.:: พระไชยสุริยา - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
พระไชยสุริยา
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

        พระไชยสุริยาเป็นนิทานที่สุนทรภู่แต่งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งแทรกความรู้เกี่ยวกับภาษาไทย ในเรื่องของมาตราตัวสะกดต่างๆ ซึ่งในนิทานนี้ท่านได้แต่งเป็นกาพย์ยานี11 กาพย์16 และ กาพย์สุรางคนางค์ 28 ด้วยฉบัง

สารบัญ

[แก้ไข]
พระไชยสุริยา

[แก้ไข] ความเป็นมา

        กาพย์พระไชยสุริยาเป็นแบบเรียนที่สุนทรภู่แต่งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ท่านสุนทรภู่แต่งขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๓๘๓ - ๒๓๘๕ ขณะที่บวชเป็นพระอยู่ทีวัดเทพธิดาราม ท่านแต่งเป็นกาพย์ซึ่งแทรกความรู้เกี่ยวกับภาษาไทย ในเรื่องของมาตราตัวสะกดแม่ต่าง ๆ เช่น แม่กก กง กน กด กบ และเกย เป็นต้น นอกจากนั้นยังสอดแทรกคติธรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์อีกด้วย         จุดประสงค์ของการแต่งก็เพื่อถวายพระอักษรแด่พระโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยและเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี พระอัครชายา คือเจ้าฟ้าชายกลางแล้วเจ้าฟ้าปิ๋วครั้นต่อมาในรัชกาลที่ 5 เมื่อพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) แต่งหนังสือมูลบทบรรพกิจ สำหรับใช้เป็นแบบเรียนหนังสือไทยในโรงเรียนหลวง คงเห็นว่ากาพย์เรื่องพระไชยสุริยานี้ เป็นบทกวีนิพนธ์ที่ไพเราะทั้งอ่านเข้าใจง่ายและเป็นคติ จึงนำมาบรรจุไว้ในมูลบทบรรพกิจเป็นตอนๆ ตั้งแต่แม่ ก กา ไปจนจบ เกยในการศึกษากาพย์พระไชยสุริยา ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะการแต่งคำประพันธ์ประเภทกาพย์ ได้แก่ กาพย์ยานี11 กาพย์ฉบัง16 และ กาพย์สุรางคนางค์ 28


[แก้ไข] เรื่องย่อ

        มีกษัตริย์พระองค์หนึ่งมีพระนามว่าไชยสุริยา ครองเมืองสาวัตถี มีพระมเหสีทรงพระนามว่าสุมาลี ครอบครองบ้านเมืองด้วยความผาสุก ต่อมาข้าราชการ เสนาอำมาตย์ประพฤติตนไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม จึงเกิดเหตุอาเพศ เกิดน้ำป่าไหลท่วมเมือง ผีป่าอาละวาด ทำให้ชาวเมืองล้มตายจำนวนมาก พระไชยสุริยากับพระมเหสีจึงลงเรือสำเภาแต่ก็ถูกพายุพัดจนเรือแตก พระไชยสุริยาและมเหสีขึ้นฝั่งได้ พระอินทร์จึงเสด็จมาสั่งสอนธรรมะให้ทั้งสองพระองค์ปฏิบัติตามธรรมจึงเสด็จไปสู่สวรรค์


