Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
[แก้ไข] พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
ยอดสูงดอย "บวกห้า" ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางตะวันตกประมาณ 22 กิโลเมตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างพระราชนิเวศน์ขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2504 เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับทรงต้อนรับพระราชอาคันตุกะ และได้กลายเป็นที่ประทับในคราวที่เสด็จแปรพระราชฐาน เพื่อทรงเยี่ยมเยียนเหล่าพสกนิกรทางภาคเหนือเป็นประจำเสมอมา พระสาสนโสภณ วัดบวรนิเวศวิหาร (คือสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ในกาลต่อมา) ได้ถวายชื่อเพื่อมีพระราชวินิจฉัย 2 ชื่อ คือ "พิงคัมพร" และ "ภูพิงคราชนิเวศน์" เมื่อมีพระราชวินิจฉัยแล้วจึงพระราชทานนามว่า "พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์" พระตำหนักทรงไทย งามสง่า อยู่ท่ามกลางแมกไม้อันร่มรื่น ประดับประดาด้วยสวนหย่อม ลำธาร สระน้อยๆและโขดหิน แต่งแต้มด้วยไม้ดอกต่างชนิด ต่างสี หลากกลิ่น แต่ที่เป็นเอกลักษณ์ของพระราชนิเวศน์แห่งนี้ ก็คือ กุหลาบหลากหลายพันธุ์ที่เบ่งบานอวดสีสันให้ดอกโตชนิดที่ไม่เคยพบเห็นที่ใดมาก่อน ผู้ใดที่ได้มีโอกาสไปชมภูพิงคราชนิเวศน์ในฤดูหนาว จะต้องตื่นตาตื่นใจกับกุหลาบหลากสี หลายร้อยพันธุ์ ที่ส่งกลิ่นหอมตลบและประชันขันแข่งความงามกันอยู่ทั่วบริเวณพระราชนิเวศน์แห่งนี้ ส่งผลให้ภูพิงคราชนิเวศน์สดสวยราวอุทยานสวรรค์
พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เปิดเข้าชมพระตำหนักฯ ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เจ้าหน้าที่นำชม รวมทั้งเจ้าหน้าที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ มีความยินดีร่วมเชิญชวนทุกๆ ท่านมาสัมผัสอากาศสดชื่น พร้อมชมพันธุ์ไม้รวมทั้งดอกกุหลาบกว่า 269 สายพันธุ์ ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ สอบถามเส้นทางการเดินทางและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานประชาสัมพันธ์ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ โทรศัพท์ 053-225253, 053-223065 ต่อ 115
วันจันทร์-วันศุกร์ รอบเช้า เปิดเวลา 8.30 - 11.30 น. รอบบ่าย เปิดเวลา 13.00 - 15.30 น. วันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 8.30 - 15.45 น.
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก












