.:: ร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
ร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. ....
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

สารบัญ

[แก้ไข]
ร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. ....

[แก้ไข]
หลักการและเหตุผล

        หลักการ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

        เหตุผล โดยที่กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติกำหนดให้จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้จัดในมหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น และให้สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาเป็นนิติบุคคล สามารถดำเนินกิจการได้โดยอิสระ พัฒนาระบบบริหาร และการจัดการที่เป็นของตนเอง มีความคล่องตัว มีเสรีภาพทางวิชาการ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสภาสถานศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษานั้นๆ สมควรมีกฎหมายรับรองให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์มีฐานะเป็นนิติบุคคลในกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อจัดการศึกษาด้านนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ คีตศิลป์ และช่างศิลป์ สืบทอด สร้างสรรค์ ศิลปะและมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ และส่งเสริมการผลิตบุคลากรเพื่อทำหน้าที่ช่างศิลปกรรม ศิลปินอาชีพ ครูศิลปะ นักวิชาการ และนักวิจัยด้านศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนส่งเสริมสุนทรียศาสตร์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมระดับท้องถิ่นและระดับชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

[แก้ไข]
สาระสำคัญ

[แก้ไข]
การกำหนดสถานภาพของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

        เนื่องจากตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ.2541 กำหนดให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เป็นสถานศึกษาในสังกัดกรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งต่อมาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ได้โอนมาเป็นสถานศึกษาในสังกัดกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 พ.ศ.2545 และตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม พ.ศ.2545 ข้อ 3 (9) กำหนดให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เป็นส่วนราชการภายใต้สังกัดกรมศิลปากร มีอำนาจหน้าที่จัดการศึกษาด้านช่างศิลป์ นาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และคีตศิลป์ ทั้งไทยและสากล และศิลปวัฒนธรรมในระดับปริญญาตรีหรือต่ำกว่าปริญญา โดยการจัดการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาได้มีการจัดอยู่ในวิทยาลัยนาฏศิลป์และวิทยาลัยช่างศิลป์ ดังนั้นจึงได้นำเอาสถานศึกษาดังกล่าวเข้ามารวมไว้กับสถาบันบัณฑิตพัฒศิลป์โดยออกเป็นประกาศกรมศิลปากร ดังนั้นเพื่อการจัดการศึกษาด้านช่างศิลป์ นาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และคีตศิลป์ทั้งไทยและสากล และศิลปวัฒนธรรมในระดับปริญญาตรีหรือต่ำกว่าปริญญารวมกันเป็นหนึ่งเดียวและสามารถบริหารจัดการด้านนโยบายและงบประมาณได้อย่างอิสระ จึงจำเป็นต้องกำหนดให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เป็นนิติบุคคลมีฐานะเทียบเท่ากรมภายใต้สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม โดยรวมเอาวิทยาลัยนาฏศิลป์และวิทยาลัยช่างศิลป์เข้ามารวมไว้กับสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

[แก้ไข]
กำหนดให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางศึกษามาใช้บังคับในการบริหารงานบุคคลในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

        เนื่องจากตามร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... ได้กำหนดให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เป็นนิติบุคคลและเป็นส่วนราชการในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม จึงถือว่าสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่อยู่นอกสายการบังคับบัญชาของกระทรวงศึกษาธิการ ดังนั้นในการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์จึงจำเป็นต้องกำหนดให้นำบทบัญญัติตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามาใช้บังคับ

[แก้ไข]
การกำหนดผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติและสังกัดของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

        เนื่องจากตามร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... มาตรา 6 กำหนดให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เป็นนิติบุคคลและเป็นส่วนราชการในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสายการบังคับบัญชาของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

[แก้ไข]
การแบ่งส่วนราชการภายในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

        เนื่องจากตามร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. …. หมวด 4 ปริญญาและเครื่องหมายวิทยฐานะ มาตรา 47 และมาตรา 48 ได้กำหนดให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์มีอำนาจให้ปริญญาในสาขาวิชาและชั้นที่มีการสอนในสถาบัน ซึ่งในร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... ได้กำหนดให้สถาบันมีปริญญา 3 ชั้น ได้แก่ ปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขการแบ่งส่วนราชการภายในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอนในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