[แก้ไข] ยานี ๑๑ แม่ก กา

สาธุสะจะขอไหว้ พระศรีไตรสรนา

พ่อแม่แลครูบา เทวดาในราศี

ข้าเจ้าเอา ก ข เข้ามาต่อ ก กา มี

แก้ไขในเท่านี้ ดีมิดีอย่าตรีชา

จะร่ำคำต่อไป พอฬ่อใจกุมารา

ธรณีมีราชา เจ้าพาราสาวะถี

ชื่อพระไชยสุริยา มีสุดามะเหษี

ชื่อว่าสุมาลี อยู่บูรีไม่มีไภย

ข้าเฝ้าเหล่าเสนา มีกริยาอะฌาสัย

พ่อค้ามาแต่ไกล ได้อาศัยในพารา

ไพร่ฟ้าประชาชี ชาวบูรีก็ปรีดา

ทำไร่เขาไถนา ได้เข้าปลาแลสาลี

อยู่มาหมู่ข้าเฝ้า ก็หาเยาวนารี

ที่หน้าตาดีดี ทำมโหรีที่เคหา

ค่ำเช้าเฝ้าสีซอ เข้าแต่หอล่อกามา

หาได้ให้ภริยา โลโภพาให้บ้าใจ

ไม่จำคำพระเจ้า เหไปเข้าภาษาไสย

ถือดีมีข้าไท ฉ้อแต่ไพร่ใส่ขื่อคา

คะดีที่มีคู่ คือไก่หมูเจ้าสุภา

ใครเอาเข้าปลามา ให้สุภาก็ว่าดี

ที่แพ้แก้ชนะ ไม่ถือพระประเวณี

ขี้ฉ้อก็ได้ดี ไล่ด่าตีมีอาญา

ที่ซื่อถือพระเจ้า ว่าโง่เง่าเต่าปูปลา

ผู้เฒ่าเหล่าเมธา ว่าใบ้บ้าสาระยำ

ภิกษุสะมะณะ เล่าก็ละพระสธรรม

คาถาว่าลำนำ ไปเร่ร่ำทำเฉโก

ไม่จำคำผู้ใหญ่ ศีรษะไม้ใจโยโส

ที่ดีมีอะโข ข้าขอโมทนาไป

พาราสาวะถี ใครไม่มีปราณีใคร

ดุดื้อถือแต่ใจ ที่ใครได้ใส่เอาพอ

ผู้ที่มีฝีมือ ทำดุดื้อไม่ซื้อขอ

ใล่คว้าผ้าที่คอ อะไรล่อก็เอาไป

ข้าเฝ้าเหล่าเสนา มิได้ว่าหมู่ข้าไทย

ถือน้ำร่ำเข้าไป แต่น้ำใจไม่นำพา

หาได้ใครหาเอา ไพร่ฟ้าเศร้าเปล่าอุรา

ผู้ที่มีอาญา ไล่ตีด่าไม่ปราณี

ผีป่ามากระทำ มรณะกรรมชาวบูรี

น้ำป่าเข้าธานี ก็ไม่มีที่อาไศรย

ข้าเฝ้าเหล่าเสนา หนีไปหาพาราไกล

ชีบาล่าลี้ไป ไม่มีใครในธานี


[แก้ไข] ฉบัง ๑๖

พระไชยสุริยาภูมี พาพระมเหษี

มาที่ในลำสำเภา

เข้าปลาหาไปไม่เบา นารีที่เยาว์

ก็เอาไปในเภตรา

เถ้าแก่ชาวแม่แซ่มา เสนีเสนา

ก็มาในลำสำเภา

ตีม้าฬ่อช่อใบใส่เสา วายุพยุเพลา

สำเภาก็ใช้ใบไป

เภตรามาในน้ำไหล ค่ำเช้าเปล่าใจ

ที่ในมหาวารี

พะสุธาอาไศรยไม่มี ราชานารี

อยู่ที่พระแกลแลดู

ปลากะโห้โลมาราหู เหราปลาทู

มีอยู่ในน้ำคล่ำไป

ราชาว้าเหว่หฤทัย วายุพาคลาไคล

มาในทะเลเอกา

แลไปไม่ปะพะสุธา เปล่าใจนัยนา

