Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
[แก้ไข] ร่างพระราชบัญญัติการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์พ.ศ. ....
เนื่องจากเป็นที่ยอมรับโดยสากลว่าการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ อันได้แก่ งานวิจัย งานทดสอบ งานผลิตชีววัตถุ หรืองานสอน ที่กระทำต่อสัตว์ รวมถึงการดัดแปลงพันธุกรรมสัตว์ การทำสำเนาสัตว์ เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อการสร้างองค์ความรู้และทักษะ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์และสัตว์ ในขณะเดียวกัน การเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์นั้นต้องยึดหลักคุณธรรม หลักจรรยาบรรณ ต้องคำนึงถึงสิทธิและสวัสดิภาพสัตว์ ไม่นำสัตว์มาใช้ในงานทางวิทยาศาสตร์อย่างพร่ำเพรื่อโดยไม่มีเหตุผลจำเป็น และต้องไม่ทำให้สัตว์ได้รับความเจ็บปวดทรมาน หรือพิการ และยังต้องคำนึงถึงสุขภาพของสัตว์ สุขภาพของผู้เลี้ยงสัตว์และผู้ใช้สัตว์ การแพร่กระจายของเชื้อโรคและสารพิษที่นำมาใช้กับสัตว์ และมลพิษซึ่งเกิดจากการเลี้ยงสัตว์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชน และสภาพแวดล้อมภายนอกบริเวณเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดัดแปลงสารพันธุกรรมสัตว์ และการทำสำเนาสัตว์ด้วย
หากมีการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์โดยไม่จัดการเลี้ยงและการใช้สัตว์ให้สัตว์ได้อยู่ดี กินดี มีสุขภาพดี และยึดถือตามหลักวิชาการแล้ว นอกจากจะเป็นผลเสียต่อสุขภาพของสัตว์ และอาจทำให้สัตว์เจ็บปวด หรือพิการ เป็นผลเสียต่อสุขภาพของบุคลากรผู้เลี้ยงและผู้ใช้สัตว์ เกิดการระบาดของโรค เกิดการแพร่กระจายของสารพิษ เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และการค้าระหว่างประเทศ และยังส่งผลกระทบต่อความแม่นยำของผลงานและคุณภาพของผลผลิตอีกด้วย นอกจากนี้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปมาก เช่น ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการตัดแต่งสารพันธุกรรมของสัตว์ การทำสำเนาสัตว์ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้อาจทำให้สัตว์ที่เกิดขึ้นใหม่พิการ หรือได้รับความทุกข์ทรมานหรือมีพฤติกรรมที่ปรวนแปรเป็นอันตรายต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการกำกับดูแลที่ชัดเจน
ดังนั้น การกำกับดูแลการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยให้สอดคล้องกับจรรยาบรรณและกฎหมายจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ เพื่อความก้าวหน้าทางวิชาการและคุณภาพของผลผลิตที่แข่งขันได้กับนานาชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศคู่ค้าในเวทีโลกนำมาใช้เป็นสาเหตุของการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต และเพื่อความปลอดภัยของชีวิตมนุษย์และสัตว์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรให้มีพระราชบัญญัติการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. ....
พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. .... บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภาดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. ....”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
“สัตว์” หมายความว่า สิ่งมีชีวิตที่มีกระดูกสันหลังที่ไม่ใช่มนุษย์ และสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้หมายความรวมถึงตัวอ่อนของสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นหลังจากไข่ได้รับการผสมกับเชื้ออสุจิ หรือเกิดจากการทำสำเนาสัตว์ (cloning) จนผ่านระยะเวลาที่มีการเจริญเติบโตจนถึงครึ่งหนึ่งของระยะเวลาการตั้งท้องหรือการฟักตัวของไข่ แล้วแต่ชนิดของสัตว์ ยกเว้นไข่ที่ได้รับการผสมแล้ว แต่ยังไม่เป็นตัวอ่อน
“สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์” หมายความว่า สัตว์ที่เพาะ ขยายพันธุ์ เลี้ยง หรือใช้เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
“งานทางวิทยาศาสตร์” หมายความว่า งานวิจัย งานทดสอบ งานผลิตชีววัตถุ งานสอน หรืองานทดลองที่กระทำต่อสัตว์ รวมถึงการดัดแปลงพันธุกรรมสัตว์ การทำสำเนาสัตว์
“การดัดแปลงพันธุกรรมสัตว์” หมายความว่า การกระทำใดๆ ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรหัสสารพันธุกรรมในเซลล์ของสัตว์
“การทำสำเนาสัตว์ (cloning)” หมายความว่า การกระทำใดๆ ที่ทำให้เซลล์ของสัตว์ ซึ่งไม่ใช่เซลล์สืบพันธุ์พัฒนาเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นตัวอ่อนหรือเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของอวัยวะต่อไป โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงรหัสพันธุกรรมไปจากเดิม
“การทารุณกรรม” หมายความว่า การกระทำการหรืองดเว้นกระทำการ ที่ทำให้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ได้รับความทุกข์ทรมาน
“ความทุกข์ทรมาน” หมายความว่า ผลที่เกิดขึ้นต่อร่างกาย หรือจิตใจของสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าโดยทางตรง หรือโดยทางอ้อม ทำให้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ได้รับความเครียด ความเจ็บปวด ความกลัว หรือทุพพลภาพ
“การจัดสวัสดิภาพสัตว์” หมายความว่า การจัดการให้สัตว์ได้รับการดูแลให้อยู่ดี กินดี มีสุขภาพดีเหมาะสมตามความจำเป็นกับชนิดและสายพันธุ์ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
“จรรยาบรรณ” หมายความว่า จรรยาบรรณการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
“หน่วยงาน” หมายความว่า หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนที่มีการเลี้ยง การใช้ การผลิต และ/หรือ บริการสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อพัฒนาการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
“คณะกรรมการกลาง” หมายความว่า คณะกรรมการกลางเพื่อกำกับดูแลการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานพัฒนาการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
“ผู้อนุญาต” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกกฎกระทรวง รวมถึงกฎกระทรวงยกเว้นและกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ ออกระเบียบ ออกประกาศ และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๕ กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
มาตรา ๖ ให้มีคณะกรรมการ เรียกว่า “คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อพัฒนาการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์” ประกอบด้วย รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติเป็นประธาน ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณหรือผู้แทน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือผู้แทน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขหรือผู้แทน ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือผู้แทน ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหรือผู้แทน ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือผู้แทน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาหรือผู้แทน และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคนแต่ไม่เกินสิบเอ็ดคนซึ่งแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี และเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ให้เลขานุการคณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการเพิ่มตามจำนวนที่เห็นสมควร
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งให้แต่งตั้งจากสมาคมหรือมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับงานทางวิทยาศาสตร์ สัตว์ทดลอง หรือการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์สามคน และผู้แทนจากภาคธุรกิจเอกชนสามคน
คุณสมบัติผู้ทรงคุณวุฒิ และวิธีการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๗ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
มาตรา ๘ ในระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ให้คณะกรรมการชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่รักษาการจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่
มาตรา ๙ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ตามมาตรา ๗ แล้ว กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
- (๑) ตาย
- (๒) ลาออก
