.:: พระราชอัจฉริยภาพด้านจิตรกรรม - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
พระราชอัจฉริยภาพด้านจิตรกรรม
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

          ถ้าจะกล่าวถึงศิลปกรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จิตรกรรมเป็นศิลปะอีกประเภทหนึ่งที่พระองค์สนพระราชหฤทัยมากจนกระทั่งได้ทรงฝึกฝนเขียนภาพด้วยพระองค์เอง จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ของพระองค์ในระยะแรก ๆ จะเป็นที่ทราบกันและมีโอกาสได้ชมกันในวงแคบเฉพาะผู้ที่สนใจในงานด้านนี้เท่านั้น บรรดาศิลปินอาวุโสและมีชื่อเสียงของไทยซึ่งเคยได้มีโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท เพื่อร่วมปฏิสันถารและแข่งขันการวาดภาพ ถวายคำปรึกษาแด่พระองค์ท่านในช่วงระยะเวลาระหว่างที่พระองค์สนพระราชหฤทัยใคร่จะได้มีผู้สนใจงานด้านนี้ไว้เพื่อทรงวิสาสะด้วยจึงทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อถวายคำปรึกษาในการเขียนภาพ ในระยะนั้นมีอาจารย์เหม เวชกร อาจารย์เขียน ยิ้มศิริ อาจารย์จำรัส เกียรติก้อง ศิลปินที่กล่าวนามมานี้ ต่างก็เสียชีวิตไปหมดแล้ว ที่ยังมีชีวิตอยู่ก็มี อาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ อาจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ อาจารย์จุลทรรศน์ พยาฆรานนท์ อาจารย์เฉลิม นาคีรักษ์ อาจารย์อวบ สาณะเสน และอาจารย์พิริยะ ไกรฤกษ์ เป็นต้น จากปากคำของศิลปินเหล่านี้เป็นที่ทราบว่าพระองค์ทรงเขียนภาพด้วยพระองค์เองตามแนวพระราชดำริ การถวายคำปรึกษานั้นเป็นเพียงด้านเทคนิคในการเขียนภาพเท่านั้น และพระองค์มักจะมีพระราชดำรัสถามแต่เพียงว่า "พอไปได้ไหม"

สารบัญ

[แก้ไข] จิตรกรรมฝีพระหัตถ์

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัยงานศิลปะด้านจิตรกรรม ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ครั้งที่ยังประทับอยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ประมาณพุทธศักราช ๒๔๘๐ - ๒๔๘๘) โดยทรงศึกษาด้วยพระองค์เองทรงฝึกเขียนเอง และทรงศึกษาจากตำราต่าง ๆ ทั้งที่ ทรงซื้อด้วยพระองค์เองและที่มีผู้ทูลเกล้าฯ ถวาย เมื่อสนพระราชหฤทัยงานเขียนของศิลปินผู้ใดก็จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมศิลปินผู้นั้นถึงที่พัก เพื่อทรงมีพระราชปฏิสันถารและทอดพระเนตร วิธีการทำงานของเขาไม่ว่าจะเป็นวิธีการใช้สี การผสมสี ตลอดจน เทคนิควิธีการต่าง ๆ เมื่อทรงเข้าพระราชหฤทัยการทำงานของเขาอย่างถ่องแท้แล้ว ก็จะทรงนำวิธีการเหล่านั้นมาทรงฝึกฝนด้วยพระองค์เอง ทั้งนี้ก็มิใช่ว่าจะเสด็จฯ ไปเพียงครั้งเดียว แต่จะเสด็จฯ ไปบ่อย ๆ จนทรงเข้าพระราชหฤทัยในการสร้างสรรค์งานของศิลปินเหล่านั้นเป็นอย่างดี การที่เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรงานของศิลปินที่พระองค์สนพระราชหฤทัยนั้น มิใช่เพื่อจะทรงลอกเลียนแบบงานของศิลปินเหล่านั้น เพียงแต่พระองค์ทรงนำวิธีการทำงานของเขามาสร้างสรรค์งานของพระองค์ขึ้นมาใหม่ให้เป็นแบบฉบับของพระองค์เอง