[แก้ไข]
รายได้ของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

        เนื่องจากตามร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. …. มาตรา 12 ได้กำหนดประเภทของรายได้ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์อาจมีและนำมาจัดการเพื่อประโยชน์ภายในขอบวัตถุประสงค์ของสถาบันได้ ซึ่งรายได้บางประเภทไม่ได้มีการกำหนดไว้หรือกำหนดเอาไว้ไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ได้แก่

        1 เงินอุดหนุนจากราชการส่วนท้องถิ่นหรือเงินอุดหนุนอื่นที่สถาบันได้รับเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการของสถาบัน โดยตามพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 58 ที่กำหนดให้รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดมทรัพยากรและการลงทุนด้านงบประมาณ การเงิน และทรัพย์สินมาใช้จัดการศึกษา โดยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอาจเป็นผู้จัดและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา บริจาคทรัพย์สินและทรัพยากรอื่นให้แก่สถานศึกษา และมีส่วนร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาตามความเหมาะสมและความจำเป็น ซึ่งในพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ.2541 ไม่มีการกำหนดให้เงินอุดหนุนจากราชการส่วนท้องถิ่นหรือเงินอุดหนุนอื่นที่สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ได้รับเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการของสถาบัน เป็นรายได้ของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำหนดให้เงินอุดหนุนจากราชการส่วนท้องถิ่นหรือเงินอุดหนุนอื่นที่สถาบันได้รับเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการของสถาบันเป็นรายได้ประเภทหนึ่งที่สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์อาจมีได้ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542

        2 ผลประโยชน์ที่เกิดจากที่ราชพัสดุ เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษา และเบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาการซื้อทรัพย์สินหรือจ้างทำของที่ดำเนินการโดยใช้เงินงบประมาณ ซึ่งตามร่างพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ.2541 ได้กำหนดให้รายได้รวมทั้งเบี้ยปรับที่กรมศิลปากรได้รับจากการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลัง เว้นแต่เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษา และเบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาซื้อทรัพย์สินหรือสัญญาจ้างทำของที่ดำเนินการโดยใช้งบประมาณ ซึ่งการกำหนดเช่นนี้เป็นการกำหนดที่ขัดแย้งกับบทบัญญัติของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 59 ที่กำหนดให้สถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคลมีอำนาจในการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสถานศึกษา ทั้งที่เป็นที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ และที่เป็นทรัพย์สินอื่น รวมทั้งจัดหารายได้จากบริการของสถานศึกษาและเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาที่ไม่ขัดหรือแย้งกับนโยบาย วัตถุประสงค์ และภารกิจหลักของสถานศึกษาโดยบรรดารายได้และผลประโยชน์ของสถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล รวมทั้งผลประโยชน์ที่เกิดจากที่ราชพัสดุ เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษา และเบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาการซื้อทรัพย์สินหรือจ้างทำของที่ดำเนินการโดยใช้เงินงบประมาณ ไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมาย ว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแก้ไขร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ….. ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 59

[แก้ไข]
องค์ประกอบของสภาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

        1 ตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ.2541 ได้กำหนดให้ประธานกรรมการสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ได้แก่ บุคคลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมแต่งตั้งจากบุคคลที่ได้รับเลือกตามข้อบังคับของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ซึ่งการบัญญัติเช่นนี้ไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติของสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ ที่กำหนดให้นายกสภาสถาบัน/มหาวิทยาลัยได้แก่บุคคลที่จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

        2 เนื่องด้วยนโยบายปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการกำหนดให้มีกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงศึกษาธิการเห็นควรให้จัดการศึกษาด้านนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ คีตศิลป์ และช่างศิลป์ในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ควรจะย้ายไปสังกัดกระทรวงวัฒนธรรมเช่นเดียวกับกรมศิลปากร ทั้งนี้เพื่อให้การประสานงานด้านการจัดการศึกษาของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์และการปฏิบัติงานของกรมศิลปากรสามารถทำได้คล่องตัวมากกว่าการแยกกันอยู่คนละกระทรวง ทั้งนี้เนื่องจากการดำเนินงานของทั้งสองหน่วยงานมีความจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยกัน ดังนั้นจึงได้แก้ไขให้อธิบดีกรมศิลปากรเป็นกรรมการสภาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์โดยตำแหน่ง

