้นนอนฟังพระปริตรอยู่ ด้วยพุทธานุภาพประกอบกับอายุไม่ถึงการดับแห่งขาร ทำให้ทารกนั้นรอดพ้นอันตราย และมีอายุยืนยาวถึง 120 ปี
พิธีทำบุญเกิด และพิธีทำบุญอายุนั้น จัดขึ้นเพื่อความต้องการความสุขสวัสดีมีอายุยืนยาวเจริญวัฒนาต่อไปในภายภาคหน้า ส่วนใหญ่หากเป็นการทำบุญวันครบรอบวันเกิด โดยทั่วไปก็ไม่ค่อยจัดใหญ่โตอะไรนัก แค่ทำบุญตักบาตรพระในตอนเช้า หรือถวายภัตตาหารพระที่วัด เสร็จแล้วจึงถวายจตุปัจจัยไทยธรรมตามศรัทธา เมื่อพระสวดเจริญพระพุทธมนต์ให้พรอนุโมทนา และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล ก็เป็นอันเสร็จพิธี
สำหรับการทำบุญอายุนั้น นิยมจัดเป็นงานใหญ่กว่าการทำบุญวันเกิด โดยทั่วไป เมื่ออยู่ในช่วงที่มีอายุเบญจเพส คือ 25 ปี หรือช่วงที่มีอายุกลางคนคือ 50 ปี หรือทำเมื่อครบรอบทุก ๆ 12 ปี ซึ่งมักนิยมทำกันเมื่อครบ 4 รอบ คือ 60 ปี และ 6 รอบ คือ 72 ปี
สาเหตุที่นิยมทำเมื่ออายุครบ 25 ปี เพราะวัยเบญจเพสเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต จากวัยรุ่นเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ส่วนทำเมื่อครบ 50 ปีนั้น เพราะถือว่าอายุยืนยาวมาได้ครึ่งหนึ่งของชีวิตแล้ว จึงควรทำบุญและเลี้ยงฉลอง แสดงความยินดี
[แก้ไข] พิธีการทำบุญอายุ
เมื่อจะทำบุญอายุ ให้จัดเตรียมสถานที่และนิมนต์พระสงฆ์มาสวดเจริญพระพุทธมนต์ โดยให้โหรเป็นผู้กำหนดฤกษ์และมาเป็นผู้ประกอบพิธี การนิมนต์พระต้องนิมนต์ให้มากกว่าอายุ 1 องค์ เช่น อายุ 25 ก็ให้นิมนต์ 26 องค์ หรือนิมนต์เพียง 9 องค์เท่าจำนวน ดาวนพเคราะห์ก็ได้ และเป็นการสะดวกต่อการจัดสถานที่การทำพิธีด้วยประการทั้งปวง
[แก้ไข] สิ่งของที่ต้องเตรียม
ให้เตรียมเทียนขี้ผึ้งอย่างดีไว้ 2 เล่ม เล่มหนึ่งหนัก 9 บาท ไส้ยาวโดยวัดรอบศรีษะของเจ้าภาพจำนวน 33 เส้น อีกเล่มหนึ่งมีขนาดสูงกว่าตัวเจ้าภาพ หนักเท่าอายุ ไส้ทำเท่าอายุ คือ อายุ 25 ก็ทำ 25 เส้น เทียนนี้จะต้องจัดทำด้วยความประณีต หากที่บังลมให้ดี เมื่อจุดแล้วอย่าให้ลมพัดดับหรือล้มได้
นอกจากนี้ยังให้เตรียมผ้าขาวนุ่ง 1 ผืน ทำบัตรพลีเทวดาเป็นบัตร 9 ชั้น 1 บัตร (เป็นบัตรพลีพระเกตุ) และ 3 ชั้น 8 บัตร (ตั้งเป็นบัตรพลีเทวดาประจำทิศต่าง ๆ รวม 8 ทิศ) ฉะนั้นบัตรพลีต้องมี 9 บัตร ทำด้วยกาบกล้วย ติดธงสีประจำวันเทวดา มีรูปเทวดาบัตรละองค์ ใส่ขนมอาหารหวานคาว รวมทั้งข้าวตอก ดอกไม้ ธูปเทียน จัดประดับให้สายงาม (ส่วนใหญ่ผู้รับทำพิธีจะเป็นธุระจัดหาและตระเตรียมข้างของเครื่องใช้ที่สำคัญ ๆ ให้เอง)
เทวดาประจำทิศทั้ง 8 ทิศ ที่ทำการตั้งบัตรพลีบูชา คือ

1. พระอาทิตย์ เทพยนิกร มีกายาสีแดง ทรงทิยอาภรณ์พรายแพราวด้วยแก้วปัทมราชอยู่ประจำทิศอีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) มีกำลัง 6 ทรงหอกเป็นอาวุธ ราชพาหนะคือ ราชสีห์ (สิงโต) พระประจำวันเกิด คือ พระปางถวายเนตร
