.:: พระราชอัจฉริยภาพด้านประติมากรรม - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
พระราชอัจฉริยภาพด้านประติมากรรม
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

          ศิลปกรรมสาขาประติมากรรมเป็นสาขาหนึ่งของวิจิตรศิลป์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแสดงออกถึงพระปรีชาสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานด้านนี้ด้วยความสนพระราชหฤทัยยิ่ง พระองค์ทรงศึกษา ค้นคว้าเทคนิควิธีการต่างๆในงานประติมากรรมด้วยพระองค์เองทั้งการปั้น การหล่อ และการทำแม่พิมพ์



[แก้ไข] พระราชอัจฉริยภาพด้านประติมากรรม


          อาจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ข้าราชการบำนาญ กองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทในงานด้านประติมากรรมและเคยเป็นประติมากรที่ทำงานถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตได้เล่าว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งถึงการทำงานและเทคนิควิธีการของการทำแม่พิมพ์การปั้น และทรงเข้าพระราชหฤทัยถึงกระบวนการและขั้นตอนของงานทางด้านนี้เป็นอย่างดี โดยทรงศึกษาจากหนังสือทางด้านศิลปะและทรงลงมือปฏิบัติด้วยพระองค์เอง งานประติมากรรมฝีพระหัตถ์ซึ่งเป็นประติมากรรมลอยตัว ( Round Relief ) เก็บรักษาไว้ในตู้บนพระตำหนักจิตรลดารโหฐานพระราชวังดุสิต มี ๒ ชิ้นคือ



  • ชิ้นที่ ๑ ได้แก่ รูปปั้นผู้หญิงเปลือยคุกเข่า ความสูง ๙ นิ้ว ทรงปั้นด้วยดินน้ำมัน
  • ชิ้นที่ ๒ ได้แก่ พระรูปปั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ครึ่งพระองค์ ความสูง ๑๒ นิ้ว ทรงปั้นด้วยดินน้ำมัน และต่อมาอาจารย์ไพฑูรย์ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตทำแม่พิมพ์หล่อเป็นปูนปลาสเตอร์ ประติมากรรมฝีพระหัตถ์ชิ้นนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจัดท่าทางและองค์ประกอบ ที่มีความประสานกลมกลืนอย่างงดงาม สะท้อนคุณค่าของความสง่างาม ทรงทิ้งร่องรอยฝีพระหัตถ์ที่มีชีวิต มีการเคลื่อนไหวไว้บนผิวดินน้ำมันที่ทรงปั้น

          นอกจากประติมากรรมดังกล่าวแล้ว พระองค์ยังทรงสนพระราชหฤทัยในการสร้างพระพุทธรูปอีกด้วย ในเดือนมีนาคม ๒๕o๘ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธรูปปางประทานพร ภปร. ซึ่งสร้างขึ้นเป็นครั้งที่ ๒ โดยมีพระราชประสงค์ให้ดัดแปลงแก้ไขพระพุทธลักษณะจากการสร้างครั้งที่ ๑ ของวัดเทวสังฆาราม จังหวัดกาญจนบุรี ในครั้งนี้ทรงมีแนวพระราชดำริแก่ช่างปั้นว่า พระพุทธรูปปางประทานพร ภปร. ควรมีพระพุทธลักษณะเข้มแข็งแต่ไม่แข็งกระด้าง อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ และให้ดูมีเมตตา ใครที่ชมพระพุทธรูปองค์นี้ถ้ามีจิตใจอ่อนไหวก็ให้มีจิตใจเข้มแข็งขึ้น และมีความรู้สึกสงบเยือกเย็นสุขุม ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ จึงได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบพระพุทธรูปให้ดูงดงามเหมาะสมตามพระพุทธลักษณะยิ่งขึ้น ส่วนฐานของพระพุทธรูปเป็นกลีบบัว ใต้กลีบบัวเป็นขาสิงห์ ที่ผ้าทิพย์ประดิษฐานอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. และที่ฐานรองพุทธบัลลังก์ก็มีอักษรบาลีจารึกไว้ว่า"ทยฺยชาติยา สามคฺคิย ํสติสญฺชานเนนโภชิสิยํ รกขนฺติ" ในบรรทัดถัดลงมา เป็นอักษรไทยจารึกไว้ว่า "คนไทยจะรักษาความเป็นไทย อยู่ได้ด้วยมีสติสำนึกอยู่ในความสามัคคี" โปรดให้หล่อขึ้น ๒ ขนาด คือ ขนาดหน้าตัก ๙ นิ้ว และ ๕ นิ้ว ในการนี้ทรงควบคุม ดูแลการปั้น และการหล่ออย่างใกล้ชิดโดยตลอด และมีพระราชประสงค์ให้ประชาชนเช่าไว้เพื่อสักการะบูชา