โพล้เพล้เวลาราตรี

ราชาว่าแก่เสนี ใครรู้คะดี

วารีนี้เท่าใดนา

ข้าเฝ้าเล่าแก่ราชา ว่าพระมหา

วารีนี้ไซ้ใหญ่โต

ไหลมาแต่ในคอโค แผ่ไปใหญ่โต

มะโหฬาร์ล้ำน้ำไหล

บาฬีมิได้แก้ไข ข้าพเจ้าเข้าใจ

ผู้ใหญ่ผู้เฒ่าเล่ามา

ว่ามีพระยาสกุณา ใหญ่โตมะโหฬาร์

กายาเท่าเขาคีรี

ชื่อว่าพระยาสัมพาที ใครรู้คะดี

วารีนี้โตเท่าใด

โยโสโผผาถาไป พอพระสุริไสย

จะใกล้โพล้เพล้เวลา

แลไปไม่ปะพสุธา ย่อท้อรอรา

ชีวาก็จะประลัย

พอปลามาในน้ำไหล สกุณาถาไป

อาไศรยที่ศีร์ษะปลา

ฉะแง้แลไปไกลตา จำของ้อปลา

ว่าขอษะมาอะไภย

วารีที่เราจะไป ใกล้หรือว่าไกล

ข้าไหว้จะขอมรคา

ปลาว่าข้าเจ้าเยาวะภา มิได้ไปมา

อาไศรยอยู่ต่อธรณี

สกุณาอาไลยชีวี ลาปลาจรลี

สู่ที่ภูผาอาไศรย

ข้าเฝ้าเล่าแก่ภูวไนย พระเจ้าเข้าใจ

ฤไทยว้าเหว่เอกา

จำไปในทะเลเวรา พายุไหญ่มา

เภตราก็เหเซไป

สมอก็เก่าเสาใบ ทะลุปรุไป

น้ำไหลเข้าลำสำเภา

ผีน้ำซ้ำไต่ใบเสา เจ้ากำม์ซ้ำเอา

สำเภาระยำคว่ำไป

ราชาคว้ามืออรไทย เอาผ้าสะไบ

ต่อไว้ไม่ไกลกายา

เถ้าแก่เชาแม่เสนา น้ำเข้าหูตา

จระเข้เหราคร่าไป

ราชานารีร่ำไร มีกำม์จำใจ
มีไม้ไทรใหญ่ใบหนา เข้าไปไสยา

เวลาพอค่ำรำไร


[แก้ไข] สุรางคนางค์ ๒๘ (แม่กน)

ขึ้นใหม่ใน กน ก กา ว่าปน ระคนกันไป

เอ็นดูภูธร มานอนในไพร มณฑลต้นไทร แทนไพชยนต์สถาน

ส่วนสุมาลี วันทาสามี เทวีอยู่งาน

เฝ้าอยู่ดูแล เหมือนแต่ก่อนกาล ให้พระภูบาล สำราญวิญญา

พระชวนนวลนอน เข็ญใจไม้ขอน เหมือนหมอนแม่นา

ภูธรสอนมนต์ ให้บ่นภาวนา เย็นค่ำร่ำว่า กันป่าไภยพาล

วันนั้นจันทร มีดารากร เป็นบริวาร

เห็นสิ้นดินฟ้า ในป่าท่าธาร มาลีคลี่บาน ใบก้านอรชร

เย็นฉ้ำน้ำฟ้า ชื่นชะผะกา วายุพาขจร

สาระพันจันทน์อิน รื่นกลิ่นเกสร แตนต่อคลอร่อน ว้าว่อนเวียนระวัน

จันทราคลาเคลื่อน กระเวนไพรไก่เถื่อน เตือนเพื่อนขานขัน

ปู่เจ้าเขาเขิน กู่เกริ่นหากัน สินธุพุลั่น ครื้นครั่นหวั่นไหว

พระฟื้นตื่นนอน ไกลพระนคร สะท้อนถอนฤไทย

เช้าตรู่สุริยน ขึ้นพ้นเมรุไกร มีกำม์จำไป ในป่าอารัญ


[แก้ไข] ฉบัง ๑๖ (แม่กง)

