Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
[แก้ไข] ร่างพระราชบัญญัติวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
โดยที่ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมีระบบ มีประสิทธิภาพ และทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และโดยที่วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมนอกจากจะเป็นปัจจัยสำคัญที่เกื้อหนุนให้คนไทยคิดและทำบนพื้นฐานของตรรกะและเหตุผลยิ่งกว่าความเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติ มีความรอบรู้และความสามารถโดยไม่ต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีจากต่างประเทศเกินความจำเป็นแล้วยังมีผลทำให้ประเทศมีความพอประมาณ ความมีเหตุผลและระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายในตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และความปลอดภัยตลอดจนคุณภาพชีวิตของประชาชน ดังนั้น จึงสมควรให้มีกฎหมายหลักด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศเพื่อกำหนดบทบาทขององค์กรของรัฐเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม และกำหนดให้มีการจัดทำนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติเพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐภาคเอกชนและภาคประชาชนในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมและเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
[แก้ไข] ร่างพระราชบัญญัติวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ....
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ...”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตราที่๓ ในพระราชบัญญัตินี้
“วิทยาศาสตร์” หมายความว่า ความรู้และความเข้าใจธรรมชาติที่ได้โดยการสังเกต ค้นคว้า วิเคราะห์และสังเคราะห์ แล้วจัดเป็นระเบียบ
“เทคโนโลยี” หมายความว่า วิทยาการที่นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิด ประโยชน์ไม่ว่าในทางใด
“นวัตกรรม” หมายความว่า การใช้ความรู้ ทักษะและประสบการณ์ทางเทคโนโลยีและการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาและผลิตสินค้าหรือบริการใหม่ กระบวนการผลิตใหม่ การจัดการองค์กรและการตลาดแบบใหม่ที่มีการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรือสาธารณประโยชน์
“หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง” หมายความว่าหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตามที่ระบุในนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
“คณะกรรมการบริหาร” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
[แก้ไข] หมวด ๑ บทบาทของหน่วยงานและองค์กรของรัฐในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
มาตรา ๕ ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องส่งเสริม สนับสนุนและผลักดันการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะกำลังคนในระดับบัณฑิตศึกษา นักวิจัย รวมทั้งผู้สอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จำเป็นให้มีปริมาณและคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของประเทศและดำเนินการให้มีการใช้ประโยชน์กำลังคนดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการนี้หน่วยงานนั้นอาจส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนบุคลากรด้านการวิจับและพัฒนาระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกประเทศ การนำเข้าผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และการพัฒนาวิชาชีพนักวิจัย โดยอาจจัดให้มีความร่วมมือและการสนับสนุนจากภาคเอกชนตามสมควร ตลอดจนดำเนินการที่จำเป็นในการปรับปรุงกฎหมาย กฏระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องให้เอื้อต่อการดังกล่าว
มาตรา ๖ เพื่อประโยชน์ในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังต่อไปนี้
- (๑) ส่งเสริมให้สถาบันวิจัยและสถาบันการศึกษาในภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือและสร้างเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเศรษฐกิจและสังคม โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการวิจัยพื้นฐาน การวิจัยประยุกต์ และการพัฒนาเชิงทดลองในสาขาต่างๆ รวมทั้งผลักดันให้มีการนำผลการวิจัยและพัฒนาไปใช้สร้างเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ผลผลิตของชุมชนและผลิตภาพโดยรวมของประเทศ คุณภาพชีวิตของประชาชน และประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น
- (๒) ส่งเสริมให้สถาบันหรือผู้วิจัยและพัฒนาของไทยขอรับความคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งภายในและต่างประเทศ ในการนี้ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนในเรื่องดังกล่าว
- (๓) พิจารณาใช้มาตรการทางการเงินหรือการคลังและกลไกการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างและขยายตลาดรองรับสินค้าและบริการที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาและนวัตกรรมของคนไทยอย่างเหมาะสม
มาตรา ๗ ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องส่งเสริมให้หน่วยงานและองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนมีความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมทั้งจากภายในและต่างประเทศให้แก่คนไทย
ในกรณีจำเป็น คณะรัฐมนตรีอาจกำหนดให้โครงการลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศเป็นกลไกของการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน โดยพิจารณาผลกระทบด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก่อนดำเนินการ หรือให้มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานด้านเทคนิคของโครงการนั้น เพื่อให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด
ผู้ประกอบการไทยตามวรรคสองหมายถึงผู้ประกอบการซึ่งมิใช่คนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