          ในเดือนสิงหาคม ๒๕o๘ ได้มีพระราชดำริในการสร้างพระพิมพ์ส่วนพระองค์โดยโปรดเกล้าฯให้แกะแบบแม่พิมพ์ด้วยหินลับมีดโกนแล้วหล่อเป็นปูนปลาสเตอร์ ต่อจากนั้นทำแม่พิมพ์ด้วยขี้ผึ้งจากรูปหล่อปูนปลาสเตอร์ แล้วทรงบรรจุผงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ตามวิธีส่วนพระองค์ด้วยพระองค์เองจนสำเร็จเป็นองค์พระพิมพ์ ในภายหลังได้เปลี่ยนจากแม่พิมพ์ขี้ผึ้งเป็นแม่พิมพ์ยาง ทำให้สามารถหล่อพระพิมพ์ได้หลาย ๆ ครั้ง ทรงหล่อพระพิมพ์ส่วนพระองค์ด้วยผงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ นี้เป็นจำนวนมาก โดยมีพระราชประสงค์เพื่อจะทรงบรรจุไว้ที่ฐานบัวหงายด้านหน้าขององค์พระพุทธนวราชบพิตรด้วยพระองค์เอง และพระราชทานแก่ข้าราชบริพารและบุคคลอื่น ๆ ไว้เพื่อสักการะบูชาโดยให้ผู้รับพระราชทานนำไปปิดทองที่ด้านหลังองค์พระพิมพ์ และให้พระบรมราโชวาทโดยสรุปว่า "ให้ทำดีเหมือนกับการปิดทองหลังองค์พระพิมพ์" พระพิมพ์ส่วนพระองค์นี้ต่อมาเรียกขานกันว่า หลวงพ่อจิตรลดา หรือ พระกำลังแผ่นดิน

ผงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆที่ทรงใช้ในการหล่อประกอบด้วย

๑. ผงศักดิ์สิทธิ์ส่วนพระองค์

  • ซึ่งได้มาจากดอกไม้แห้งจากมาลัยที่ประชาชนทูลเกล้าฯถวายในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฎิมากรและได้ทรงแขวนไว้ที่องค์พระพุทธปฎิมากร ตลอดเทศกาลจนถึงคราวที่จะเปลี่ยนเครื่องทรงใหม่ ดอกไม้แห้งนี้ได้โปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมไว้
  • เส้นพระเจ้าที่เจ้าพนักงาน ได้รวบรวมไว้หลังจากทรงพระเครื่องใหญ่ทุกครั้ง (เส้นพระเจ้า หมายถึง เส้นผมและทรงพระเครื่องใหญ่ หมายถึงตอนตัดผม)
  • ดอกไม้แห้งจากมาลัยที่แขวนพระมหาเศวตฉัตรและด้ามพระขรรค์ชัยศรีในพระราชพิธีฉัตรมงคล

สีซึ่งขูดจากผ้าใบที่ทรงเขียนเป็นภาพฝีพระหัตถ์

  • ชันและสีซึ่งทรงขูดจากเรือใบพระที่นั่งขณะที่ทรงตกแต่งเรือใบพระที่นั่ง

๒. ผงศักดิ์สิทธิ์ที่มาจากจังหวัดต่างๆทุกจังหวัดทั่วพระราชอาณาจักร

          วัตถุเครื่องผสมจากต่างจังหวัดนี้ กระทรวงมหาดไทยได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเป็นวัตถุที่ได้จากปูชนียสถานหรือพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนเคารพบูชาในแต่ละจังหวัด อันได้แก่ ดิน หรือ ตะไคร่น้ำแห้งจากปูชนียสถานทองคำเปลวปิดพระพุทธรูป ผงธูปหน้าที่บูชา น้ำจากบ่ออันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งได้เคยนำมาใช้เป็นน้ำสรงมุรธาภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

          ในเดือนตุลาคม ๒๕๐๘ ได้มีพระราชประสงค์ที่จะทรงทดลองหล่อพระเศียรพระพุทธรูปด้วยพระองค์เองจากแบบพระพุทธรูปปางประทานพร ภปร. ขนาดหน้าตัก ๙ นิ้ว โปรดเกล้าฯ ในครั้งนี้ทรงหล่อจากพระเศียรต่ำลงมาถึงพระอุระ เมื่อทรงหล่อเสร็จแล้วได้มีพระราชกระแสรับสั่งที่จะทรงหล่อท่อนล่างต่อให้ครบองค์ โดยมีพระราชประสงค์ในการเปลี่ยนแปลงพระกรพระหัตถ์ด้านขวาซึ่งหงายให้คว่ำลง เป็นแบบปางมารวิชัยหรือสะดุ้งมาร ส่วนฐานตอนล่างโปรดเกล้าฯ ให้เป็นฐานเขียงเรียบ ๆ ในการทำแม่พิมพ์ท่อนล่างนี้พบว่ามีความยากลำบากในการต่อพระกรและองค์พระท่อนบนเข้ากับท่อนล่าง ทรงนำพระท่อนบนที่หล่อครึ่งองค์ไว้แล้วนั้นไปตัดออก แล้วทรงต่อกับท่อนล่างที่ทรงหล่อภายหลัง จนเข้าด้วยกันทั้งองค์อย่างเรียบร้อยงดงามในเดือนมกราคม ๒๕๐๙ ได้ทรงหล่อพระปางมารวิชัยทั้งองค์ขึ้นอีกองค์หนึ่ง ขนาดหน้าตัก ๙ นิ้ว ด้วยผงศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ โดยมีฐานขององค์พระพุทธรูปเป็นฐานเขียง ต่อมาโปรดเกล้า ฯ ให้ฐานพระพุทธรูปเป็นกลีบบัวมีขนาดพอที่จะทรงบรรจุพระพิมพ์ส่วนพระองค์ได้ และในวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๐๙ ได้โปรดเกล้าฯ ให้ช่างหล่อหล่อพระพุทธรูปเนื้อทองสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตัก ๙ นิ้ว มีฐานเป็นกลีบบัวทรงบรรจุพระพิมพ์ส่วนพระองค์ไว้ที่ฐานบัวหงายด้านหน้าขององค์พระพุทธรูปด้วย โปรดเกล้าฯ ให้หล่อเป็นจำนวน ๑๐๐ องค์ โดยมีพระราชประสงค์เพื่อพระราชทานไปประดิษฐาน ณ จังหวัดต่าง ๆ ทั่วพระราชอาณาจักร และได้โปรดเกล้าฯ ให้ขนานพระนามพระพุทธรูปนั้นว่า "พระพุทธนวราชบพิตร" พระพุทธนวราชบพิตรนี้ได้พระราชทานให้จังหวัดต่างๆ เช่น หนองคาย อุดรธานี และกรุงเทพมหานครเป็นต้น นอกจากนี้พระราชทานให้กับหน่วยทหารที่ไปปฏิบัติราชการ ณ ประเทศเวียดนาม พระพุทธรูปองค์นี้จะเป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป และเป็นนิมิตหมายแห่งความผูกพันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ระหว่างพระมหากษัตราธิราช กับบรรดาพสกนิกรของพระองค์ในทุกจังหวัดทั่วพระราชอาณาจักร และพระพิมพ์ส่วนพระองค์ซึ่งได้บรรจุไว้ที่ฐานบัวหงายนั้น ก็มีส่วนประกอบของวัตถุศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ในพระองค์ด้วย พระพุทธนวราชบพิตรจึงเป็นพระพุทธรูปที่สำคัญยิ่งองค์หนึ่งในรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งศาสนิกชนทั่วราชอาณาจักรได้ปฏิบัติบูชาสืบเนื่องกันมาเป็นเวลาช้านาน

          ในระยะหลัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชภารกิจมาก ไม่มีเวลาที่จะทรงสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมให้เป็นที่ปรากฏอีก แต่อย่างไรก็ตาม ผลงานฝีพระหัตถ์ที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยะและพระปรีชาสามารถทางด้านประติมากรรมอย่างชัดแจ้ง

[แก้ไข] งานประติมากรรมฝีพระหัตถ์



พระพุทธนวราชบพิตร เนื้อทองสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๙ นิ้ว สูง ๑๖ นิ้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๐๙ โดยมีพระราชประสงค์เพื่อ พระราชทานไป ประดิษฐาน ณ จังหวัดต่าง ๆ ทั่วพระราชอาณาจักร

พระพิมพ์ส่วนพระองค์ซึ่งทรงหล่อด้วยพระองค์เอง บรรจุอยู่ที่ฐานบัวหงายด้านหน้าขององค์พระพุทธนวราชบพิตร

พระพุทธรูปปางประทานพร ภปร. หน้าตักกว้าง ๙ นิ้ว สูง ๑๒.๕ นิ้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าให้ สร้างขึ้นเมื่อ เดือนมีนาคม ๒๕๐๘ โดยมี พระราชประสงค์ให้ประชาชนเช่าไว้เพื่อ สักการะบูชา

รูปผู้หญิงเปลือยนั่งคุกเข่า ทรงปั้นด้วยดินน้ำมัน ขนาดสูง ๙ นิ้ว

พระรูปปั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถครึ่งพระองค์ ทรงปั้นด้วยดินน้ำมัน ขนาดสูง ๑๒ นิ้ว ต่อมาได้มีพระบรม ราชานุญาตให้ทำแม่พิมพ์หล่อ เป็นปูนปลาสเตอร์


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

 
 
 
   Hosted by kapook.com