[แก้ไข]
อำนาจหน้าที่ของสภาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

        เนื่องจากตามร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. …. มาตรา 6 กำหนดให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามาใช้บังคับในการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เนื่องจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ไม่ได้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำหนดให้สภาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์มีอำนาจเสนอความต้องการในการตั้งและขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ.สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ไปยัง ก.ค.ศ. เพื่อให้ ก.ค.ศ.ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้เพื่อประโยชน์และความสอดคล้องในการบริหารงานบุคคลของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

        นอกจากนี้ในพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ.2541 ไม่ได้กำหนดให้คณะกรรมการสถาบันมีอำนาจและหน้าที่ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาและการประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งเป็นการไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 48 ที่บัญญัติให้สถานศึกษาจะต้องจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเพื่อให้การบริหารงานการศึกษาของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ดำเนินการไปโดยสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 จึงจำเป็นต้องแก้ไขอำนาจหน้าที่ของสภาสถาบันให้สามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาและการประกันคุณภาพการศึกษา

[แก้ไข]
การกำหนดให้มีสภาวิชาการและอำนาจหน้าที่ของสภาวิชาการ

        ตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ.2541 ไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับสภาวิชาการ ดังนั้นในร่างพระราชบัญญัติบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ….. จึงได้กำหนดให้มีสภาวิชาการ โดยสภาวิชาการจะมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาเกณฑ์มาตรฐานการศึกษา หลักสูตรการเรียนการสอนในสถาบัน การวิจัย การวัดผลการศึกษา และการประกันคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่คณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด เพื่อเสนอต่อสภาสถาบัน รวมทั้งพิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับวิชาการของสถาบันต่อสภาสถาบัน

[แก้ไข]
การกำหนดให้มีสภาคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาและหน้าที่ของสภาคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา

        ตามร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... มาตรา 20/1 ได้กำหนดให้มีสภาคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เหมือนอย่างเช่นในสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ เพียงแต่สภาคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์จะมีเพียงหน้าที่ในการให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะต่อสภาสถาบันและอธิการบดีเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เท่านั้น ซึ่งการดำเนินงานของสภาคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาจะแตกต่างกับสภาวิชาการ

[แก้ไข]
การแต่งตั้งอธิการบดีและเงื่อนไขการพ้นจากตำแหน่งของอธิการบดี

        ตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ.2541 มาตรา 16 วรรคสอง ได้กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้มีอำนาจแต่งตังอธิการสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โดยคำแนะนำของคณะกรรมการสถาบันที่คัดเลือกจากบุคคลที่มีคุณสมบัติ แต่เนื่องจากในร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... ได้กำหนดให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เป็นนิติบุคคลและเป็นส่วนราชการในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ดังนั้นเพื่อสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์มีสถานภาพเหมือนกับสถาบันอุดมศึกษาอื่น จึงต้องกำหนดให้การแต่งตั้งอธิการบดีจะต้องนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ นอกจากนี้ตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ.2541 ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขการพ้นจากตำแหน่งของอธิการเอาไว้ ดังนั้นเพื่อมิให้เกิดปัญหาตีความเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของอธิการบดี จึงจำเป็นต้องกำหนดเงื่อนไขการพ้นจากตำแหน่งของอธิการบดีเอาไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้

[แก้ไข]
คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี และผู้ช่วยอธิการบดี

        ตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ.2541 ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งอธิการ รองอธิการ และผู้ช่วยอธิการ ไว้เป็น 2 ส่วน คือ

         (1) ต้องเป็นผู้ได้รับปริญญาเอกและได้ทำการสอนในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์หรือสถานศึกษาอื่นในสังกัดกรมศิลปากร หรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์รับรอง หรือมีประสบการณ์ในด้านการบริหารมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปี หรือเคยดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการสถาบันหรือในสภาสถาบันอุดมศึกษาอื่นมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปี หรือ

         (2) ได้รับปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่งหรือเทียบเท่าและได้ทำการสอนในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์หรือสถานศึกษาอื่นในสังกัดกรมศิลปากร หรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์รับรอง หรือมีประสบการณ์ในด้านการบริหารมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือเคยดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการสถาบันหรือในสภาสถาบันอุดมศึกษาอื่นมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่ปี         ดังนั้นเพื่อเป็นเปิดกว้างให้คณาจารย์ในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์หรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถเข้าบริหารงานได้ จึงได้แก้ไขคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีและรองอธิการบดีต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์หรือสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์รับรอง หรือดำรงตำแหน่งกรรมการสภาสถาบัน หรือดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ นอกจากนี้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังได้แยกการกำหนดคุณสมบัติของผู้ช่วยอธิการบดีออกจากการกำหนดคุณสมบัติของอธิการบดีและรองอธิการบดี โดยกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอธิการบดีจะต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์หรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์รับรอง