มาตรา ๘ ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเร่งรัดและส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จำเป็น เช่น อุทยานวิทยาศาสตร์ หน่วยบ่มเพาะทางเทคโนโลยี สถาบันวิจัยเฉพาะทาง พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการทดสอบผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ ระบบมาตรวิทยา ให้พอเพียงในทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อเป็นกลไกสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาในการสร้างและแพร่กระจายความรู้ และใช้ความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาในชุมชน เพิ่มผลผลิตของภาคการผลิตและบริการและของชุมชน และพัฒนาประเทศให้มีความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน โดยอาจร่วมมือกับภาคเอกชนตามความเหมาะสม
มาตรา ๙ ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจัดให้มีการยกย่องเชิดชูเกียรติขององค์กรหรือบุคคลที่มีผลงานดีเด่นเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และเป็นแบบอย่างที่ดีให้สังคมในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เกิดสังคมฐานความรู้และการพัฒนาชุมชนหรือประเทศอย่างเหมาะสมและมีความสมดุล
มาตรา ๑๐ ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หรือมีพฤติการณ์พิเศษที่ต้องดำเนินการในเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้น เพื่อแก้ไขหรือป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้น ในการนี้รัฐมนตรีอาจประมวลความเห็นและข้อเสนอแนะจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและนักวิทยาศาสตร์หรือผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบและทันเหตุการณ์
[แก้ไข] หมวด ๓ นโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
มาตรา ๑๑ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีระบบ มีประสิทธิภาพ และทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และสร้างสังคมฐานความรู้ อันนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และเป็นสังคมอุดมปัญญา ให้คณะรัฐมนตรีเร่งรัดการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยจัดให้มีนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติเพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยึดถือในการดำเนินงานส่งเสริม พัฒนา และนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในการการพัฒนาดังกล่าว
ให้คณะกรรมการจัดทำนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ และนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ นโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ นวัตกรรมแห่งชาติอย่างน้อยต้องมีสาระครอบคลุมเรื่องดังต่อไปนี้
- (๑) แนวทางในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
- (๒) แนวทางการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนการสร้างคนที่มีความสามารถ ศักยภาพ และคุณธรรมในทุกระดับ
- (๓) การวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
- (๔) การถ่ายทอดเทคโนโลยี
- (๕) การส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
- (๖) ประโยชน์ ความเป็นไปได้ ความเสี่ยง ความเกี่ยวข้องกับศีลธรรมและจริยธรรมของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
- (๗) แนวทางการเร่งรัดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแบบพอเพียง โดยใช้นโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
- (๘) กรอบงบประมาณและแนวทางการบริหารจัดการงบประมาณที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินการตามนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
นโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติต้องมุ่งสร้างแรงจูงใจและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการในภาคการผลิตและบริการและประชาชนมีส่วนในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และบริการสังคมด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนตลอดจนสร้างความสามารถใหม่ของประเทศ รวมทั้งเปิดโอกาสให้สังคมรับรู้ เลือก แสวงหา และพัฒนาวิทยาการที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
ในการกำหนดสาระตาม (๒) ให้กำหนดโดยผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนลงทุนในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไม่น้อยกว่าประเทศที่มีระดับการพัฒนาหรืออัตราการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในระดับปานกลางของโลก
มาตรา ๑๒ เมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัตินโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการ และจัดทำงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายและแผนดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม และให้คณะรัฐมนตรีจัดให้หน่วยงานของรัฐได้รับงบประมาณที่สอดคล้องกับภารกิจและความจำเป็นของหน่วยงานในการดำเนินการตามนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติให้บรรลุวัตถุประสงค์
ในการจัดสรรงบประมาณโดยรวมของประเทศ ให้คณะรัฐมนตรีจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทุกสาขา รวมทั้งวิทยาศาสตร์สังคมและมนุษย์ โดยให้มีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละสามของงบประมาณประจำปีของประเทศ
มาตรา ๑๓ ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรายงานผลการดำเนินงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมายังคณะกรรมการเพื่อประเมินผลตามนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติและนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาปรับปรุง นโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติตลอดจนการจัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสมต่อไป
[แก้ไข] หมวด ๓ คณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
