Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
ยาสี่คูณร้อย คือยาเสพติดสูตรใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดในหมู่วัยรุ่นชาวไทยมุสลิม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเป็นยาเสพติดที่มีการนำสารเสพติด 3 ตัวมาผสมกับยาจุดกันยุงแล้วนำมาต้ม ใช้ดื่ม เนื่องจากสารเสพติดชนิดนี้ไม่มีกลิ่นทำให้ไม่มีใครรู้ว่ากำลังเสพยา เเละมีวัยรุ่นบางคนหลงคิดคิดว่าเมื่อดื่มยาสี่คูณร้อย เข้าไปเเล้วจะมีกำลังวังชา คล้ายยาชูกำลัง
สารบัญ |
[แก้ไข] สูตรของยาสี่คูณร้อย
ตัวประกอบมีห้าชนิดด้วยกัน คือ
1.ยาแก้ไอ ชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นยาควบคุมการใช้ ที่ผู้ขายต้องมีใบอนุญาต และผู้ซื้อต้องซื้อตามใบสั่งของแพทย์
2.น้ำใบกระท่อม นำใบกระท่อมมาต้ม
3.ยากันยุง(ส่วนน้อยครับ พวกที่บ้าเท่านั้นครับถึงจะใส่ คนดีๆเค้าไม่ใส่ครับ) 4.น้ำอัดลมชนิดหนึ่งหรือยาเเก้ไอ
5.สารฟลูออเรสเซนต์(อันนี้ยิ่งเเล้วใหญ่เลย ผมว่าเป็นข่าวลือ ที่มั่วมากครับ..
[แก้ไข] กลุ่มผู้เสพยาสี่คูณร้อย
จากสถิติของศูนย์บำบัดยาเสพติดปัตตานี พบว่ามีผู้เสพยาสี่คูณร้อยถึง 10% ของ ผู้มาบำบัด แต่อย่างไรก็ตามภาพรวมในปี 2549 มีผู้ติดยาเสพติดลดลงกว่าปี 2548 เนื่องจากผู้เสพส่วนใหญ่เป็นชาวประมง มีการเคลื่อนย้ายที่อยู่บ่อยๆ เเละกลุ่มวัยรุ่นที่ขาดการยั้งคิด เเละจากการที่ตลาดยาเสพติด”สี่คูณร้อย” เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ทำให้ราคา ซื้อ-ขาย ใบกระท่อม จากกิโลกรัมละ 250-300 บาท ขึ้นพรวดพราดถึง กิโลกรัมละ 800 บาท หรืออาจจะมากกว่านั้น ถ้ามีความต้องการ เร่งด่วน และอยู่ในช่วง ขาดแคลนวัตถุดิบ
[แก้ไข] พิษของยาสี่คูณร้อย
ขึ้นชื่อว่าสิ่งเสพติดไม่มีคำว่าดีต่อสุขภาพอยู่เเล้ว ถึงเเม้ยาสี่คูณร้อยจะมีส่วนผสมของใบกระท่อม เเละยิ่งมีสูตรใหม่ที่มีการนำเอาสารฟลูออเรสเซนต์ เข้ามาเป็นส่วนผสมด้วยเเล้วยิ่งอันตรายเข้าไปใหญ่ สารชนิดนี้เมื่อโดนบาดแผลของเรา หรือเราโดนเศษแก้วจากหลอดไฟที่มีสารชนิดนี้บาด จะเป็นบาดแผลที่รักษาได้ยากมาก เเละหากเข้าไปในระบบทางเดินอาหาร อาจจะถึงตายได้ โดยเฉพาะการเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งในเม็ดเลือด เนื่องจากสารฟลูออเรสเซนต์ในหลอดไฟ รวมถึงสารในยากันยุงและกัมม็อกโซน มีคุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่งคือจะเป็นตัวเร่งให้สารเสพติดเข้าสู่กระแสเลือดและเม็ดเลือดได้เร็วขึ้น จนส่งผลให้ผู้เสพเกิดอาการมึนเมาได้ในไม่ช้า
[แก้ไข] อาการของผู้เสพ
ส่วนพิษสงของยาเสพติดชนิดนี้เมื่อเสพเข้าไปแล้วจะออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทเคลิมเคลิ้มไม่เป็นตัวของตนเองถูกชักจูงให้ทำในสิ่งต่างๆได้และหากเสพถึงขั้นเสพติดสุดท้ายหากไม่ได้เสพก็จะทุรนทุรายเช่นเดียวกับยาเสพติดสายพันธุ์อื่นๆและที่น่ากลัวคือฤทธิ์ของใบกระท่อมยาแก้ไอและยากันยุงจะทำลายอวัยวะภายในกลายเป็น“คนป่วย”ที่รอวันตายเพื่อเพิ่มภาระให้กับสังคม
...ไม่เป็นตัวของตนเองถูกชักจูงให้ทำในสิ่งต่างๆได้และหากเสพถึงขั้นเสพติดสุดท้าย..หากไม่ได้เสพก็จะทุรนทุราย...เช่นเดียวกับยาเสพติดสายพันธุ์อื่นๆและที่น่ากลัวคือฤทธิ์ของใบกระท่อมยาแก้ไอและยากันยุงจะทำลายอวัยวะภายในกลายเป็น“คนป่วย”ที่รอวันตายเพื่อเพิ่มภาระให้กับสังคม ...1. คนที่จะถูกชักจูงได้..ไม่เกี่ยวกับตัวยา หรือสารที่เสพในน้ำกระท่อม เเต่เป็นพวกที่ รับประทานร่วมกันกับ โซเเล่ม หรือ มาโน่โซเเล่ม
ทำให้ มีอาการ ดังนี้
ทำให้ผู้ที่รับประทาน มีความกล้าที่จะทำไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดี มี คนนึงเค้ารับประทานไป 11 เม็ด เค้าไปปีน โรงพัก เเล้ว ก้อไปเอาธงชาติ
มาวิ่งรอบโรงพักเลย ซึ่งเมื่อเขาโดนจับ เเละ เขาตื่นมาอีกที เขากลับจำอะไรไม่ได้เลย เป็นเพราะ โซเเล่ม เเละยาตระกูลพวกนี้ทั้งหมด
ไม่เกี่ยวกับ ยาเเก้ ..หรือใบกระท่อมครับ...