          ภายหลังที่เสด็จฯ ขึ้นครองราชย์แล้ว ทรงเริ่มเขียนภาพอย่างจริงจังเมื่อราวพุทธศักราช ๒๕๐๒ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญบรรดาจิตรกรไทยเข้าเฝ้าฯ ร่วมสังสรรค์ด้วยเป็นครั้งคราว โปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารบ้าง มาร่วมเขียนภาพแข่งขันกันบ้าง การเขียนภาพทรงใช้เวลาเมื่อว่างพระราชภารกิจในตอนค่ำหรือตอนกลางคืน โดยทรงใช้ทั้งแสงไฟฟ้าและแสงธรรมชาติ ภาพที่ทรงเขียนส่วนมากจะเป็นพระสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอทุกพระองค์ ซึ่งมักจะเป็นภาพเขียนครึ่งพระองค์เป็นส่วนใหญ่

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างสรรค์งานจิตรกรรมอยู่เสมอ เมื่อทรงว่างเว้นจากพระราชภารกิจคราวที่เสด็จฯ ประเทศสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) เป็นการส่วนพระองค์และเสด็จฯ เยี่ยมสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขณะประทับเพื่อทรงศึกษาที่โรงเรียนคิงส์มีด เมืองซีฟอร์ต แคว้นซัสเซกส์ พุทธศักราช ๒๕๐๙ ทรงซื้อหนังสือและสีเขียนภาพกลับมาด้วย

          ผลงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์เริ่มเผยแพร่มากขึ้นในคราวที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพเข้าร่วมแสดง ในการแสดงศิลปกรรม ครั้งที่ ๑๔ ปีพุทธศักราช ๒๕๐๖ และในครั้งต่อ ๆ มาอีกหลายครั้ง ในปีพุทธศักราช ๒๕๐๘ มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาจิตรกรรม และในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ ๒๐๐ ปี กรมศิลปากรได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดนิทรรศการจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ของพระองค์ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป มีจำนวน ๔๗ ภาพ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าชม ระหว่างวันที่ ๑ เมษายน ถึง ๓๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๕ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการแสดงผลงานศิลปะของพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียว ให้ประชาชนไทยและชาวต่างประเทศได้ชมกันทั่วถึง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งเกี่ยวกับการเขียนภาพของพระองค์ว่าทรงวาดเอง มิได้ทรงปล่อยให้แบบหรือแนวทางของผู้ใดเข้ามามีอิทธิพลต่อกับงานเขียนภาพ และในการวาดภาพนั้นก็ทรงวาดอย่างนักวาดภาพสมัครเล่นคือ ทรงวาดตามที่พระราชหฤทัยนึกจะวาด มิได้ทรงคำนึงถึงทฤษฎีหรือกฎเกณฑ์อันใด ผลงานของพระองค์ท่านออกมาจากพระจินตนาการของพระองค์เอง ฉะนั้นเมื่อชมภาพเขียนฝีพระหัตถ์ก็จะเห็นชัดแจ้งถึงลักษณะที่เป็นอิสระ เฉพาะตัว


          ภาพเขียนแบบเหมือนจริงที่ทรงเขียน ส่วนใหญ่จะเป็นภาพพระสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถและทูลกระหม่อมทุกพระองค์ นอกเหนือจากภาพดังกล่าว ได้แก่ ภาพที่ชื่อ "สมเด็จพระราชบิดา" ภาพเหล่านี้มีความกลมกลืน งดงามของแสงเงาอย่างนุ่มนวล ให้บรรยากาศลึกซึ้ง ชวนฝัน และที่ทรงใช้ฝีแปรงอย่างกล้าหาญมากกว่าภาพอื่น ๆ ก็คือ ภาพหญิงชรา (ไม่ประทานชื่อ ๑๑ - ๖ - ๐๗) เป็นต้น สำหรับภาพเขียนแบบเอ็กซ์เพรสชั่นนิสต์นั้นทรงแสดงออกด้วยพระอารมณ์ความรู้สึกที่ออกมาจากส่วนลึกของพระราชหฤทัยโดยตรง มิได้ทรงกลั่นกรองให้เกิดความสวยงามหรือถูกต้องใด ๆ มีลักษณะเป็นการแสดงออกอย่างจริงใจ และบริสุทธิ์ใจ ทรงใช้สีอย่างกล้าหาญสดใส และรุนแรง