มาตรา ๑๔ ให้มีคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นรองประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่ารกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นกรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนเก้าคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นกรรมการและเลขานุการ และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งให้พิจารณาแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญและความสามารถเป็นที่ประจักษ์ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยจะแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญและความสามารถเป็นที่ประจักษ์ในด้านเศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ หรือบริหารธุรกิจในสัดส่วนที่เหมาะสมด้วย
หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๑๕ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
- (๑) จัดทำนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติ โดยให้หน่วยงานของภาครับ ภาคเอกชนและภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดง
- (๒) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับลำดับความสำคัญของการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการของหน่วยงานของรับที่เกี่ยวข้อง ตามาตรา ๑๒ และวงเงินงบประมาณและระยะเวลาในการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการนั้น พร้อมทั้งเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคเมื่อเห็นว่าแผนปฏิบัติการดังกล่าวของหน่วยงานของรัฐใดไม่สอดคล้องกับนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
- (๓) ผลักดันและสนับสนุนให้หน่วยงานและองค์กรในภาคเอกชนและภาคประชาชนปฏิบัติหรือดำเนินกิจกรรมตามนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
- (๔) เสนอแนะคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดให้เป็นกลไกของการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน ตามมาตรา ๗ วรรคสอง
- (๕) ติดตามสถานการณ์ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศและจัดให้มีการประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐตามนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติโดยองค์กรภายนอกตามช่วงเวลาที่เหมาะสม และรายงานต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการเกี่ยวกับการปรับปรุงนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติและการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการตามนโยบายและแผนดังกล่าว
- (๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย หรือตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ
มาตรา ๑๖ ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาศึกษา เสนอแนะ หรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้
การปฏิบัติหน้าที่ อำนาจหน้าที่ และวิธีการประชุม ตลอดจนเบี้ยประชุมหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นของคณะอนุกรรมการหรือผู้เชี่ยวชาญ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๑๗ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่
มาตรา ๑๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามาตรา ๑๗ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
- (๑) ตาย
- (๒) ลาออก
- (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ หรือมีความประพฤติเสื่อมเสีย
- (๔) เป็นบุคคลล้มละลาย
- (๕) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
- (๖) ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษานั้น
มาตรา ๑๙ การประชุมและการวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๒๐ ให้ประธานกรรมการและกรรมการได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
[แก้ไข] หมวด ๔ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
มาตรา ๒๑ ให้มีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
- (๑) จัดทำร่างกายนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติเพื่อเสนอคณะกรรมการพิจารณา โดยมีสาระและกรอบความมุ่งหมายตามมาตรา ๑๑
- (๒) จัดให้มีการปรึกษาหารือและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเพื่อร่วมกันจัดทำร่างนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ตาม (๑)
- (๓) สนับสนุนและแนะนำการจัดทำแผนปฏิบัติการของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
- (๔) ติดตามและรวบรวมผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง และรายงานให้คณะกรรมการทราบเพื่อดำเนินการต่อไป
- (๕) เสนอรายงานประจำปีต่อรัฐมนตรี ในรายงานดังกล่าวให้แสดงผลงานของสำนักงานในปีที่ล่วงมาแล้วและผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
- (๖) จัดให้มีตัวชี้วัด ฐานข้อมูล ดัชนี และการศึกษาวิจัยนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
- (๗) จัดทำรายงานการติดตามและประเมินผลตามนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติเสนอต่อคณะกรรมการ
- (๘) ประสานงานและติดตามการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศให้เป็นไปตามนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตรรมแห่งชาติ
- (๙) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
รายงานและข้อมูลตาม (๕) (๖) และ (๗) ให้เผยแพร่ต่อสาธารณชน
มาตรา ๒๒ ให้สำนักงานเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือ รัฐวิสาหกิจ มีฐานะเป็นนิติบุคคล ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน แต่พนักงานและลูกจ้างของสำนักงานต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน
มาตรา ๒๓ สำนักงานอาจมีรายได้จาก
- (๑) ทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรไว้
- (๒) เงินและทรัพย์สินที่โอนมาตามพระราชบัญญัตินี้
- (๓) เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปี
- (๔) เงินอุดหนุนจากต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ
- (๕) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้
- (๖) ดอกผล และผลประโยชน์หรือรายได้อื่นใดที่เกิดจากการดำเนินการของสำนักงาน