....2.ส่วนคนที่กิน น้ำท่อม เป็นเวลา 4 ปี เวลาเค้าไม่ได้กิน หรือหยุดยา เค้าก้อไม่ได้ ทุรนทุรายอะไรเลยมีเเค่ความอยาก หรือเป็นการเสพติด
ทางจิตใจมากว่า เพราะส่วนมากพวกที่กิน น้ำท่อมนั้น ไม่ได้นั่งกินคนเดียวครับ เขานั่งกินเป็นกลุ่มเเละก้อนั่งคุยกันเล่นกีต้าบ้าง หรือ นั่งคุย
ไปเรื่อยเปื่อย เเละมานั่งทุกวันวันไหนไม่ได้มานั่งคุยกัน ก้อจะรู้สึก เหมือนกับว่า ขาดอะไรไปอย่างนึงนะวันนี้ เหมือนกันกับ ผู้ที่ชอบดูดบุหรี่ -ครับถ้าไม่ได้ดูดก้อไม่ดิ้นทุรนทุรายครับ เเต่เเค่ รู้สึก ขาดหายไป ..ก้อเเค่นั้นครับ
ส่วนพวกที่กินยากันยุงหรือหลอดไฟนั้น พวกนั้นคือพวก ที่เรียกได้ว่า บ้า นั้น เอง...ปล.ผมคลุกคลีอยู่กับของพวกนี้มา 5 ปีเเล้วครับ ตอนนี้
เลิกเเล้วครับ ข้อมูลที่ผมให้นี้ เป็นความจริงทั้งหมด ครับ มิได้เสริมเติมเเต่ง หรือ เอาข่าวลือมาเขียนครับเปนสิ่งที่ผ่านมาในชีวิตผมครับ
เเละเป็นเพียงเเค่บางส่วนในเรื่ององ น้ำท่อมครับ..เเละมิได้ ส่งเสริม หรือยุยงให้ไปเสพนะครับ เพียงเเต่อยากให้ รับรู้ความ จริง เท่านั้น
[แก้ไข] โทษของผู้เสพเเละจำหน่าย
เหตุผลหนึ่ง ที่ผู้ผลิต ผู้ขาย และผู้เสพ ต่างไม่หวั่นเกรงการถูกจับกุม มาจากโทษของการเอาผิด ยาเสพติดชนิดนี้ มีโทษเพียง”ค่าปรับ” เพราะส่วนผสมต่างๆ เช่นกฎหมายอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองได้ ยกเว้น ยาแก้ไอ ที่มีโทษสูง และปรับแพง แต่นานๆครั้ง เจ้าหน้าที่ จึงจะจับกุมยาแก้ไอเหล่านี้ได้ครั้งละมากๆจึงทำให้ไม่มีใครเกรงกลัวกฎหมาย
สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ มีผู้เข้ามาสู่อาชีพการผลิตยาเสพติดชนิดใหม่กันอย่างมากมาย ในเกือบทุกตำบล ทุกอำเภอ และกลุ่มผู้ผลิตที่ทำกันเป็นล่ำเป็นสัน ได้แก่ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ มีทั้ง ผู้นำท้องถิ่น นักการเมืองท้องถิ่น ผู้มีอิทธิพล ทั้งคนพุทธและคนมุสลิม ซึ่งหลายครั้งที่ เจ้าหน้าที่บุกเข้าตรวจค้น จับกุม จะพบของกลางเป็นจำนวนมาก มีหลายแห่งปลุกเป็นโรงงาน ตั้งเผานับสิบเตา ทำกันเป็นเป็นอุตสาหรรม และมีการ”ส่งส่วย”ให้กับเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ เพื่อป้องกันการ ตรวจค้น จับกุม และแม้แต่เจ้าของธุรกิจในเมืองใหญ่ๆ หลังจากที่ได้รับผลกระทบจาก”ไฟใต้” ก็หันมาเป็น”นายทุน” เพื่อผลิตยาเสพติดชนิดนี้ กันหลายราย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
-สำนักพัฒนากิจการนักเรียน นักศึกษา เเละกิจการพิเศษ
-เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต













