Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ดังต่อไปนี้
(๑)กำหนดห้ามผู้ขับขี่รถในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นใด และปรับปรุงบทกำหนดโทษของผู้ขับขี่ เพื่อให้สอดคล้องกัน (เพิ่มมาตรา ๔๓ (๙) และเพิ่มเติมมาตรา ๑๕๗)
(๒)กำหนดให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจออกประกาศกำหนดกรณีที่เป็นข้อยกเว้นให้ผู้ขับขี่รถในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นใดได้
โดยปัจจุบัน ผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นใดในขณะขับรถอันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนและก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคล สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ ๒๕๒๒ เพื่อกำหนดห้ามผู้ชับขี่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นใดในขณะขับรถ เว้นแต่ในบางกรณีอาจมีเหตุผลอันสมควรหรือมีความจำเป็นต้องยกเว้น โดยกำหนดบัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจออกประกาศกำหนดกรณีที่ให้ผู้ขับขี่ขับรถในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นใดได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
.......................................................................................................................................................................................................................................
...................................................................
........................................................................................................................................................................................................................................
...................................................................
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ...”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๙) ของมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ ๒๕๒๒
“(๙) ในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นใด เว้นแต่กรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประกาศกำหนด เพื่อประโยชน์ในความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่และผู้อื่น”
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความมาตรา ๑๕๗ แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ จราจรทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา๑๕๗ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามมาตรา ๓๕ มาตรา ๔๓ (๓) (๔) (๖) (๗) หรือ (๙) มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๕๓ มาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๑๒๕ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท”
มาตรา ๕ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกประกาศกำหนดกรณีที่เป็น ข้อยกเว้นของมาตรา ๔๓ (๙) แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้บทบัญญัติมาตรา ๔๓ (๙) แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มีผลใช้บังคับต่อเมื่อได้มีประกาศหรือระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
.......................
นายกรัฐมนตรี
๑. ห้ามผู้ขับขี่ขับรถในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นใดเพราะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ แต่ให้ผู้ใช้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจออกประกาศยกเว้นได้ในบางกรณีที่เห็นว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ในความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่และผู้อื่นในการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือเครื่องมือสื่อสารนั้น เช่นมีการใช้ควบคู่ไปกับอุปกรณ์อื่นที่ช่วยให้เกิดความปลอดภัยในระหว่างขับขี่รถ
๒. ปรับปรุงบทกำหนดโทษของผู้ขับขี่เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติที่กำหนดห้ามผู้ใช้ขับขี่ขับรถในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นใด
๓. กำหนดให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจออกประกาศกำหนดกรณีที่เป็นข้อยกเว้นให้ขับรถโดยใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นใดได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เพื่อให้มีมาตรการในการควบคุมบังคับใช้ควบคู่กันไปกับข้อห้ามการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือเครื่องมือสื่อสารในขณะขับรถ เพื่อประโยชน์ให้บทบัญญัติซึ่งห้ามผู้ขับขี่ขับรถในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นใด มีผลใช้บังคับต่อเมื่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ประกาศกำหนดกรณีที่เป็นข้อยกเว้นแล้ว หรือเมื่อพ้นระยะเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
[แก้ไข] ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- สคก. ตรวจพิจารณาแล้ว เรื่องเสร็จที่ ๕๓๖/๒๕๕๐
- สำนักงานคณะกรรมการกฎษฎีกา สิงหาคม ๒๕๕๐