[แก้ไข]
เพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของอธิการบดี

        เนื่องจากในร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... ได้กำหนดให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เป็นนิติบุคคลและเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีงบประมาณ ในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ประกอบกับได้มีการกำหนดให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามาใช้บังคับในการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเพิ่มเติมให้อธิการบดีมีอำนาจหน้าที่

         (1) รักษาระเบียบวินัย จรรยาบรรณ และมารยาทแห่งวิชาชีพของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

         (2) เสนอแผนดำเนินงานและงบประมาณประจำปี

         (3) ส่งเสริม สนับสนุนกิจการนักศึกษา และปฏิบัติภารกิจร่วมกับสถาบันอื่น

[แก้ไข]
การดำเนินการภายในวิทยาเขต

        สืบเนื่องจากตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ.2541 ไม่ได้กำหนดเกี่ยวกับการจัดตั้งวิทยาเขตเอาไว้ ดังนั้นเพื่อให้การจัดการศึกษาในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์สามารถพัฒนาโดยการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ดังนั้นในร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... จึงได้กำหนดให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์สามารถจัดตั้งวิทยาเขตขึ้นได้ และเนื่องจากการจัดตั้งวิทยาเขตภายใต้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เกิดจากการรวมวิทยาลัยนาฏศิลป์และวิทยาลัยช่างศิลป์ในพื้นที่ใกล้เคียงที่มีความพร้อมเป็นวิทยาเขต ซึ่งภายใต้วิทยาเขตยังคงมีวิทยาลัยนาฏศิลป์และวิทยาลัยช่างศิลป์อยู่ ยกตัวอย่างเช่น วิทยาเขตภาคเหนือเกิดจากการรวมวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่กับวิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย เป็นวิทยาเขต ดังนั้นจึงควรมีรองอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของวิทยาเขตแทนอธิการบดีในวิทยาเขตนั้นๆ โดยในส่วนของวิทยาลัยนาฏศิลปและวิทยาลัยช่างศิลปที่อยู่ภายใต้วิทยาเขตยังคงมีผู้อำนวยการวิทยาลัย นอกจากนี้ในร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... ยังได้กำหนดให้ในแต่ละวิทยาเขตจะต้องมีคณะกรรมการประจำวิทยาเขต โดยมีองค์ประกอบ อำนาจหน้าที่ วาระการดำรงตำแหน่ง และการได้มาตามที่กฎหมายกำหนด

[แก้ไข]
การดำเนินการภายในบัณฑิตวิทยาลัย

        สืบเนื่องจากตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ.2541 ได้กำหนดให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์จัดการศึกษาได้แค่ระดับปริญญาตรี ซึ่งต่อมาในร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... จึงได้แก้ไขให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์สามารถจัดการศึกษาถึงระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ดังนั้นเพื่อให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์สามารถจัดการศึกษาระดับที่สูงกว่าปริญญาได้ ในร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... จึงได้กำหนดให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์สามารถจัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัยขึ้นได้ นอกจากนี้ในร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... ยังได้กำหนดให้ในบัณฑิตวิทยาลัยจะต้องมีคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย โดยมีองค์ประกอบ อำนาจหน้าที่ วาระการดำรงตำแหน่ง และการได้มาตามที่กฎหมายกำหนด

[แก้ไข]
การดำเนินการภายในคณะ

        เพื่อให้การดำเนินงานของคณะซึ่งเป็นส่วนราชการภายใต้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เป็นไปในแนวทางเดียวกับส่วนราชการอื่น ดังนั้นในร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... จึงได้กำหนดให้ในแต่ละคณะต้องมีคณะกรรมการประจำคณะ โดยคณะกรรมการประจำคณะจะต้องมีองค์ประกอบ อำนาจหน้าที่ วาระการดำรงตำแหน่ง และการได้มาตามที่กฎหมายกำหนด