ในกรณีที่สำนักงานมีรายได้ไม่พอสำหรับรายจ่ายและสำนักงานไม่สามารถหาเงินจากทางอื่น รัฐบาลพึงจัดสรรเงินงบประมาณแผ่นดินเข้าสมทบตามจำนวนที่จำเป็นและเหมาะสม
รายได้ของสำนักงานไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
ทรัพย์สินของสำนักงานไม่อยู่ในความรับผิดชอบแห่งการบังคับคดี
มาตรา ๒๔ บรรดารายได้และทรัพย์สินของสำนักงานจะต้องใช้จ่ายเพื่อกิจการของสำนักงานโดยเฉพาะ
มาตรา ๒๕ ให้มีคณะกรรมการบริหารคณะหนึ่ง ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นรองประธานกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสิบสองคนซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้ง เป็นกรรมการ ในจำนวนนี้ต้องมีผู้แทนภาคเอกชนร่วมอยู่ด้วยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง และเลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๘ มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการบริหารผู้ทรงคุณวุฒิโดยอนุโลม เว้นแต่ในกรณีมาตรา ๑๘ (๓) ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการ
การประชุมและการวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการบริหาร ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารกำหนด
ให้ประธานกรรมการบริหารและกรรมการบริหารได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๒๖ คณะกรรมการบริหารมีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของสำนักงาน อำนาจหน้าที่ดังกล่าวให้รวมถึง
- (๑) กำหนดนโยบายการบริหารงานและให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงานของสำนักงาน
- (๒) ให้ความเห็นชอบแผนการเงินและงบประมาณประจำปีของสำนักงาน
- (๓) ออกระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการควบคุมดูแล การดำเนินการ การบริหารงานทั่วไปและการบริหารงานบุคคลของสำนักงาน
- (๔) ออกระเบียบว่าด้วยการประเมินผลการปฏิบัติงานของสำนักงาน
- (๕) ออกระเบียบหรือปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
ระเบียบหรือข้อบังคับที่ออกตาม (๓) ต้องไม่ก่อให้เกิดอุปสรรคในการดำเนินงานของสำนักงานหรือของเลขาธิการ
มาตรา ๒๗ ให้สำนักงานมีเลขาธิการคนหนึ่งซึ่งคณะกรรมการบริหารเป็นผู้แต่งตั้ง มีหน้าที่ควบคุมดูแลทั่วไปซึ่งกิจการของสำนักงาน รับผิดชอบขึ้นตรงต่อคณะกรรมการบริหาร
เลขาธิการต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการบริหารจัดการ สามารถทำงานให้แก่สำนักงานได้เต็มเวลาและไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ปรึกษา เจ้าหน้าที่ หรือกรรมการของพรรคการเมือง
คุณสมบัติอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในวรรคสอง การประเมินผลการปฏิบัติงานและระยะเวลาในการประเมิน การพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอื่นที่ไม่ใช่การพ้นจากตำแหน่งตามวาระ การปฏิบัติหน้าที่แทนและการรักษาการแทนเลขาธิการ รวมตลอดทั้งอัตราเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่นของเลขาธิการ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารกำหนด
มาตรา ๒๘ เลขาธิการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
มาตรา ๒๙ เลขาธิการมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
- (๑) บริหารงานของสำนักงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามภารกิจของสำนักงาน และตามนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ นโยบายของคณะรัฐมนตรีและระเบียบ ข้อบังคับ และมติขิงคณะกรรมการและคณะกรรมการบริหาร
- (๒) บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของสำนักงานทุกตำแหน่งตามระเบียบหรือข้อบังคับของคณะกรรมการบริการ
- (๓) วางระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินงานของสำนักงาน โดยไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบ หรือข้อบังคับของคณะกรรมการบริหาร
- (๔) ปฏิบัติการอื่นใดตามระเบียบ ข้อบังคับ และมติของคณะกรรมการและคณะกรรมการบริหาร
เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานให้เกิดประสิทธิภาพและประหยัด เลขาธิการจะเลิกจ้างพนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงานโดยไม่มีความผิดก็ได้ ทั้งนี้ตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารกำหนด โดยระเบียบดังกล่าวต้องกำหนดค่าชดเชยที่พึงจ่ายให้แก่พนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงานที่ถูกเลิกจ้างไม่น้อยกว่าที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานด้วย
มาตรา ๓๐ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการเป็นผู้แทนของสำนักงานและเพื่อการนี้เลขาธิการจะมอบอำนาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการบริหารกำหนด
มาตรา ๓๑ ให้สำนักงานจัดทำบัญชีของสำนักงานตามหลักสากลตามแบบและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริหารกำหนด และต้องจัดให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และการพัสดุของสำนักงาน ตลอดจนรายงานผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการบริหารทราบอย่างน้อยปีละครั้ง
แบบและหลักเกณฑ์การบัญชีตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการบริหารกำหนดให้สอดคล้องกับแบบและหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง
ในการตรวจสอบภายใน ให้มีผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบภายในโดยเฉพาะ และให้รับผิดชอบขึ้นตรงต่อคณะกรรมการบริหารตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารกำหนด
มาตรา ๓๒ ให้สำนักงานจัดทำงบการเงินและบัญชีส่งผู้สอบบัญชีภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีของทุกปี
ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลภายนอกตามที่คณะกรรมการบริหารแต่งตั้งด้วยความเห็นชอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีและประเมินผลการจ่ายเงินและทรัพย์สินของสำนักงาน โดยให้แสดงความคิดเห็นเป็นข้อวิเคราะห์ว่าการใช้จ่ายดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประหยัด และได้ผลตามเป้าหมายเพียงใดด้วย
มาตรา ๓๓ ให้สำนักงานจัดทำรายงานประจำปีเสนอรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานการสอบบัญชีจากผู้สอบบัญชี รายงานให้แสดงผลงานของสำนักงานในปีที่ล่วงมาแล้ว ปละผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
มาตรา ๓๔ ให้คณะรัฐมนตรีจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม และงบประมาณสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามกรอบงบประมาณที่กำหนดในมาตรา ๑๒ ให้ได้ตามเป้าหมายภายในสามปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๓๕ ในระหว่างที่ยังไม่มีนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมตามที่ระบุในแผนกลยุทธ์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติที่จัดทำขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์แห่งมาตรา ๓
มาตรา ๓๖ ให้คณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๘ วรรคสอง
มาตรา ๓๗ ในวาระเริ่มแรกให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติตามพระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๓๔ อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการจนกว่าจะมีการแต่งตั้งเลขาธิการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๓๘ ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๓๖ จัดให้มีระเบียบว่าด้วยการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และระเบียบว่าด้วยการสรรหากรรมการบริหารผู้ทรงคุณวุฒิให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
เมื่อระเบียบตามวรรคหนึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว ให้ดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และกรรมการบริหารผู้ทรงคุณวุฒิให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ระเบียบดังกล่าวมีผลใช้บังตับ
ในระหว่างที่ยังไม่มีกรรมการบริหารผู้ทรงคุณวุฒิ ให้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ บริหารเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มาตรา ๓๙ เมื่อกรรมการบริหารผู้ทรงคุณวุฒิ ให้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารจัดให้มีระเบียบว่าด้วยการสรรหาเลขาธิการให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่มีการแต่งตั้งกรรมการบริหารผู้ทรงคุณวุฒิ
เมื่อระเบียบตามวรรคหนึ่งมีผลใช้บังคับแล้ว ให้ดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งเลขาธิการให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ระเบียบดังกล่าวมีผลใช้บังคับ
มาตรา ๔๐ ให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่ กิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ รวมทั้งงบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับงานนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับประเทศ และงานการจัดทำข้อมูล ข้อสนเทศที่เกี่ยวข้อง ที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ไปเป็นของสำนักงานตามพระราชบัญญัตินี้
ข้าราชการหรือลูกจ้างของสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการที่โอนไปตามวรรคหนึ่งผู้ใดสมัครใจจะไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงาน ให้แจ้งความจำนงเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และเมื่อผ่านการคัดเลือกหรือการประเมินตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริหารกำหนดแล้ว ให้สำนักงานรับไว้เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงาน
ข้าราชการที่พ้นจากราชการเพื่อไปเป็นพนักงานของสำนักงานตามวรรคสอง ให้ถือว่าเป็นการให้ออกจากราชการ เพราะเลิกหรือยุบตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือกฎหมายว้าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ แล้วแต่กรณี
ลูกจ้างของส่วนราชการที่ไปเป็นลูกจ้างของสำนักงานตามวรรคสอง ให้ถือว่าเป็นการออกจากงาน เพราะทางราชการเลิกหรือยุบตำแหน่งหรือเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด และให้ได้รับบำเหน็จจามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง
มาตรา ๔๑ ให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่ กิจการ ทรัพย์สิน หนี้ รวมทั้งงบประมาณของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติตามพระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๓๔ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับงานนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับประเทศ และการจัดทำข้อมูลข้อสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง ที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ไปเป็นของสำนักงานตามพระราชบัญญัตินี้
พนักงานของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการที่โอนไปตามวรรคหนึ่งผู้ใดสมัครใจจะไปเป็นพนักงานของสำนักงาน ให้แจ้งความจำนงเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และเมื่อผ่านการคัดเลือกหรือการประเมินตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริหารกำหนดแล้ว ให้สำนักงานรับไว้เป็นพนักงานของสำนักงาน
พนักงานของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่ไปเป็นพนักงานของสำนักงานตามวรรคสอง ให้ถือว่าเป็นการให้ออกจากงาน เพราะสำนักงานเลิกหรือยุบตำแหน่งตามข้อบังคับคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติว่าด้วยการบริหารงานบุคคล
มาตรา ๔๒ ให้ยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๔ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการ นโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๔๖ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายนาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๙ เมื่อได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ คณะกรรมการบริหาร และเลขาธิการตามพระราชบัญญัตินี้
- ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
- ..................................................
- นายกรัฐมนตรี