2. พระจันทร์ เทพบุตร มีกายาสีขาว ทรงทิพยอาภรณ์แก้วประพาฬพิจิตร อยู่ประจำทิศบูรพา (ตะวันออก) มีกำลัง 14 ทรงดาบและโล่เป็นอาวุธ ราชพาหนะคือ อาชาไนย (ม้า) พระประจำวันเกิด คือ พระปางห้ามสมุทร
3. พระอังคาร มีกายาสีแดงโกเมน ทรงรัจนโกเมนวิมลมาศ อยู่ประจำทิศอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้) มีกำลัง 8 ทรงดาบและโล่เป็นอาวุธ ราชคือ กาสร (ควายป่า) พระประจำวันเกิด คือ ปางไสยาสน์
4. พระพุทธ มีกายาสีเขียว ทรงทิยอาภรณ์แก้วมรกต อยู่ประจำทิศทักษิณ (ใต้) กำลัง 17 ทรงขอช้างเป็นอาวุธ ราชพาหนะคือ พระญากุญชร (ช้าง) พระประจำวันเกิด คือ พระปางอุ้มบาตร
5. พระเสาร์ มีกายาสีแดงคล้ำออกดำ ทรงรัตนมณีนิลเป็นทิพยอาภรณ์ อยู่ประจำทิศหรดี (ตะวันออกเฉียงใต้) มีกำลัง 10 ทรงปืนเป็นอาวุธ ราชพาหนะคือ พยัคราช (เสือ) พระประจำวันเกิด คือ พระปางนาคปรก
6. พระพฤหัสบดี มีกายาสีเขียวอย่างบุษราคัม ทรงทิยอาภรณ์สุวรรณรัตนรูจีแจ่มด้วยดวงมุกดาหาร อยู่ประจำทิศปัศจิม (ตะวันตก) มีกำลัง 19 ทรงดาบคู่เป็นอาวุธ ราชพาหนะ คือ มฤคราช (กวาง) พระประจำวันเกิด คือ พระปางสมาธิ
7. พระอสุรินทร์ (พระราหู) มีกายาสีดอกตะแยด ทรงทิยสุวรรณ (ทอง) อยู่ประจำทิศพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ) มีกำลัง 12 ทรงโตมร (สามง่าม) เป็นอาวุธ ราชพาหนะคือ สุบรรณราช (ครุฑ) พระประจำวันเกิด คือ พระปางป่าเลไลยก์
8. พระศุกร์ มีกายาสีเลื่อมประภัสสร ทรงทิยอาภรณ์เลื่อมประภัสโอภาส อยู่ประจำทิศอุดร (เหนือ) มีกำลัง 21 ราชพาหนะคือ โคอุสภราช (โค) พระประจำวันเกิด คือ พระปางรำพึง
9. พระเกตุ มีกายาสีทองสุก ทรงทิพยสุวรรณวิภูษิต อยู่ประจำทิศปัศจิม (ตะวันตก) มีกำลัง 9 ทรงพระขรรค์เป็นอาวุธ ราชพาหนะคือ พญามังกร พระประจำวันเกิด คือ พระปางมารวิชัย
สำหรับข้างของเครื่องใช้ต่าง ๆ ส่วนใหญ่โหรผู้ทำพิธีจะเป็นผู้จัดเตรียมให้ โดยการเขียนเทวดานพเคราะห์มา นำพระประจำวันเกิดของเจ้าภาพมาเป็นพระพุทธรูปบูชาในงาน โหรจะเอาสายสิญจน์วงรอบบัตรพลีติดเทียนตามกำลังวัน
[แก้ไข] การประกอบพิธี
ครั้นถึงวันงาน เมื่อเจ้าภาพจุดธูปเทียนพระรัตนตรัยแล้ว ให้จุดเทียนมงคลบูชาเทวดานพเคราะห์ด้วย ต่อจากนั้น จึงรับศีลและฟังพระสวดพระพุทธมนต์ ถวายปัจจัยไทยธรรม กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล เมื่อพระกลับแล้วจึงมีการกินเลี้ยงฉลองหรือมีการละเล่นรื่นเริง
วันรุ่งขึ้นมีการถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ พอได้ฤกษ์เจ้าภาพจะนุ่งขาวห่มขาว มาอาบน้ำมนต์มีผู้ใหญ่รดน้ำอวยพร แล้วเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวตาม เพื่อความเป็นสิริมงคลการนุ่งผ้าสีตามวัน จากสวัสดิรักษาคำกลอนของสุนทรภู่มีดังนี้
หรือจะนุ่งห่มตามสีของวันก็ได้ มีดังนี้
- วันอาทิตย์ สีแดง
- วันจันทร์ สีเหลือง
- วันอังคาร สีชมพู
- วันพุธ สีเขียว
- วันพฤหัสบดี สีม่วง
- วันศุกร์ สีฟ้า
- วันเสาร์ สีม่วง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก











