Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
[แก้ไข] ร่างพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. ....
[แก้ไข] หลักการและเหตุผล
หลักการ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการ การควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ เหตุผล เนื่องจากการที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก จึงต้องมีพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตามความตกลงต่างๆ โดยเฉพาะมาตรการสุขอนามัยและความปลอดภัยด้านอาหารภายใต้ความตกลง SPS ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามความตกลงดังกล่าว กระบวนการผลิตเนื้อสัตว์ ตั้งแต่ฟาร์มจนไปสู่โต๊ะอาหาร (From Farm to Table) จะต้องมีความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Safety) อันเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนชาวไทยควรได้บริโภคเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับเนื้อสัตว์ที่ส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ดังนั้นการที่จะให้ประชาชนได้บริโภคเนื้อสัตว์ที่ถูกสุขอนามัยจำเป็นต้องมีระบบการควบคุมตรวจสอบคุณภาพ ในกระบวนการฆ่าสัตว์เพื่อจำหน่ายเพื่อให้ได้มาตรฐานยิ่งขึ้น จึงจำต้องตราพระราชบัญญัตินี้
[แก้ไข] สาระสำคัญ
[แก้ไข] ร่างพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. ....
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. .....”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนดหกสิบวัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2535
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
“สัตว์” หมายความว่า โค กระบือ แพะ แกะ สุกร ไก่ เป็ด ห่าน และสัตว์อื่นตามที่กำหนด ในกฎกระทรวง
“เนื้อสัตว์” หมายความว่า เนื้อหรือส่วนอื่นของสัตว์ที่ตายแล้วซึ่งยังมิได้ปรุงแต่งให้เป็นอาหาร หรือมิได้ปรุงแต่งเพื่อให้คงอยู่ไม่เปื่อยเน่าทั้งนี้ไม่ว่าจะอยู่ในร่างแห่งสัตว์นั้นหรือชำแหละแล้ว
“โรงพักสัตว์” หมายความว่า สถานที่พักสัตว์หรือกักสัตว์ก่อนทำการฆ่า
“โรงฆ่าสัตว์” หมายความว่า สถานที่ที่กำหนดให้ทำการฆ่าสัตว์ตามพระราชบัญญัตินี้
“ การจำหน่ายเนื้อสัตว์” หมายความว่า การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อนำเนื้อสัตว์ออกเผยแพร่แก่ประชาชนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมปศุสัตว์
“เจ้าหน้าที่ตรวจโรคสัตว์” หมายความว่า สัตวแพทย์ซึ่งมีวุฒิไม่ต่ำกว่าสัตวแพทย์ประกาศนียบัตร หรือบุคคลอื่น ที่ผ่านการศึกษาและฝึกอบรมด้านการตรวจเนื้อจากในหรือนอกประเทศ ซึ่งสัตวแพทย์สภารับรองแล้ว ตามเงื่อนไขและวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง และได้รับแต่งตั้งจากกรมปศุสัตว์ ให้มีอำนาจหน้าที่ตรวจโรค ซึ่งมีในสัตว์หรือเนื้อสัตว์ตามพระราชบัญญัตินี้
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งอธิบดี แต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
“พนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า ผู้ซึ่งองค์กรปกครองพิเศษหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
“ผู้อนุญาต” หมายความว่า อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
“นายทะเบียน” หมายความว่า ผู้ซึ่งอธิบดีแต่งตั้งให้เป็นนายทะเบียน
“ผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ตั้งโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตรา ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ยกเว้นค่าธรรมเนียม และกำหนดกิจการอื่นกับออกประกาศ ทั้งนี้เพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงและประกาศนี้ เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
[แก้ไข] หมวด 1 คณะกรรมการควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์
มาตรา ๖ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์" ประกอบด้วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นกรรมการ และอธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นกรรมการและเลขานุการ
มาตรา ๗ ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) ให้คำแนะนำต่อรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ มาตรฐาน และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบกิจการโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ การฆ่าสัตว์และการจำหน่ายเนื้อสัตว์
(๒) ให้ความเห็นชอบในการออกประกาศหรือระเบียบตามพระราชบัญญัตินี้
(๓) พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา ๓๙
(๔) ให้คำแนะนำต่อรัฐมนตรีในการออกมาตรการอันเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ โรงฆ่าสัตว์สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรฐานของกฎหมาย
มาตรา ๘ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๙ ห้ามมิให้กรรมการหรือผู้แทน ผู้ที่มีส่วนได้เสียในเรื่องที่ประชุมเข้าร่วมและออกเสียงในที่ประชุม
มาตรา ๑๐ ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย และให้นำมาตรา ๘ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการ โดยอนุโลม
มาตรา ๑๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการมอบหมายมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุ ใด ๆ มาเพื่อประกอบการพิจารณาได้
มาตรา ๑๒ เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลการตั้งโรงฆ่าสัตว์โรงพักสัตว์ และการประกอบกิจการฆ่าสัตว์ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงตามคำแนะนำของคณะกรรมการ ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดชนิดและประเภทของสัตว์
(๒) กำหนดมาตรฐานโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์
(๓) กำหนดที่ตั้ง เนื้อที่ แผนผัง และหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างและสุขลักษณะของโรงฆ่าสัตว์ และโรงพักสัตว์
(๔) กำหนดวัน เวลาเปิดและปิดโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์
(๕) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและมาตรฐานการฆ่าสัตว์ที่ถูกสุขลักษณะ
(๖) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเพื่อให้ผู้ประกอบกิจการปฏิบัติเกี่ยวกับการดูแลรักษาความสะอาดเรียบร้อยภายในโรงฆ่าสัตว์ และโรงพักสัตว์ ให้ถูกต้องตามสุขลักษณะและอนามัย การจัดให้มีการรวบรวมหรือกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล การระบายน้ำทิ้ง การระบายอากาศ การจัดให้มีการป้องกันมิให้เกิดเหตุรำคาญและป้องกันการระบาดของโรคติดต่อหรือโรคระบาดจากสัตว์
(๗) กำหนดมาตรการเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบกิจการสามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้
[แก้ไข] หมวด 2 การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตตั้งโรงฆ่าสัตว์และประกอบกิจการฆ่าสัตว์
มาตรา ๑๓ ห้ามมิให้ผู้ใดตั้งโรงฆ่าสัตว์และประกอบกิจการฆ่าสัตว์ เว้นแต่ได้รับอนุญาต จากผู้อนุญาต การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๔ ผู้ใดมีความประสงค์จะตั้งโรงฆ่าสัตว์และประกอบกิจการฆ่าสัตว์ ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
คำขอรับใบอนุญาตให้เป็นไปตามแบบที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศกำหนดใน ราชกิจจานุเบกษา แต่อย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้
(๑) วัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต
(๒) ชื่อและที่อยู่ของผู้ขอรับใบอนุญาต ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลต้องยื่นเอกสารหลักฐานหรือสำเนาแสดงการเป็นนิติบุคคลพร้อมกับคำขอด้วย
(๓) สถานที่ตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์
(๔) แบบมาตรฐานโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ตามที่กำหนดในมาตรา ๑๒(๑)
(๕) แบบรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๕ เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอตามมาตรา ๑๔ แล้ว ให้ตรวจสอบคำขอและเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่กำหนดในกฎกระทรวง แล้วทำความเห็นเสนอให้ผู้อนุญาตตรวจพิจารณาว่าผู้ขอรับใบอนุญาตได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือไม่ แล้วพิจารณาออกใบอนุญาตหรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในเวลาหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ
มาตรา ๑๖ เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้วผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ ณ ที่เปิดเผยและเห็นได้ง่ายในโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ของตน
มาตรา ๑๗ ใบอนุญาตตั้งโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ให้ใช้ได้สามปีนับแต่วันออกใบอนุญาต
มาตรา ๑๘ ถ้าผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอต่อใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่าหกสิบวัน การออกใบอนุญาตหรือไม่ออกใบอนุญาตจะต้องกระทำให้เสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ ซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องและครบถ้วน การขอต่ออายุใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ที่กำหนดในกฎกระทรวง
เมื่อได้ยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง ผู้ขอรับใบอนุญาตจะประกอบกิจการต่อไปก็ได้ จนกว่าผู้อนุญาตจะส่งใบอนุญาตได้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น
มาตรา ๑๙ ในกรณีที่ผู้อนุญาตมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ต่อใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งหนังสือแจ้งการไม่ออกใบอนุญาตหรือการไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต คำวินิจฉัยของคณะกรรมการถือเป็นที่สุด
ในกรณีที่ผู้อนุญาตไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตก่อนที่คณะกรรมการจะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ คณะกรรมการมีอำนาจสั่งอนุญาตให้ประกอบกิจการไปพลางก่อนได้เมื่อผู้อุทธรณ์ร้องขอ
มาตรา ๒๐ ในกรณีใบอนุญาตตั้งโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์สูญหาย บุบสลายหรือถูกทำลาย ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนต่อนายทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบการสูญหาย บุบสลายหรือถูกทำลาย
[แก้ไข] หมวด 3 การฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์
มาตรา ๒๑ ผู้ใดมีความประสงค์จะฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ให้แจ้งจำนวนสัตว์ที่จะฆ่าวันและเวลาที่จะดำเนินการฆ่าสัตว์ และชื่อของโรงฆ่าสัตว์ตามแบบที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษาต่อพนักงานท้องถิ่น และเสียอากรการฆ่าสัตว์ตามอัตราที่กำหนด ในกฎกระทรวง
เมื่อพนักงานท้องถิ่นได้รับแจ้งตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้พนักงานท้องถิ่นออกหลักฐานการรับแจ้งเป็นหนังสือให้แก่ผู้ที่ประสงค์จะฆ่าสัตว์ โดยกำหนดวันและเวลาในการฆ่าสัตว์ดังกล่าวตามแบบที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศกำหนด
มาตรา ๒๒ ให้ผู้ที่ประสงค์จะฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์นำสัตว์ไปยังโรงพักสัตว์ และจะต้องฆ่าสัตว์นั้นในโรงฆ่าสัตว์ตามวันและเวลาที่พนักงานท้องถิ่นกำหนดตามมาตรา ๒๑
มาตรา ๒๓ ห้ามมิให้ผู้ใดนำสัตว์ออกจากโรงพักสัตว์หรือโรงฆ่าสัตว์เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ตรวจโรคสัตว์
มาตรา ๒๔ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจโรคสัตว์มีเหตุควรสงสัยว่าสัตว์ที่จะฆ่านั้นเป็นโรคระบาด หรือเป็นโรคหรือมีลักษณะตามที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าไม่เหมาะสมที่จะใช้เนื้อสัตว์เช่นนั้นเป็นอาหาร ให้เจ้าหน้าที่ตรวจโรคสัตว์มีอำนาจสั่งงดการฆ่าสัตว์และแยกสัตว์นั้นไว้เพื่อตรวจพิสูจน์ได้
ถ้าภายหลังที่ได้ทำการตรวจพิสูจน์แล้วพบว่าสัตว์นั้นไม่เป็นโรคหรือมีความเหมาะสมที่จะใช้เนื้อของสัตว์นั้นเป็นอาหาร เจ้าหน้าที่ตรวจโรคสัตว์อาจมีคำสั่งให้ดำเนินการฆ่าสัตว์นั้นได้
ในกรณีที่ปรากฏว่าสัตว์ที่จะฆ่านั้นเป็นโรคระบาดหรือเป็นโรคหรือมีลักษณะตามที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าไม่เหมาะสมที่จะใช้เนื้อสัตว์เช่นนั้นเป็นอาหาร ให้เจ้าหน้าที่ตรวจโรคสัตว์แจ้งต่อพนักงานท้องถิ่นคืนเงินอากรและค่าธรรมเนียมสำหรับโรงฆ่าสัตว์ให้แก่ผู้ที่ประสงค์จะฆ่าสัตว์นั้น และกรณีที่เกิดโรคระบาดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าสัตว์ที่จะฆ่าเป็นโรคระบาด ให้เจ้าหน้าที่ตรวจโรคสัตว์แจ้งกรมปศุสัตว์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ต่อไป
มาตรา ๒๕ เมื่อได้ฆ่าสัตว์แล้วห้ามมิให้ผู้ใดนำเนื้อสัตว์ออกจากโรงฆ่าสัตว์ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตรวจโรคสัตว์จะรับรองให้จำหน่ายเนื้อสัตว์นั้นแล้ว โดยวิธีการรับรองให้ปฏิบัติตามวิธีการและเงื่อนไข ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
ในกรณีที่ปรากฏแก่เจ้าหน้าที่ตรวจโรคสัตว์ว่าเนื้อสัตว์ของสัตว์ที่ได้ฆ่าเป็นโรคและหรือมีลักษณะตามที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าไม่เหมาะสมที่จะใช้เนื้อสัตว์เช่นนั้นเป็นอาหาร ให้เจ้าหน้าที่ตรวจโรคสัตว์มีอำนาจทำลายเนื้อสัตว์นั้นเสียทั้งตัวหรือบางส่วน หรือจัดทำให้เป็นเนื้อสัตว์ที่ควรใช้เป็นอาหารเสียก่อนได้
มาตรา ๒๖ ผู้ใดประสงค์จะจำหน่ายเนื้อสัตว์ของสัตว์ที่ตายเองหรือที่มิได้ถูกฆ่าตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำเนื้อสัตว์ของสัตว์นั้นซึ่งอยู่ในสภาพที่ยังมิได้ชำแหละไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจโรคสัตว์ตรวจ หรือในกรณีมีเหตุสมควรจะขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจโรคสัตว์ไปตรวจเนื้อสัตว์นั้นก็ได้ ทั้งนี้ โดยเสียค่าธรรมเนียมต่อพนักงานท้องถิ่นตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจโรคสัตว์ได้ตรวจแล้วเห็นว่าเป็นเนื้อสัตว์ที่ควรใช้เป็นอาหารได้ ก็ให้เจ้าหน้าที่ตรวจโรคสัตว์รับรองให้จำหน่ายที่เนื้อสัตว์นั้นแล้วจึงให้จำหน่ายได้ โดยวิธีการรับรองให้ปฏิบัติตามวิธีการและเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจโรคสัตว์เห็นว่าเนื้อสัตว์นั้นไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นอาหาร ให้นำมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๒๗ ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งเนื้อสัตว์ที่ถูกฆ่าโดยมิได้มีการแจ้งตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง
มาตรา ๒๘ ห้ามมิให้ผู้ใดฆ่าสัตว์นอกโรงฆ่าสัตว์เพื่อจำหน่าย
[แก้ไข] หมวด 4 พนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา ๒๙ ในการปฏิบัติหน้าที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดังต่อไปนี้
(๑) เข้าไปในสถานที่ฆ่าสัตว์หรือยานพาหนะที่พนักงานเจ้าหน้าที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเป็นสถานที่ฆ่าสัตว์ หรือจำหน่ายเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
(๒) เข้าไปในสถานที่ประกอบการฆ่าสัตว์ โรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ ในระหว่างเวลาทำการเพื่อตรวจสอบและควบคุมให้การปฏิบัติการเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
(๓) เข้าไปในสถานที่ประกอบการฆ่าสัตว์ เพื่อตรวจสอบมาตรฐานและความสะอาดเรียบร้อยในโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ ตามมาตรา และมีอำนาจสั่งการเป็นหนังสือให้ผู้รับอนุญาต ผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์หรือผู้แทน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ทำการปรับปรุง แก้ไขมาตรฐานและความสะอาดเรียบร้อยให้ถูกสุขลักษณะ
(๔) เข้าไปในยานพาหนะเพื่อตรวจสอบมาตรฐานและความสะอาดเรียบร้อยในการขนส่งเนื้อสัตว์ไปยังสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์
(๕) เข้าไปในยานพาหนะเมื่อปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าจะได้ใช้ยานพาหนะนั้นในการขนส่งเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
(๖) มีหนังสือเรียกผู้รับอนุญาต ผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์หรือผู้แทน ผู้จำหน่ายเนื้อสัตว์หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือชี้แจงหรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อประโยชน์แก่การดำเนินคดี
(๗) ยึด อายัดเอกสารหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อเป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดี
มาตรา ๓๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๒๙ ให้ผู้รับอนุญาต ผู้ประกอบการฆ่าสัตว์ หรือผู้แทนผู้จำหน่ายเนื้อสัตว์หรือบุคคลอื่นผู้เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวก ตามสมควร
มาตรา ๓๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่เมื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องร้องขอบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๓๒ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
[แก้ไข] หมวด 5 การสั่งพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาต
มาตรา ๓๓ เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์หรือผู้แทนปฏิบัติการไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์ หรือผู้แทนแล้วแต่กรณีปฏิบัติการให้ถูกต้องภายในเวลาที่เห็นสมควร แต่ทั้งนี้ไม่เป็นเหตุลบล้างความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๓๔ ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาต เมื่อปรากฏว่าผู้รับอนุญาต หรือผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์หรือผู้แทน
(๑)ไม่ปฏิบัติการตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งตามมาตรา ๓๓
(๒)ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติการให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือ
(๓)ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้มีกำหนดเวลาตามที่ผู้อนุญาตเห็นสมควร แต่ครั้งหนึ่งต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่แจ้งให้ผู้รับอนุญาตหรือผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์หรือผู้แทนทราบแล้วแต่กรณี แต่ผู้อนุญาตจะเพิกถอนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตก่อนครบกำหนดก็ได้ เมื่อได้มีการปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๓๕ เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตแล้ว ได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้อีกภายในหนึ่งปี ให้ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
มาตรา ๓๖ ก่อนสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา๓๕ ให้ผู้อนุญาตมีหนังสือเตือนให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดเสียก่อน
การส่งหนังสือเตือนตามวรรคหนึ่งให้ส่งแก่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์หรือผู้แทน ในกรณีที่ไม่พบตัวผู้รับใบอนุญาตประกอบการโรงฆ่าสัตว์หรือผู้แทนให้ปิดหนังสือเตือนไว้ ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตและให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตได้ทราบคำเตือนนั้นแล้ว ตั้งแต่วันปิดหนังสือเตือน
มาตรา ๓๗ ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตหรือผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์หรือผู้แทนซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา ๓๔ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา๓๕ ประกอบกิจการโรงฆ่าสัตว์นับแต่วันที่ทราบคำสั่งให้พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตแล้วแต่กรณี
มาตรา ๓๘ ผู้ใดถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้วจะขอรับใบอนุญาตใหม่ไม่ได้จนกว่าจะพ้นกำหนดหกเดือน นับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
มาตรา ๓๙ คำสั่งของผู้อนุญาตที่ได้สั่งตามมาตรา๓๔ หรือมาตรา๓๕ ผู้รับอนุญาตหรือผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์หรือผู้แทน แล้วแต่กรณีมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
การอุทธรณ์คำสั่งตามวรรคหนึ่งไม่เป็นการทุเลาการบังคับคดี
[แก้ไข] หมวด 6 บทกำหนดโทษ
มาตรา ๔๐ ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในมาตรา ๑๒ (๓),(๔) หรือ(๕) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๔๑ ผู้ใดตั้งโรงฆ่าสัตว์และประกอบกิจการโรงฆ่าสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๒ หรือฝ่าฝืนมาตรา ๒๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๔๒ ผู้รับใบอนุญาตตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๒๐ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
มาตรา ๔๓ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา๒๑ มาตรา๒๒ หรือมาตรา๒๖ ต้องระวางโทษดังนี้
(๑) ถ้าเป็นโคหรือกระบือ จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับตัวละไม่เกินห้าหมื่นบาทเรียงตามรายตัวสัตว์ที่ฆ่า หรือทั้งจำทั้งปรับ
(๒) ถ้าเป็น สุกร แพะหรือแกะ จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับตัวละไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาทเรียงตามรายตัวสัตว์ที่ฆ่า หรือทั้งจำทั้งปรับ
(๓) ถ้าเป็น ไก่ เป็น ห่าน หรือสัตว์อื่น อัตราโทษให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
มาตรา ๔๔ ผู้รับใบอนุญาตตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ผู้ใดฆ่าสัตว์เกินจำนวนสัตว์ที่ผู้ประสงค์จะฆ่าได้แจ้งไว้ตามมาตรา ๒๑ ต้องระวางโทษปรับเรียงตามรายตัวสัตว์ที่ฆ่าเกินจำนวน ตัวละไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือสองหมื่นห้าพันบาทตามมาตรา ๔๓ (๑)หรือ(๒)หรือ(๓) แล้วแต่กรณี
มาตรา ๔๕ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๓ มาตรา๒๕ หรือมาตรา ๒๗ ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๔๖ ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ตามมาตรา ๒๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๔๗ ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา๒๙(๓) หรือ (๕) หรือมาตรา ๓๓ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[แก้ไข] บทเฉพาะกาล
ในกรณีที่โรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ได้เปิดดำเนินการตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์พ.ศ.2535 อยู่แล้ว ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าได้มีการขอรับใบอนุญาตและได้รับใบอนุญาตตามมาตรา๑๔ แห่งพระราชบัญญัตินี้แล้ว และให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตให้บรรดา กฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2535 ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- ร่างกฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์