- (๓) เป็นบุคคลล้มละลาย
- (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
- (๕) ขาดการประชุมสองครั้งติดต่อกันโดยไม่แจ้ง
- (๖) ได้รับโทษโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
- (๗) คณะรัฐมนตรีให้ออก
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการเหลือไม่เกินเก้าสิบวันจะไม่แต่งตั้งก็ได้ และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน มีวาระเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของ ผู้ซึ่งตนดำรงตำแหน่งแทน
มาตรา ๑๐ คณะกรรมการต้องประชุมอย่างน้อยปีละสองครั้งการประชุมของคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
มาตรา ๑๑ การประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่แทนการวินิจฉัยชี้ขาดในที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ในกรณีกรรมการเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องใด กรรมการผู้นั้นต้องแจ้งให้ประธานรับทราบ ห้ามมิให้กรรมการผู้นั้นลงคะแนนเสียงในเรื่องนั้น
มาตรา ๑๒ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดนโยบายการดำเนินงานพัฒนาการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
(๒) ให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับการออกกฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
(๓) กำหนดนโยบายในการให้ข้อมูลข่าวสารแก่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการพัฒนาการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ และนโยบายการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ผู้เลี้ยง ผู้ใช้ และหน่วยงานที่เลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้
(๔) ให้ข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีด้านงบประมาณเพื่อดำเนินการตามนโยบายที่กำหนด
(๕) ให้ข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติ การเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
(๖) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
มาตรา ๑๓ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้
การประชุมของคณะอนุกรรมการ หรือ คณะทำงาน ให้นำมาตรา ๑๐ วรรคสองและมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๑๔ ให้มีคณะกรรมการกลาง เรียกว่า “คณะกรรมการกลางเพื่อกำกับดูแลการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์” ประกอบด้วย เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติเป็นประธาน ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณหรือผู้แทน อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์หรือผู้แทน เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาหรือผู้แทน อธิบดีกรมปศุสัตว์หรือผู้แทน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาหรือผู้แทน อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชหรือผู้แทน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติหรือผู้แทน และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคน แต่ไม่เกินสิบเอ็ดคน ซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐมนตรี และผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ เป็นกรรมการและเลขานุการ
ให้เลขานุการคณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการเพิ่มตามจำนวนที่เห็นสมควร
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง ให้แต่งตั้งจากสมาคมหรือมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับงานทางวิทยาศาสตร์ สัตว์ทดลอง หรือการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์สามคน และผู้แทนจากภาคธุรกิจเอกชนสามคน
คุณสมบัติผู้ทรงคุณวุฒิ และวิธีการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๕ วาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการกลางให้นำมาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ ยกเว้น มาตรา ๙ (๗) และมาตรา ๙ วรรคสอง ให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีมาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๑๖ การประชุมของคณะกรรมการกลางให้นำมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๑๗ ให้คณะกรรมการกลางมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ให้เป็นไปตามมาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และสอดคล้องกับจรรยาบรรณ
(๒) กำหนดจรรยาบรรณและแนวทางปฏิบัติเพื่อให้ผู้เลี้ยง ผู้ใช้ และหน่วยงานที่เลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ยึดถือเป็นหลักในการปฏิบัติ
(๓) เสนอต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับการออกกฎกระทรวง ประกาศ หรือระเบียบ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
(๔) พิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของผู้อนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
(๕) พิจารณารายงานที่สำนักงานพัฒนาการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์เสนอตามมาตรา ๒๒
(๖) กำกับดูแลการดำเนินงานของสำนักงานฯ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
(๗) กำหนดวิธีการปฏิบัติในการให้ข้อมูลข่าวสารแก่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการพัฒนาการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ และกำหนดแนวทางการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ผู้เลี้ยง ผู้ใช้สัตว์ และหน่วยงานที่เลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ปฏิบัติได้ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้
(๘) กำหนดคุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญและแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
(๙) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกลาง หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
มาตรา ๑๘ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้คณะกรรมการกลางมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อปฏิบัติตามที่คณะกรรมการกลางมอบหมายได้
การประชุมของคณะอนุกรรมการ หรือ คณะทำงานให้นำมาตรา ๑๐ วรรคสอง และมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๑๙ ให้มีสำนักงานเรียกว่า “สำนักงานพัฒนาการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์” ขึ้นในสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ โดยมีผู้อำนวยการสำนักงาน เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบการปฏิบัติราชการของสำนักงาน
ให้สำนักงานมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) ปฏิบัติงานธุรการและเลขานุการของคณะกรรมการ คณะกรรมการกลาง อนุกรรมการ และคณะทำงาน เพื่อการบริหารจัดการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
(๒) ดำเนินการออกใบอนุญาต ต่อใบอนุญาต พักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
(๓) ดำเนินการอนุญาตให้มีการนำเข้า นำออก หรือนำผ่าน ตามพระราชบัญญัตินี้
(๔) ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ
(๕) ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนางานทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง
(๖) จัดทำฐานข้อมูล การประชาสัมพันธ์ การฝึกอบรม การสร้างเครือข่าย และดำเนินงานพัฒนาอย่างครบวงจร ในกิจการงานที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัตินี้
(๗) กำกับดูแลการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ให้สอดคล้องกับจรรยาบรรณการใช้สัตว์และพระราชบัญญัตินี้
(๘) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน หรือตามที่คณะกรรมการ หรือคณะกรรมการกลางมอบหมาย
มาตรา ๒๐ ผู้ใดดำเนินการดังต่อไปนี้ ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
- (๑) การเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
- (๒) การขนส่งและเคลื่อนย้ายสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
- (๓) การทำให้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ตายอย่างสงบ
(๔) การเก็บรักษาซากสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
- (๕) การกำจัดและการทำลายซากสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ขยะและ
สิ่งปฏิกูล
การดำเนินการตาม (๑) (๒) และ (๓) ต้องมีการจัดสวัสดิภาพสัตว์และไม่เป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่จำเป็น
ผู้ดำเนินการตาม (๒) ต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงาน ตามระเบียบและวิธีการที่สำนักงานกำหนด
มาตรา ๒๑ ผู้ใดประสงค์จะทำการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ การสืบสายพันธุ์ พัฒนาสายพันธุ์ ดัดแปลงสายพันธุ์ เพาะขยายพันธุ์และบริการสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ต้องมีใบอนุญาต และต้องมีการจัดสวัสดิภาพสัตว์และไม่เป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่จำเป็น
ใบอนุญาตในการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ มีดังต่อไปนี้
- (๑) ใบอนุญาตสถานที่เลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
- (๒) ใบอนุญาตสืบสายพันธุ์ พัฒนาสายพันธุ์ ดัดแปลงสายพันธุ์ เพาะขยายพันธุ์และบริการสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
- (๓) ใบอนุญาตผู้ใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
- (๔) ใบอนุญาตผู้เลี้ยงสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
- (๕) ใบอนุญาตประเภทอื่นและอายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ใบอนุญาตตามวรรคสอง (๑) (๒) (๓) และ (๔) ให้มีอายุสามปี นับแต่วันออกใบอนุญาต
ใบอนุญาตตามวรรคสอง (๑) ให้หมายความรวมถึง สถานที่เลี้ยงหรือใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์อย่างใดอย่างหนึ่งด้วย
แบบคำขอและใบอนุญาตตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามความเห็นชอบของคณะกรรมการ
มาตรา ๒๒ ผู้ได้รับใบอนุญาตสถานที่เลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ตามมาตรา ๒๑ (๑) ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาโครงการ และกำกับดูแลการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ให้สอดคล้องกับจรรยาบรรณการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
คุณสมบัติ องค์ประกอบและจำนวน ของคณะกรรมการกำกับดูแลการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ และการพิจารณา การกำกับดูแลการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ที่กำหนดในกฎกระทรวง
ให้คณะกรรมการกำกับดูแลการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ มีหน้าที่จัดทำรายงานการประชุมประจำเดือน ส่งให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง
ผู้ได้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดส่งรายงานการประชุมประจำเดือนของคณะกรรมการกำกับดูแลการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ และรายงานข้อมูลการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ให้สำนักงานเป็นประจำทุกหกเดือนเพื่อรายงานให้คณะกรรมการกลางทราบ
มาตรา ๒๓ ผู้ได้รับใบอนุญาตใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ต้องเสนอโครงการให้คณะกรรมการกำกับดูแลการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนจึงจะดำเนินการได้
มาตรา ๒๔ ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๑ รายใดประสงค์จะทำการดัดแปลงพันธุกรรม การทำสำเนาสัตว์ หรืออวัยวะใดๆ ของสัตว์ ต้องเสนอโครงการที่ผ่านการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับดูแลการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ให้แก่คณะกรรมการกลางพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนจึงดำเนินการได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
ให้ผู้เสนอโครงการตามวรรคหนึ่ง ต้องรายงานการดำเนินงานตามโครงการ ให้คณะกรรมการกลางทราบทุกหกเดือน
มาตรา ๒๕ ผู้ใดประสงค์จะขอรับใบอนุญาตในการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ตามมาตรา ๒๑ ต้องขอรับใบอนุญาต จากผู้อนุญาต
คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต การขออนุญาต และการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่กำหนดในกฎกระทรวง
ทั้งนี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตตามวรรคสอง ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๒๖ การพิจารณาคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้อนุญาตจะต้องดำเนินการพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันได้รับคำขออนุญาตซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องและครบถ้วน และถ้ามิได้แจ้งผลการพิจารณาคำขอให้ ผู้ยื่นคำขอทราบภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้อนุญาตมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอ และผู้อนุญาตต้องออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขอนั้น
ในกรณีมีเหตุจำเป็น ผู้อนุญาตไม่อาจออกใบอนุญาต หรือยังไม่อาจมีคำสั่งไม่อนุญาตได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ขยายเวลาได้อีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสามสิบวัน โดยต้องมีหนังสือแจ้งการขยายเวลาและเหตุจำเป็นแต่ละครั้งให้ผู้ขออนุญาตทราบ ก่อนสิ้นกำหนดตามวรรคหนึ่ง หรือตามที่ได้ขยายเวลาไว้นั้นแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
ใบอนุญาตใช้ได้เฉพาะผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น
ในกรณีที่ผู้อนุญาตไม่อนุญาตตามมาตรา ๒๑ ให้แจ้งคำสั่งไม่อนุญาตเป็นหนังสือ พร้อมแจ้งสิทธิการอุทธรณ์ให้แก่ผู้ขออนุญาตทราบ ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันมีคำสั่งไม่อนุญาต
มาตรา ๒๗ ถ้าผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้วจะประกอบกิจการต่อไปก็ได้ จนกว่าผู้มีอำนาจอนุญาตจะสั่งไม่ต่อใบอนุญาต
การต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๒๘ ในกรณีที่ผู้อนุญาตไม่ออกใบอนุญาตตามมาตรา ๒๑ หรือ ไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ตามมาตรา ๒๗ ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตแล้วแต่กรณี มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการกลางภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตหรือไม่ต่ออายุใบอนุญาตให้ แล้วแต่กรณี
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกลางให้เป็นที่สุด
มาตรา ๒๙ ผู้ใดประสงค์จะให้มีการดำเนินการเกี่ยวกับการขออนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้นอกสถานที่ทำการโดยปกติ ในวันหยุดราชการ หรือนอกเวลาราชการ ให้ผู้นั้นรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายเนื่องในการปฏิบัติงานดังกล่าวตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
การจ่ายค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายเนื่องในการปฏิบัติงานให้แก่ผู้ปฏิบัติงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่เลขาธิการกำหนด
มาตรา ๓๐ เมื่อปรากฏว่าผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๑ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือฝ่าฝืนข้อกำหนด หลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้อนุญาตหรือผู้ที่ผู้อนุญาตมอบหมาย ตักเตือนเป็นหนังสือพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ปฏิบัติ หากผู้ได้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ครั้งละไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตมาแล้วและได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้อีกภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต ให้ผู้อนุญาตหรือผู้ที่ผู้อนุญาตมอบหมาย มีคำสั่งตักเตือนเป็นหนังสือพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ปฏิบัติ หากไม่ปฏิบัติภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ผู้อนุญาตหรือผู้ที่ผู้อนุญาตมอบหมายมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรืออยู่ในระหว่างรอการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกลาง ห้ามมิให้ผู้ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ดำเนินการหรือประกอบการตามใบอนุญาต และให้ผู้รับใบอนุญาตต้องรับผิดชอบดูแลสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ หรือให้ผู้อนุญาตมอบหมายให้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องอยู่ในความดูแลของผู้ที่เหมาะสมเป็นการชั่วคราว โดยผู้รับใบอนุญาตต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย
มาตรา ๓๑ ผู้รับใบอนุญาตอาจอุทธรณ์คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตต่อคณะกรรมการกลางภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกลางให้เป็นที่สุด
มาตรา ๓๒ ผู้ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตอาจยื่นคำขอรับใบอนุญาตใหม่ได้เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาสามปีนับแต่วันถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นครั้งที่สอง ให้ถือว่าขาดคุณสมบัติ
มาตรา ๓๓ ผู้ใดประสงค์จะนำเข้า นำออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ซากสัตว์ หรือสิ่งใดๆ ที่ออกจากตัวสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ หรือชิ้นส่วนของสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ให้ขอรับใบอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้อนุญาต
การนำเข้า นำออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรตามวรรคหนึ่ง ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
แบบคำขอและใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามความเห็นชอบของคณะกรรมการ
มาตรา ๓๔ ผู้ใดประสงค์จะนำเข้า นำออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ซากสัตว์หรือสิ่งใดๆ ที่ออกจากตัวสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ หรือชิ้นส่วนของสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ให้นำเข้า นำออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรตามด่านที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
มาตรา ๓๕ ในการออกใบอนุญาต ต่ออายุใบอนุญาต หรือออกใบแทนใบอนุญาต ให้ผู้อนุญาตเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งไม่เกินอัตราที่กำหนดท้ายพระราชบัญญัตินี้ เมื่อผู้อนุญาตได้พิจารณาคำขอรับ ใบอนุญาตหรือต่ออายุใบอนุญาตแล้วเห็นว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดแล้ว ให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอใบอนุญาต เมื่อผู้ขอใบอนุญาตได้ชำระค่าธรรมเนียมแล้ว
มาตรา ๓๖ ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากใบอนุญาตตามหมวด ๕ และการขออนุญาตตามหมวด ๖ ให้หักไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการเพื่อการออกใบอนุญาต และการตรวจหรือควบคุมการนำสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ซากสัตว์หรือสิ่งใดๆ ที่ออกจากตัวสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ หรือชิ้นส่วนของสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์เข้า ออก หรือผ่านราชอาณาจักรเป็นจำนวนไม่เกินร้อยละห้าสิบของเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าว ส่วนที่เหลือให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ทั้งนี้ ตามระเบียบที่เลขาธิการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
มาตรา ๓๗ ในการปฏิบัติหน้าที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) เข้าไปในสถานที่เลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ในเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบหรือควบคุมให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
(๒) เข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใดๆ ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า จะมีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจค้นเอกสาร หรือสัตว์ หรือวัตถุใดๆที่อาจใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินการกระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ประกอบกับกรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ เอกสารหรือวัตถุดังกล่าวจะถูกยักย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม
(๓) ยึด อายัดเอกสาร สัตว์ หรือวัตถุใดๆ ที่อาจใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
(๔) ออกหนังสือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าของสถานที่ ยานพาหนะ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
มาตรา ๓๘ เมื่อมีการยึด อายัดสัตว์ที่อาจใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้เป็นเจ้าของสัตว์รับผิดชอบเลี้ยงดูแลสัตว์นั้น หรือมอบให้ผู้อื่นดูแล จนกว่าจะสิ้นสุดการพิจารณาคดี
ทั้งนี้ในการดูแลสัตว์นั้นให้กระทำตามความเหมาะสมและความจำเป็น หากจำต้องทำให้สัตว์นั้นตาย ให้ปฏิบัติตามมาตรา ๒๐
ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง และวรรคสอง ให้ผู้เป็นเจ้าของสัตว์รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นจนสิ้นสุดการพิจารณาคดี
มาตรา ๓๙ ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัว
บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามความเห็นชอบของคณะกรรมการ
ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องเข้าปฏิบัติหน้าที่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้เชี่ยวชาญที่คณะกรรมการกลางแต่งตั้งขึ้น และต้องจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการกลางภายในหนึ่งสัปดาห์
มาตรา ๔๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๔๑ ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๑ ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงตามมาตรา ๒๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงตามมาตรา ๒๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๔๒ ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่มาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง(๔) หรือไม่อำนวยความสะดวกตามมาตรา ๓๗ วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกิน สองหมื่นห้าพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๔๓ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๒ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๒๕ วรรคสาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๔๔ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๓๐ วรรคสาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๔๕ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๔๖ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๒ วรรคสี่ หรือมาตรา ๒๔ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
มาตรา ๔๗ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งต้องรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้เป็นนิติบุคคล กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคล หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำนั้นตนมิได้มีส่วนรู้เห็นหรือยินยอมด้วย
มาตรา ๔๘ ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือโทษปรับสถานเดียว ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้อนุญาตมีอำนาจเปรียบเทียบคดีได้ และเมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายในสิบห้าวันแล้ว ให้คดีอาญาเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
การเปรียบเทียบคดีตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๔๙ ผู้ใดดำเนินการตามมาตรา ๒๑ อยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากประสงค์จะประกอบกิจการนั้นต่อไป ให้ยื่นขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๕ ภายใน๑๘๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และในระหว่างที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาต หรือยังไม่พ้นระยะเวลาให้ยื่นขอใบอนุญาต มิให้ถือว่าเป็นผู้ประกอบกิจการโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๕๐ ในระหว่างที่ยังไม่มีจรรยาบรรณตามมาตรา ๑๗ (๒) ออกมาใช้บังคับ ให้ผู้รับใบอนุญาตตามพ.ร.บ.นี้ หรือผู้ประกอบกิจการที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๔๙ ปฏิบัติตาม จรรยาบรรณการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ที่ออกโดยสภาวิจัยแห่งชาติ
มาตรา ๕๑ ในวาระเริ่มแรกที่ยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ และคณะกรรมการกลาง ให้คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อพัฒนางานเลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานวิจัย งานทดสอบ งานผลิตชีววัตถุ และงานสอน ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการและคณะกรรมการกลางตามพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ และคณะกรรมการกลาง
มาตรา ๕๒ ในวาระเริ่มแรกที่ยังไม่มีการกำหนดให้มี สำนักงานพัฒนาการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ไว้ในโครงสร้างของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ให้สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่สำนักงานและให้แต่งตั้งบุคคลปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีการกำหนดให้มีสำนักงานพัฒนาการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ไว้ในโครงสร้างของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
นายกรัฐมนตรี
อัตราค่าธรรมเนียมการขอใบอนุญาตในการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
- (๑) ใบอนุญาตสถานที่เลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ๓๐,๐๐๐.๐๐ บาท
- (๒) ใบอนุญาตสืบสายพันธุ์ พัฒนาสายพันธุ์
- ดัดแปลงสายพันธุ์ เพาะขยายพันธุ์
- และบริการสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ๒๐,๐๐๐.๐๐ บาท
- (๓) ใบอนุญาตผู้ใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ๒,๐๐๐.๐๐ บาท
- (๔) ใบอนุญาตผู้เลี้ยงสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ๑,๐๐๐.๐๐ บาท
- (๕) ใบอนุญาตนำเข้า นำออก หรือนำผ่าน
- สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ซากหรือสิ่งที่
- ออกจากตัวสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
- หรือชิ้นส่วนของสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ๑,๐๐๐.๐๐ บาท
- (๖) ใบแทนใบอนุญาต ๕๐๐.๐๐ บาท
- (๗) ใบอนุญาตประเภทอื่นตามที่กำหนด
- ในกฎกระทรวง ๑๐,๐๐๐.๐๐ บาท
ขอขอบคุณข้อมูลจาก











