Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
การย่อความเป็นการช่วยสรุปใจความสำคัญของสิ่งที่ได้ฟัง ได้อ่าน ช่วยให้จดจำสาระต่างๆ ได้แม่นยำ และจำเป็นสำหรับการศึกษา หาความรู้เพราะช่วยให้จดบันทึกต่าง ๆ ได้รวดเร็ว และสามารถนำมาทบทวนต่าง ๆ ได้รวดเร็ว และสามารถนำมาทบได้ภายหลัง
สารบัญ |
[แก้ไข] ย่อความ
การย่อความ คือ การเก็บเนื้อความหรือใจความสำคัญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างถูกต้องครบบริบูรณ์ตามตัวเรื่องแล้วนำมาเรียบเรียงใหม่ เป็นข้อความสั้น กะทัดรัด โดยไม่ให้ความหมายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
[แก้ไข] การเขียนย่อความ
การย่อความเป็นการนำเอาเรื่องราวต่างๆมาเขียนใหม่ ด้วยสำนวนภาษาของผู้ย่อเองเมื่อเขียนแล้วเนื้อความเดิมจะสั้นลง แต่ยังมีใจความสำคัญครบถ้วนสมบูรณ์ การย่อนี้ไม่มีขอบเขตว่าย่อลงไปเท่าใด จึงจะเหมาะสม เพราะบางเรื่องมีพลความมากก็ย่อลงไปมาก แต่บางเรื่องมีใจความมากก็จะย่อได้ 1ใน2,1ใน3หรือ1ใน4 ของเรื่องเดิมตามแต่ผู้ย่อจะเห็นสมควร
สิ่งที่ควรทำความเข้าใจในการย่อความ มีดังนี้
[แก้ไข] ใจความ
หมายถึง ข้อความสำคัญในบทพูดและบทเขียน ใจความนี้ถ้าถึงออกมาจากบทเขียนหรือบทพูดจะทำให้สาระเปลี่ยนแปลงไป
[แก้ไข] พลความ (พน-ละ-ความ)
หมายถึง ข้อความที่สำคัญน้อยกว่าใจความ ทำหน้าที่ขยายใจความให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ถ้าตัดออกจากบทเขียนหรือบทพูด ก็จะไม่ทำให้สาระเปลี่ยนแปลงมากนัก วิธีหาใจความ คือพิจารณาบทพูดหรือบทเขียน ว่าถ้าตัดข้อความใดออกแล้ว ความตอนต้นเรื่องจะเสียหมด ข้อความนั้นคือใจความ
[แก้ไข] ข้อเท็จจริง
หมายถึง เรื่องราวเหตุการณ์ของบุคคล สิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น ทำอะไร อยู่ในสภาพอย่างไร ที่ไหน เมื่อไร มีปริมาณหรือขนาดเท่าใด หรือมีลักษณะอย่างไร
[แก้ไข] ข้อคิดเห็น
หมายถึง ความเชื่อ หรือแนวความคิด หรือความรู้สึกส่วนตัวของผู้เขียนที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นบุคคล เหตุการณ์ หรือพฤติกรรม ผู้อื่นอาจเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้
[แก้ไข] ข้อความแสดงอารมณ์
หมายถึง อารมณ์หรือความรู้สึกของผู้ส่งสารที่ปรากฏในสารที่ส่งออกมา ได้แก่ ความชื่นชม ขุ่นเคือง เบิกบาน หรือโศกเศร้า
[แก้ไข] กระบวนการคิดในการย่อความ
มีลำดับขั้นตอนที่สำคัญ ดังนี้
- คิดวิเคราะห์เรื่องที่นำมาย่อ ว่าเป็นงานเขียนชนิดใด เช่นบทความ นิยาย นิทาน เรื่องสั้น บทร้อยกรอง
- คิดวิเคราะห์เกี่ยวกับรายละเอียดของเนื้อหาตามประเภทของงานเขียนต่าง ๆ เช่น ถ้าเป็นบทความต้องแยกแยะว่าตอนใดแสดงข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น หรือแสดงอารมณ์
- ตีความว่าผู้เขียนมีจุดประสงค์อะไรในการเขียนหรือพูด หรือวิเคราะห์สารที่ส่งออกมา
- พิจารณาหาใจความสำคัญ พลความ ซึ่งอาจดูจากประโยคที่เป็นข้อความรู้หรือข้อคิดเห็นที่ปรากฏในงานเขียนนั้น
[แก้ไข] ข้อควรปฏิบัติในการย่อความ
- ต้องเขียนให้ถูกต้องตามรูปแบบการย่อความ
- อ่านเนื้อเรื่องให้เข้าใจตลอดทั้งเรื่อง และทำความเข้าใจเนื้อเรื่อง ไม่ใช้วิธีอ่านไปขีดเส้นใต้ไป แล้วนำเอาข้อความที่ขีดเส้นใต้มาเขียนเรียงต่อกันให้เป็นเรื่อง ควรทราบว่าผู้แต่งต้องการเสนออะไรหรือต้องการเน้นเรื่องใดเป็นสำคัญ อีกทั้งต้องทำความเข้าใจศัพท์สำนวน โวหารในเรื่องอีกด้วย
- เก็บใจความสำคัญของเรื่อง ตัดพลความหรือข้อความที่เป็นส่วนขยายออกไป
- การย่อความเป็นเสมือนการเล่าเรื่องให้ผู้อื่นฟัง ต้องยึดหลักว่าใจความสำคัญนั้นคือใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร และอย่างไร
- ในการย่อความไม่นิยมใช้สรรพนามบุรุษที่ ๑, ๒ ใช้เฉพาะสรรพนามบุรุษที่ ๓ หรือระบุชื่อผู้เกี่ยวข้องโดยตรง และจะไม่ยกข้อความที่เขียนในเครื่องหมายคำพูด(อัญประกาศ) “..........” มาเขียนในย่อความ
- ถ้าเป็นบทร้อยกรองต้องอ่านแล้วสรุปเนื้อหาด้วยข้อความที่เป็นร้อยแก้ว
- การเขียนย่อความนิยมการย่อหน้าตามรูปแบบการย่อความที่กำหนด
- ถ้าคำเดิมเป็นคำราชาศัพท์ให้คงไว้
- เรื่องที่จะย่อถ้าไม่มีชื่อเรื่องผู้ย่อต้องตั้งชื่อเรื่องเอง
[แก้ไข] วิธีการฝึกเขียนย่อความ
- อ่านเรื่องที่ต้องการย่ออย่างละเอียด ด้วยความเป็นกลางหลายๆรอบ ว่าผู้เขียนต้องการเน้นหรือเสนอเรื่องอะไร มีความสำคัญอะไรบ้าง