[แก้ไข]
การแบ่งภาควิชาหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา

        เนื่องจากในพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ.2541 ไม่ได้แยกเรื่องการแบ่งภาควิชาหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาออกจากการดำเนินงานของคณะหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ดังนั้นเพื่อให้การแบ่งภาควิชาหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา รวมทั้งการดำเนินงานภายในภาควิชาหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชามีความชัดเจน จึงได้แยกเรื่องดังกล่าวออกมาบัญญัติเป็นอีกมาตราหนึ่งต่างหาก

[แก้ไข]
การดำเนินการภายในสำนัก ศูนย์ หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

        เพื่อให้การดำเนินงานของสำนัก ศูนย์ หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ซึ่งเป็นส่วนราชการภายใต้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เป็นไปในแนวทางเดียวกับส่วนราชการอื่น ดังนั้นในร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... จึงได้กำหนดให้สำนัก ศูนย์ หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะต้องมีคณะกรรมการประจำสำนัก ศูนย์ และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ โดยคณะกรรมการดังกล่าวจะต้องมีองค์ประกอบ อำนาจหน้าที่ วาระการดำรงตำแหน่ง และการได้มาตามที่กฎหมายกำหนด

[แก้ไข]
การดำเนินการภายในวิทยาลัย

        ตามร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... ได้กำหนดแยกเกี่ยวกับการบริหารงานและการดำเนินงานภายในวิทยาลัยออกมาชัดเจนเหมือนอย่างเช่นส่วนราชการอื่นๆ ในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานภายในวิทยาลัยเป็นไปในแนวทางเดียวกับส่วนราชการอื่นในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ จึงจำเป็นต้องกำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับการดำเนินงานของวิทยาลัยให้ชัดเจน ซึ่งวิทยาลัยในที่นี้หมายถึงวิทยาลัยนาฏศิลป์และวิทยาลัยช่างศิลป์ มิใช่วิทยาลัยตามความหมายเหมือนอย่างเช่นที่ปรากฏในสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ นอกจากนี้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังได้กำหนดให้ในแต่ละวิทยาลัยจะต้องมีคณะกรรมการประจำวิทยาลัย โดยคณะกรรมการประจำวิทยาลัยจะต้องมีองค์ประกอบ อำนาจหน้าที่ วาระการดำรงตำแหน่ง และการได้มาตามที่กฎหมายกำหนด

[แก้ไข]
การมอบอำนาจของอธิการบดีและขอบเขตอำนาจของผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี

        สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ.2541 ไม่ได้กำหนดเกี่ยวกับการมอบอำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติการ หรือการดำเนินการอื่นใดที่อธิการบดีจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีให้แก่รองอธิการบดีประจำวิทยาเขต คณบดี ผู้อำนวยการ และหัวหน้าภาควิชาหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือภาควิชาปฏิบัติราชการแทน ทั้งนี้เพราะสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ไม่ได้มีฐานะเป็นนิติบุคคล ดังนั้นเมื่อร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... ได้กำหนดให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เป็นนิติบุคคล จึงจำเป็นกำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับการมอบอำนาจของอธิการบดีให้แก่รองอธิการบดีประจำวิทยาเขต คณบดี ผู้อำนวยการ และหัวหน้าภาควิชาหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือภาควิชาปฏิบัติราชการแทน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการ นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้ผู้รักษาราชการแทนตามพระราชบัญญัตินี้มีขอบเขตอำนาจเช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน และในกรณีที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่งหรือมติคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เป็นกรรมการหรือมีอำนาจหน้าที่อย่างใด ให้ผู้รักษาราชการแทนทำหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้นในระหว่างรักษาราชการแทนด้วย

[แก้ไข]
ตำแหน่งทางวิชาการของข้าราชการครูและบุคลากรทางศึกษาในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

        จากที่ร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... ได้กำหนดให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เป็นส่วนราชการในสายการบังคับบัญชาของกระทรวงวัฒนธรรม ดังนั้นเพื่อให้คณาจารย์ประจำสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์มีตำแหน่งทางวิชาการ จึงจำเป็นต้องกำหนดให้นำหลักเกณฑ์วิธีการแต่งตั้งถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มาใช้บังคับกับคณาจารย์ประจำสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้ตำแหน่งศาสตราจารย์และศาสตราจารย์พิเศษ เป็นตำแหน่งที่ต้องนำขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาอื่น