ขึ้นกงจงสำคัญ ทั้งกนปนกัน

รำพันมิ่งไม้ในดง

ไกรกร่างยางยูงสูงระหง ตะลิงปลิงปริงประยงค์

คันทรงส่งกลิ่นฝิ่นฝาง

มะม่วงพวงพลองช้องนาง หล่นเกลื่อนเถื่อนทาง

กินพลางเดินพลางหว่างเนิน

เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน เหมือนอย่างนางเชิญ

พระแสงสำอางข้างเคียง

เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียง เริงร้องซ้องเสียง

สำเนียงน่าฟังวังเวง

กลางไพรไก่ขันบรรเลง ฟังเสียงเพียงเพลง

ซอเจ้งจำเรียงเวียงวัง

ยูงทองร้องกะโต้งโห่งดัง เพียงฆ้องกลองระฆัง

แตรสังข์กังสดาลขานเสียง

กะลิงกะลางนางนวลนอนเรียง พระยาลอคลอเคียง

แอ่นเอี้ยงอีโก้งโทงเทง

ค้อนทองเสียงร้องป๋องเป๋ง เพลินฟังวังเวง

อีเก้งเริงร้องลองเชิง

ฝูงละมั่งฝังดินกินเพลิง ค่างแข็งแรงเริง

ยืนเบิ่งบึ้งหน้าตาโพลง

ป่าสูงยูงยางช้างโขลง อึงคะนึงผึงโผง

โยงกันเล่นน้ำคล่ำไป


====ยานี ๑๑(แม่กก) ====

ขึ้นกกตกทุกข์ยาก แสนลำบากจากเวียงไชย

มันเผือกเลือกเผาไฟ กินผลไม้ได้เป็นแรง

รอนรอนอ่อนอัษดงค์ พระสุ่ริยงเย็นยอแสง

ช่วงดังน้ำครั่งแดง แฝงเมฆเขาเงาเมรุธร

ลิงค่างครางโครกครอก ฝูงจิ้งจอกออกเห่าหอน

ชะนีวิเวกวอน นกหกร่อนนอนรังเรียง

ลูกนกยกปีกป้อง อ้าปากร้องซ้องแซ่เสียง

แม่นกปกปีกเคียง เลี้ยงลูกอ่อนป้อนอาหาร

ภูธรนอนเนินเขา เคียงคลึงเคล้าเยาวมาลย์

ตกยากจากศฤงฆาร สงสารน้องหมองภักตรา

ยากเย็นเห็นหน้าเจ้า สร่างโศกเศร้าเจ้าพี่อา

อยู่วังดังจันทรา มาหม่นหมองลอองนวล

เพื่อนทุกข์ศุขโศกเศร้า จะรักเจ้าเฝ้าสงวน

มิ่งขวัญอย่ารันจวน นวลภักตร์น้องจะหมองศรี

ชวนชื่นกลืนกล้ำกลิ่น มิรู้สิ้นกลิ่นมาลี

คลึงเคล้าเย้ายวนยี ที่ทุกข์ร้อนหย่อนเย็นทรวง

[แก้ไข] ยานี ๑๑ (แม่กด)

ขึ้นกดบทอัศจรรย์ เสียงครื้นครั่นชั้นเขาหลวง

นกหกตกรังรวง สัตว์ทั้งปวงง่วงงุนโงง

แดนดินถิ่นมนุษย์ เสียงดังดุจพระเพลิงโพลง

ตึกกว้านบ้านเรือนโรง โคลงคลอนเคลื่อนเขยื้อนโยน

บ้านช่องคลองเล็กใหญ่ บ้างตื่นไฟตกใจโจน

ปลุกเพื่อนเตือนตะโกน ลุกโลดโผนโดนกันเอง

พิณพาทย์ระนาดฆ้อง ตะโพนกลองร้องเป็นเพลง

ระฆังดังวังเวง โหง่งหง่างเหง่งเก่งก่างดัง

ขุนนางต่างลุกวิ่ง ท่านผู้หญิงวิ่งยุดหลัง

พัลวันดันตึงตัง พลั้งพลัดตกหกคะเมน

พระสงฆ์ลงจากกุฏิ วิ่งอุตลุตฉุดมือเณร

หลวงชีหนีหลวงเถร ลงโคลนเลนเผ่นผาดโผน

พวกวัดพลัดเข้าบ้าน ล้านต่อล้านซานเซโดน

ต้นไม้ไกวเอนโอน ลิงค่างโจนโผนหกหัน

พวกผีที่ปั้นลูก ติดจมูกลูกตาพลัน

ขิกขิกระริกกัน ปั้นไม่ทันมันเดือดใจ

สององค์ทรงสังวาส โลกธาตุหวาดหวั่นไหว

ตื่นนอนอ่อนอกใจ เดินไม่ได้ให้อาดูร


[แก้ไข] ยานี ๑๑ (แม่กบ)