          ส่วนภาพเขียนแบบนามธรรม เป็นผลงานที่พระองค์ทรงพัฒนามาจากงานเขียนในลักษณะ "เอ็กซ์เพรสชั่นนิสต์" จนกลายเป็นการแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกอย่างอิสระ ปราศจากรูปทรงและเรื่องราว มีความรู้สึกจริงจัง แฝงอยู่ในผลงานที่แสดงออกด้วยการใช้ฝีแปรงหยาบ ๆ สีสันที่ตัดกันลงตัว เช่น ภาพชื่อ "ดินน้ำลมไฟ" เป็นต้น หม่อมเจ้าการวิก จักรพันธุ์ ทรงตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเริ่มเขียนภาพเหมือนซึ่งเหมือนจริง และละเอียดมาก แต่ต่อมาได้ทรงวิวัฒน์เข้ากับภาพของจิตรกรสมัยใหม่และทรงค้นคว้าหาทางใหม่ ๆ แปลก ๆ ที่จะแสดงออกซึ่งความรู้สึกของพระองค์โดยไม่ต้องกังวลกับความเหมือนอันจะมีอิทธิพลบีบบังคับไม่ให้ปล่อยความรู้สึกออกมาได้อย่างอิสระ

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นศิลปินโดยแท้ ทรงชื่นชมในงานศิลปินอื่นเสมอ และดูจะไม่เคยทรงพอพระราชหฤทัยกับภาพเขียนของพระองค์และวิธีการที่ทรงเคยใช้อยู่แล้ว และแม้ว่าโปรดที่จะค้นคว้าหาวิธีใหม่ ๆ อยู่เรื่อย ๆ ภาพฝีพระหัตถ์ของพระองค์ยังคงเค้าลักษณะอันเป็นแบบฉบับของพระองค์เองโดยเฉพาะ ขณะที่ทรงวาดภาพนามธรรมที่มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ แต่เป็นสาระ ดังเช่น ภาพที่พระราชทานชื่อว่า "วัฏฏะ" "โลภะ" "โทสะ" "ยุแหย่" "อ่อนโยน" "บุคลิกซ้อน" ก็ยังทรงเขียนรูปในลักษณะสวยงามน่ารัก กระจุ๋ม กระจิ๋มได้ดีอีกด้วย ทั้งที่ไม่สู้จะตรงกับพระราชอัธยาศัยเท่าใดนัก ในฐานะจิตรกร ขณะทรงงานทรงใส่อารมณ์และความรู้สึกของจิตรกรอย่างเต็มที่ ทรงมีความรู้สึกตรงและรุนแรง ทรงใช้สีสดและเส้นกล้า ส่วนมากโปรดเส้นโค้ง แต่ในบางครั้งบางคราวก็มีข้อดลพระราชหฤทัยให้ทรงใช้เส้นตรงและเส้นแบบฟันเลื่อย"

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานจิตรกรรมตั้งแต่ขึ้นครองราชย์จนถึงราว ๆ พุทธศักราช ๒๕๑๐ ก็มิได้ทรงเขียนภาพอีก เพราะทรงมีพระราชภารกิจด้านอื่นที่ต้องทรงเอาพระราชหฤทัยใส่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ทรงอุทิศเวลาส่วนใหญ่เพื่อประชาชน เสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรและทรงเข้าร่วมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนต่าง ๆ ของราษฎร ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการพัฒนาในด้านต่าง ๆ อีกจำนวนมากทั้งด้าน การเกษตร การชลประทาน ฯลฯ เพื่อให้พสกนิกรของพระองค์มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม จึงไม่ทรงมีเวลาสร้างผลงานด้านจิตรกรรม ถึงกระนั้นก็ปรากฏว่ามีภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ที่เผยแพร่แล้วจำนวน ๔๗ ภาพ และที่ยังไม่เคยเผยแพร่อีกจำนวนประมาณ ๖๐ ภาพ

          แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงมีพระราชภารกิจที่ต้องทรงปฏิบัติอย่างหนักมาโดยตลอด เมื่อพระองค์ทรงมีเวลาว่าง ก็จะทรงฝึกฝนงานจิตรกรรม ซึ่งทรงให้ความสนพระราชหฤทัยมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ โดยวิธีการฝึกฝนของพระองค์ และการศึกษาจากตำราที่พระองค์ทรงซื้อและมีผู้ทูลเกล้าฯ ถวาย รวมถึงการเสด็จฯ เยี่ยมศิลปินที่พระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยในผลงาน เพื่อทรงมีพระราชปฏิสันถาร ตลอดจนทอดพระเนตรถึงวิธีการทำงาน และเทคนิคของศิลปินท่านนั้น จากนั้นเมื่อทรงเข้าพระทัยอย่างถ่องแท้ ก็จะนำเทคนิคและวิธีการมาฝึกฝนด้วยพระองค์เอง ทั้งนี้ ผลงานจิตรกรรมในระยะแรกของพระองค์นั้น ผู้ที่มีโอกาสได้ชมมีเพียงผู้ใกล้ชิดคือกลุ่มศิลปินที่เข้าเฝ้าฯ ถวายคำปรึกษา

          พระองค์ทรงเริ่มเขียนภาพอย่างจริงจังราวปี พ.ศ. ๒๕๐๒ และทรงงานจิตรกรรมอย่างต่อเนื่องจนถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๐ เมื่อว่างเว้นจากพระราชภารกิจแล้ว จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญบรรดาจิตรกรไทยมาเข้าเฝ้าฯ และร่วมสังสรรค์เป็นครั้งคราว โปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารบ้าง หรือเขียนภาพแข่งขันกันบ้าง ภาพที่พระองค์ทรงเขียน ส่วนมากจะเป็นพระสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอทุกพระองค์ เทคนิคที่ทรงใช้ในงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์มีทั้งสีน้ำ และสีน้ำมัน แต่เทคนิคที่ทรงใช้มากคือเทคนิคสีน้ำมันบนผ้าใบ ทั้งนี้ จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ของพระองค์ สามารถแบ่งออกได้เป็น ๓ ลักษณะ


[แก้ไข] จิตรกรรมแบบเหมือนจริง (Realistic)

  ส่วนมากเป็นพระสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และทูลกระหม่อมทุกพระองค์ นอกนั้นก็มีภาพสมเด็จพระราชบิดา, ภาพหญิงชรา ฯลฯ

[แก้ไข] ภาพคตินิยมแบบเอ็กซ์เพรสชั่นนิสต์ (Expressionism)

  ทรงแสดงออกด้วยพระอารมณ์ความรู้สึกจากส่วลึกของพระราชหฤทัยโดยตรง

[แก้ไข] ศิลปะแบบนามธรรม (Abstractionism)

  ทรงพัฒนามาจากงานเขียน Expressionism ที่แสดงออกทางพระอารมณ์อย่างอิสระ ปราศจากรูปทรงและเรื่องราว เช่น ภาพดินน้ำลมไฟ


          จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ของพระองค์นั้น ได้สะท้อนให้เห็นถึงพระเกียรติคุณทางศิลปกรรมด้านจิตรกรรม ที่เริ่มจากงานแบบเหมือนจริง ก่อนจะทรงวิวัฒน์เข้ากับงานจิตรกรรมร่วมสมัย แม้ว่าจะทรงค้นคว้าแนวทางในการสร้างสรรค์งานจิตรกรรม แต่พระองค์ยังทรงมีเอกลักษณ์เฉพาะพระองค์อย่างเห็นได้เด่นชัด จิตรกรรมฝีพระหัตถ์มีนับร้อยองค์ ได้เริ่มเผยแพร่แก่พสกนิกรให้ได้ประจักษ์ในพระเกียรติคุณตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๖ ซึ่งพระเกียรติคุณของพระองค์ได้เป็นที่ประจักษ์ในหมู่พสกนิกรทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทำให้สถาบันการศึกษาด้านศิลปะหลายแห่ง ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตตมศักดิ์ด้านศิลปะแก่พระองค์

          ด้วยระยะเวลาที่ผ่านเลยมาเนิ่นนาน ทำให้งานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์บางองค์ เริ่มเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา กรมศิลปากรในฐานะที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบด้านการอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรม จึงได้มีโครงการอนุรักษ์จิตรกรรมฝีพระหัตถ์และได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ และได้แล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๔๙

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

 
 
 
   Hosted by kapook.com