.:: ประเพณีซัดต้ม - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
ประเพณีซัดต้ม
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

        กีฬาพื้นบ้านที่มีที่มาจากประเพณีชักพระ หรือลากพระในวันออกพรรษา ของจังหวัดพัทลุง เล่นที่ตำบลตำนาน ท่าแค ชะรัด ท่ามิหรา และร่มเมือง อำเภอเมือง ปัจจุบันหาดูได้ยาก

[แก้ไข]
ประเพณีซัดต้ม

        ซัดต้ม เป็นกีฬาการต่อสู้ที่ให้ความสนุกสนาน และส่งเสริมความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา และ เป็นประเพณีหรือกีฬาพื้นบ้านที่สืบเนื่องมาจาก ประเพณีชักพระ ใน วันออกพรรษา เนื่องด้วยในสมัยพุทธกาลเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากจำพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลงมายังโลกมนุษย์ซึ่งตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน11 จะมีพุทธศาสนิกชนรอเข้าเฝ้า เพื่อถวายภัตตาหารแด่พระพุทธองค์ แต่เนื่องจากพุทธศาสนิกชนมีเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถถวายภัตตาหารได้อย่างใกล้ชิด จึงได้มีการนำใบไม้มาห่อหุ้มภัตตาหาร ซึ่งเรียกกันว่า "ข้าวต้ม" หรือ "ต้ม" และพยายามโยนต้มเหล่านั้นให้ลงบาตร แต่การโยนทำให้ต้มพลาดไปถูกเหล่าพุทธศาสนิกชนด้วยกันเอง ต่อมาจึงกลายเป็นการละเล่นซัดต้ม และพัฒนาเป็นการแข่งขันด้านไหวพริบ และความรวดเร็วว่องไวในการซัด และหลบหลีกต้มซึ่งจัดทำอย่างพิเศษ โดยใช้ข้าวตากผสมกับทรายห่อด้วยใบตาลเป็นรูปตะกร้อสี่เหลี่ยม การละเล่นซัดต้มต้องอาศัยความกล้าหาญเป็นอย่างมาก เพราะถ้าไม่สามารถหลบหลีกต้มของคู่ต่อสู้ อาจจะเป็นอันตรายได้ ปัจจุบันการซัดต้มหาดูได้ค่อนข้างยาก ทางจังหวัดพัทลุงจึงได้จัดให้มีการแข่งขันซัดต้มรวมอยู่ในงานประเพณีแข่งโพนลากพระในเดือน11

ภาพ:ชัดต้ม1.jpg

        อุปกรณ์ในการแข่งขัน คือ ขนมต้มสามเหลี่ยมและจัดทำเป็นขนมต้มชนิดแข่งขันเฉพาะ บางแห่งใช้ข้าวเหนียวผสมทรายห่อด้วยใบกะพ้อ ต้มหรือนึ่งจนแห้งให้ข้าวเหนียวแข็ง

ภาพ:ชัดต้ม2.jpgภาพ:ชัดต้ม3.jpg

        การเตรียมซัดต้ม จะทำลูกต้มสำหรับปาด้วยข้าวตากผสมทรายห่อด้วยใบตาลสานแบบตะกร้ออย่างแน่นหนา ขนาดเท่ากำปั้นพอเหมาะมือ อาจจะใช้หวายสอดภายนอกอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้แน่นแหละคงทนยิ่งขึ้น หลังจากนั้นก็นำลูกต้มไปแช่น้ำเพื่อให้ข้าวตอกพองตัวแหละมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีก เมื่อปาถูกฝ่ายตรงข้ามจะทำให้เจ็บ การปาบางครั้งอาจทำให้บาดเจ็บได้ สำหรับสนามและเวทีในการซัดต้มนั้น ปลูกยกพื้นสูงประมาณหนึ่งเมตร กว้างด้านละ 1 – 2 เมตร ห่างกันประมาณ 12 เมตร หรืออาจใช่พื้นธรรมดาก็ได้

        การแต่งกายในการแข่งขัน จะนุ่งกางเกงหรือนุ่งผ้าโจงกระเบนก็ได้ บางคนอาจมีมงคลสวมหัว มีผ้าประเจียดพันแขน เช่นเดียวกับนักมวย ก่อนแข่งขันมีการว่าคาถาอาคม ลงเลขยันต์ที่ลูกต้มเพื่อให้แคล้วคลาดจากลูกต้มของฝ่ายตรงข้าม

        วิธีแข่งขัน แข่งเป็นคู่ๆ โดยเอาคนที่มีลักษณะรูปร่างความแข็งแรง และความชำนาญที่พอจะสู้กันได้ หรืออาจจะให้คนที่มีฝีมือมาสู้กัน และใช้สนามกว้างๆ ผู้ชมยืนห่างจากนักกีฬาในระยะที่ปลอดภัย เตรียมการโดยคู่แข่งมีขนมต้มข้างละ 30-40 ลูก คู่ต่อสู้จะยืนบนเวทีหันหน้าเข้าหากัน ยืนห่างกันประมาณ 12 เมตร กติกาในการแข่งขัน มีกรรมการเป็นผู้กำหนด การปาหรือการซัดต้ม จะผลัดกันปา ใช้ขนมต้มปาให้ถูกร่างกายของคู่แข่งให้มากที่สุด ห้ามปาต่ำกว่าเข็มขัด เมื่อหมดขนมต้มนับจำนวนที่ปาถูกร่างกายคู่แข่งเป็นสำคัญ ผู้ที่จะเป็นนักซัดต้มได้นั้น ต้องเป็นคนใจกล้าแหละสายตาดี เมื่อคู่ ต่อสู้ซัดมาด้วยความเร็วและแรงนั้น จะต้องมีความสามารถในการหลบหลีกหรือรับต้มไว้โดยไม่ถูกตัว การรับต้มอาจรับด้วยมือ เท้า โดยใช้เท้าถีบลูกต้มให้กระเด็นออก หรือให้หยุดกับที่ การรับด้วยมือต้องให้ลูกต้มบางส่วนอยู่ในมือ หากรับด้วยมือเปล่าอาจทำให้มือเคล็ดได้ การซัดต้มหรือปาต้ม เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ตื่นเต้น อาศัยศิลปะและไหวพริบ ผู้ใดปาถูกคู่ต่อสู้ได้มากก็จะเป็นฝ่ายชนะ เมื่อจบกิจกรรมต่างวัดต่างลากเรือพระของตนกลับ สนุกสนานสั่งลาก่อนจากฝากมิตรต่อไป

ภาพ:อุปกรณ์การเล่น.JPG

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 
 
 
   Hosted by kapook.com