ขึ้นกบจบแม่กด พระดาบสบูชากูณฑ์

ผาสุกรุกขมูล พูนสวัสดิ์สัตถาวร

ระงับหลับเนตรนิ่ง เององค์อิงพิงสิงขร

เหมือนกับหลับสนิทนอน สังวรศีลอภิญญาณ

บำเพ็งเล็งเห็นจบ พื้นพิภพจบจักรวาล

สวรรค์ชั้นวิมาน ท่านเห็นแจ้งแหล่งโลกา

เข้าฌานนานนับเดือน ไม่เขยื้อนเคลื่อนกายา

จำศีลกินวาตา เป็นผาสุกทุกเดือนปี

วันนั้นครั้นเดินไหว เกิดเหตุใหญ่ในปฐพี

เล็งดูรู้คดี กาลกิณีสี่ประการ

ประกอบชอบเป็นผิด กลับจริตผิดโบราณ

สามัญอันธพาล ผลาญคนซื่อถือสัตย์ธรรม์

ลูกศิษย์คิดล้างครู ลูกไม่รู้คุณพ่อมัน

ส่อเสียดเบียดเบียนกัน ลอบฆ่าฟันคือตัณหา

โลภลาภบาปบ่คิด โจทย์ผิดริษยา

อุระพสุธา ป่วนเป็นบ้าฟ้าบดบัง

บรรดาสามัญสัตย์ เกิดวิบัติปัตติปาปัง

ไตรยุคทุกขตะรัง สังวัจฉระอวสาน


[แก้ไข] ฉบัง ๑๖(แม่กม)

ขึ้นกมสมเด็จจอมอารย์ เอ็นดูภูบาล

ผู้ผ่านพาราสาวะถี

ซื่อตรงหลงเล่ห์เสนี กลอกกลับอัปรีย์

บูรีจึงล่มจมไป

ประโยชน์จะโปรดภูวไนย นิ่งนั่งตั้งใจ

เลื่อมใสสำเร็จเมตตา

เปล่งเสียงเพียงพิณอินทรา บอกข้อมรณา

คงมาวันหนึ่งถึงตน

เบียฬเบียดเสียดส่อฉ้อฉล บาปกำม์นำตน

ไปทนทุกข์นับกัปกัลป์

เมตตากรุณาสามัญ จะได้ไปสวรรค์

เป็นศุขทุกวันหรรษา

สมบัติสัตว์มนุษย์ครุฑา กลอกกลับอัปรา

เทวาสมบัติชัชวาล

ศุขเกษมเปรมปรดิ์วิมาน อิ่มหนำสำราญ

ศฤงฆารห้อมล้อมพร้อมเพรียง

กระจับปี่สีซอคลอเสียง ขับรำจำเรียง

สำเนียงนางฟ้าน่าฟัง

เดชะพระกุศลหนหลัง สิ่งใดใจหวัง

ได้ดังมุ่งมาตรปรารถนา

จริงนะประสกสีกา สวดมนต์ภาวนา

เบื้องน่าจะได้ไปสวรรค์

จบเทศน์เสร็จคำรำพัน พระองค์ทรงธรรม์

ดันดั้นเมฆาคลาไคล


[แก้ไข] ฉบัง ๑๖ (แม่เกย)

ขึ้นเกยเลยกล่าวท้าวไทย ฟังธรรมน้ำใจ

เลื่อมใสศรัทธากล้าหาญ

เห็นไภยในขันธสันดาน ตัวห่วงบ่วงมาร

สำราญสำเร็จเมตตา

สององค์ทรงหนังพยัคฆา จัดจีบกลีบชะฎา

รักษาศีลถือฤาษี

เช้าค่ำทำกิจพิธี กองกูณฑ์อัคคี

เป็นที่บูชาถาวร

ปะถะพีเป็นที่บรรจฐรณ์ เอนองค์ลงนอน

เหนือขอนเขนยเกยเศียร

ค่ำเช้าเอากราดกวาดเตียน เหนื่อยยากพากเพียร

เรียนธรรมบำเพ็งเคร่งครัน

สำเร็จเสร็จได้ไปสวรรค์ เสวยศุขทุกวัน

นานนับกัปกัลป์พุทธันดร

กุมราการุญสุนทร ไว้หวังสั่งสอน

เด็กอ่อนอันเยาว์เล่าเรียน

ก ข ก กา ว่าเวียน หนูน้อยค่อยเพียร

อ่านเขียนผสมกมเกย

ระวังตัวกลัวครูหนูเอ๋ย ไม้เรียวเจียวเหวย

กูเคยเข็ดหลาบขวาบเขวียว

หันหวดปวดแสบแปลบเสียว หยิกซ้ำซ้ำเขียว

อย่าเที่ยวเล่นหลงจงจำ

บอกไว้ให้ทราบบาปกรรม เรียงเรียบเทียบทำ

แนะนำให้เจ้าเอาบุญ

เดชะพระมหาการุญ ใครเห็นเป็นคุณ

แบ่งบุญให้เราเจ้าเอยฯ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 
 
 
   Hosted by kapook.com