[แก้ไข]
การกำหนดให้มีประกาศนียบัตรดุษฎีบัณฑิตและประกาศนียบัตรชี้นสูง

        จากการที่ร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ..... ได้กำหนดให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์สามารถจัดการเรียนการสอนได้ถึงระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำหนดให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์มีอำนาจออกประกาศนียบัตรชั้นต่างๆ ที่สูงกว่าปริญญาตรีได้

[แก้ไข]
บทกำหนดโทษ

        ตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ.2541 ได้กำหนดโทษเฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้

        1.การใช้ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ ครุยประจำตำแหน่ง เครื่องหมายของสถาบัน เครื่องแบบ เครื่องหมายหรือเครื่องแต่งกายของนักศึกษาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์โดยไม่มีสิทธิที่จะใช้ หรือ

        2.การแสดงด้วยประการใดๆ ว่าตนมีตำแหน่ง ปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรของสถาบันโดยที่ตนไม่มีสิทธิ

        ซึ่งบทกำหนดดังกล่าวไม่ครอบคลุมถึงการกระทำความผิดฐานปลอม เลียน ซึ่งตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของสถาบันหรือส่วนราชการในสถาบัน ไม่ว่าจะทำเป็นสีใดหรือทำด้วยวิธีใดๆ หรือทำให้ปรากฏที่วัตถุหรือสินค้าใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากสถาบัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเพิ่มเติมบทกำหนดโทษเพื่อให้ครอบคลุมถึงฐานความผิดดังกล่าว

[แก้ไข]
การดำรงตำแหน่ง การรับเงินเดือน และสิทธิประโยชน์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามบทเฉพาะกาล

        เนื่องจากตามร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... กำหนดให้การแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ต้องนำหลักเกณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามาใช้บังคับ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำหนดในเรื่องการดำรงตำแหน่ง การรับเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ของข้าราชการที่โอนไปเป็นข้าราชการสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ตามบทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัตินี้ ยังคงดำรงตำแหน่งเดิมและได้รับเงินเดือนรวมทั้งสิทธิประโยชน์ไม่น้อยกว่าเดิมต่อไปจนกว่าจะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

[แก้ไข]
การกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของประธานกรรมการสถาบัน กรรมการสถาบัน อธิการ คณบดี หัวหน้าภาควิชา หัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือภาควิชา ผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลป์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยช่างศิลป์ ในระหว่างใช้บังคับบทเฉพาะกาล

        เนื่องจากไม่สามารถจะกำหนดเวลาล่วงหน้าในการใช้บังคับร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... ดังนั้นเพื่อไม่ให้ภาวะขาดองค์ประกอบการบริหารงานของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ภายหลังจากพระราชบัญญัติมีผลใช้บังคับ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำหนดให้ประธานกรรมการสถาบัน กรรมการสถาบัน อธิการ คณบดี หัวหน้าภาควิชา หัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือภาควิชา อยู่ในวันที่พระราชบัญญัติมีผลใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่นายกสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบัน อธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ หัวหน้าภาควิชา และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือภาควิชา ตามพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะได้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ โดยการดำรงตำแหน่งดังกล่าวจะมีเงื่อนเวลาบังคับไว้

[แก้ไข]
การรักษาการปฏิบัติหน้าที่ของสภาวิชาการในระหว่างใช้บังคับบทเฉพาะกาล

        เนื่องจากตามร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. …. ได้กำหนดให้มี สภาวิชาการ ซึ่งแต่เดิมตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ.2541 ไม่ได้กำหนดให้มีสภาวิชาการ ดังนั้นเพื่อให้สภาวิชาการสามารถปฏิบัติงานได้เมื่อร่างพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. .... มีผลใช้บังคับ จึงจำเป็นต้องบัญญัติให้สภาสถาบันรักษาการทำหน้าที่สภาวิชาการด้วยอีกหน้าที่หนึ่งในระหว่างใช้บังคับบทเฉพาะกาล จนกว่าจะได้มีการจัดตั้งสภาวิชาการขึ้นตามบทบัญญัติของกฎหมาย



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  • ร่างกฎหมายอยู่ในขั้นตอนของสภานิติบัญญัติ
 
 
 
   Hosted by kapook.com