- อ่านพิจารณา จับใจความสำคัญออกมาบันทึกด้วยภาษาที่รัดกุม
- นำใจความทั้งหมดมาเรียบเรียงใหม่ ให้เนื้อความสำคัญกันตามลำดับโดยใช้ประโยคสั้นๆ ความหมายชัดเจน
- ทบทวนข้อความเรียบเรียงอีกครั้ง ดูความบกพร่องอย่างถี่ถ้วนว่า ความหมายของเรื่องตกไปหรือเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่
[แก้ไข] รูปแบบการย่อความ
มีดังนี้
1. ถ้าเรื่องที่จะย่อเป็น บทความ นิทาน นิยาย ตำนาน ประวัติ คำประพันธ์ให้บอกประเภท ชื่อเรื่อง ที่มาของเรื่อง ถ้าเดิมไม่มีชื่อเรื่องต้องตั้งขึ้นเอง แบบขึ้นต้นย่อความดังกล่าวข้างต้นมีรูปแบบขึ้นต้นดังนี้
- บทความเรื่อง……………………………......................................................
- (ใครเป็นผู้แต่ง) ของ..........................................................................
- (จากหนังสืออะไร หน้าเท่าไร) จาก.......................................................
- มีความว่า……....................................................................................
2. ถ้าเรื่องที่จะย่อเป็น จดหมาย หรือ หนังสือราชการ ขึ้นต้น ดังนี้
- จดหมาย, หนังสือราชการ ของใคร ถึงใคร ลงเลขที่เท่าไร........................
- เรื่อง................................................................................................
- วัน เดือน ปี ......................................................................................
- มีความว่า……....................................................................................
3. ถ้าเป็นจดหมายตอบรับ ขึ้นต้นดังนี้
- ย่อจดหมายของใคร ถึงใคร ลงเลขที่เท่าไร (ถ้าเป็นจดหมายราชการ)
- เรื่องอะไร ........................................................................................
- วัน เดือน ปี อะไร ..............................................................................
- ความฉบับแรกว่าอะไร ........................................................................
- ใครตอบเมื่อไร ..................................................................................
- มีความว่า….......................................................................................
4. ถ้าเรื่องที่จะย่อเป็น พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท โอวาท ปาฐกถาสุนทรพจน์ คำปราศรัย คำเทศนา ขึ้นต้นดังนี้
- พระราชดำรัส ของ............................................................................
- ล่าว (แสดง,ให้,พระราชทาน…..ฯลฯ) แก่...............................................
- เรื่องอะไร (ถ้ามี)
- เนื่องในงานอะไร(ถ้ามี)
- ณ ที่ใด ...........................................................................................
- เมื่อไร .............................................................................................
- ถ้าย่อจากหนังสือ ให้บอก วัน เดือน ปี ปีที่พิมพ์ และหน้า ...........................
- มีความว่า……....................................................................................
[แก้ไข] ประโยชน์ของการย่อความ
- สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน บางครั้งเราใช้ประโยชน์ในส่วนนี้โดยไม่รู้ตัว การย่อความนั้นมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลทุกฝ่าย ทุกอาชีพ ทุกวัย
- ช่วยให้การอ่านการฟังได้ผลดียิ่งขึ้น ช่วยให้เข้าใจและจดจำข้อความที่สำคัญที่ได้อ่านหรือฟังได้สะดวกรวดเร็ว
- ช่วยในการจดบันทึก เมื่อได้ฟังหรือศึกษาวิชาใด รู้จักจดข้อความที่สำคัญลงในสมุดได้ทันเวลาและได้เรื่องราว ตลอดจนการฝึกหัดในการใช้ภาษาการเขียน ให้กระชับ รู้จักแยกแยะใจความสำคัญที่เป็นแก่นของเรื่อง คือจะกล่าวแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเท่านั้น
- ช่วยเตือนความจำนักเรียนอ่านหนังสือแล้วทำบทย่อเป็นตอนๆ จะช่วยให้ไม่ต้องอ่านหนังสือซ้ำ
- ช่วยประหยัดเงินในการเขียนข้อความในโทรเลขถ้ารู้จักย่อความ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- แหล่งรวมความรู้เพื่อคนไทย
- โรงเรียนกัลยาณี
- โรงเรียนเชียงม่วนวิทยาคม
- หนังสือหลักการใช้ภาษาไทย ช่วงชั้นที่ ๓, เสนีย์ วิลาวรรณ, สุระ ดามาพงษ์, ชัยวัฒน์ สีแก้ว











