Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
[แก้ไข] พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับสถาปัตยกรรมไทย
- ที่ตั้ง วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมืองกุสินารา รัฐอุตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย
- ปีที่เริ่มสร้า พ.ศ. ๒๕๔๔
- ปีที่แล้วเสร็จ พ.ศ. ๒๕๔๗
- เจ้าของโครงการ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
- สถาปนิกถวายงาน อาจารย์วนิดา พึ่งสุนทร (ศิลปินแห่งชาติ)
พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยประกอบภาพฝีพระหัตถ์ โดยพระราชทานกลับมาที่ผู้ออกแบบและดำเนินการต่อจนแล้วเสร็จ อีกทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมสารีริธาตุกลับสู่แดนพุทธภูมิ และเส้นพระเจ้า เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐานในพระธาตุเจดีย์ ที่ได้รับสั่งแก่ผู้ใกล้ชิดว่า “เจดีย์ของเรา”
[แก้ไข] พระราชวินิจฉัย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระปรีชาสามารถในงานสถาปัตยกรรมไทยอย่างแท้จริง ดังได้ทรงพระราชทานฝีพระหัตถ์ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ผสกนิกร พร้อมทั้งยังพระราชทานคำวินิจฉัยเป็นลำดับ และตั้งแต่เริ่มแรกการออกแบบพระองค์ท่านยังแสดงถึงความเป็นพุทธมามกะ ที่พร้อมจะถวายกุศลอันยิ่งใหญ่แก่พระศาสนา โดยทรงพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ในการก่อสร้างนับแต่ทรงมีพระวินิจฉัยในเบื้องต้น และเมื่อการก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้วยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อนำไปใช้เป็นทุนในการทำนุบำรุงให้ยั่งยืนตลอดไป
[แก้ไข] แนวความคิดในการออกแบบตามพระราชดำริ
รูปแบบทางสถาปัตยกรรม
ผู้ออกแบบต้องการให้แสดงออกถึงความเป็นงานสถาปัตยกรรมไทย ซึ่งมีการประสมประสานลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรมของเจดีย์ที่ปรากฎในประเทศไทยมาแต่โบราณ ทั้งนี้ ความสูงโดยรวมของพระมหาเจดีย์จะไม่สูงเกินกว่าพระสถูปปรินิพพานที่สาลวโนทยาน คีอสูงไม่เกิน ๑๙.๐๐ เมตร สถาปนิกได้ออกแบบโดยคำนึงถึงขนาดและสัดส่วนที่สวยงามภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าว
ประโยชน์ใช้สอยอาคาร
ผู้ออกแบบแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนที่หนึ่งเป็นส่วนที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุประกอบเครื่องบูชา ซึ่งจะอยู่ในแกนกลางพระมหาเจดีย์ ส่วนที่สองคือพื้นที่ใช้งานของพุทธบริษัท ซึ่งมีทั้งพื้นที่ส่วนที่มีหลังคาคลุม ที่สามารถปฎิบัติบูชาสักการะได้ และพื้นที่ส่วนเปิดโล่งรอบนอกที่ใช้เป็นลานประทักษิณเมื่อมีคนจำนวนมากได้ (คัดลอกรายละเอียดบางส่วนจากหนังสือ)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก












