.:: ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมครอบครัว พ.ศ. .... - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมครอบครัว พ.ศ. ....
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

สารบัญ

[แก้ไข]
ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมครอบครัว พ.ศ. ....

บันทึกหลักการและเหตุผล


ประกอบร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมครอบครัว
พ.ศ. ....
___________________
หลักการ


        ให้มีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมครอบครัว

เหตุผล

        โดยที่ครอบครัวเป็นสถาบันพื้นฐานหลักที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพคน แต่ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบปัญหาทางสังคมซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว กล่าวคือ ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาความแตกแยกในครอบครัว ปัญหาการเลี้ยงดูและสัมพันธภาพในครอบครัว และปัญหาขาดโอกาสการเรียนรู้และขาดกลไกสนับสนุนในการแก้ปัญหาดังกล่าว สมควรกำหนดให้ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างและพัฒนาความเข้มแข็งของครอบครัว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ร่าง
พระราชบัญญัติ
ส่งเสริมครอบครัว


พ.ศ. ....
___________________


.................................
.................................
.................................

        โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมครอบครัว

        ..........................................................................................................................................................................

        มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติส่งเสริมครอบครัว พ.ศ. ....”

        มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

        มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้

         “ครอบครัว” หมายความว่า บุคคลหรือกลุ่มบุคคลซึ่งเป็นหน่วยพื้นฐานของสังคม

         “สมัชชาครอบครัว” หมายความว่า การรวมกลุ่มของครอบครัวหรือตัวแทนของครอบครัวจากทุกส่วนของสังคม เพื่อระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายส่งเสริมและพัฒนาสถาบันครอบครัว

         “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมครอบครัวแห่งชาติ

         “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการส่งเสริมครอบครัวแห่งชาติ

         “คณะกรรมการสรรหา” หมายความว่า คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

         “กรรมการสรรหา” หมายความว่า กรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

         “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ

         “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว

         “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว

        มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้


[แก้ไข]
หมวด ๑ คณะกรรมการส่งเสริมครอบครัวแห่งชาติ

___________________


        มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมครอบครัวแห่งชาติ ประกอบด้วย

        (๑) นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ

        (๒) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นรองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง

        (๓) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิด้วยกันเองตาม (๕) เป็นรองประธานกรรมการคนที่สอง

        (๔) ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นกรรมการ

        (๕) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการสรรหาตามมาตรา ๘ จำนวนสิบเอ็ดคน เป็นกรรมการ

        ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้แต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

        มาตรา ๖ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๕ (๕) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

        (๑) มีสัญชาติไทย

        (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์

        (๓) มีความรู้และประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์เกี่ยวกับการทำงานด้านครอบครัว

        (๔) มีทัศนคติ และประพฤติที่เหมาะสม และไม่เคยกระทำความรุนแรงต่อบุคคลในครอบครัว

        (๕) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

         (๖) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์

        (๗) ไม่ประกอบอาชีพที่ขัดต่อกฎหมายแลบะศีลธรรมอันดีของประชาชน

        (๘) ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยถึงไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากหน่วยงานของรัฐ

        (๙) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาณหรือความผิดลหุโทษ

        (๑๐) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง

        มาตรา ๗ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาจำนวนเจ็ดคน แต่ไม่เกินเก้าคนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

        ให้คณะกรรมการสรรหาประชุมเพื่อเลือกกรรมการสรรหาคนหนึ่งป็นประธานกรรมการสรรหา และให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการสรรหาและเลขานุการ

        การประชุมของคณะกรรมการสรรหา ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

        มาตรา ๘ การสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๕(๕) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ทั้งนี้ กรรมการสรรหาไม่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

        มาตรา ๙ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และจะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

        ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นตำแหน่งตามวาระอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฎิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการสรรหาใหม่จะเข้ารับหน้าที่

        มาตรา ๑๐ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๙ แล้ว กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

        (๑) ตาย

        (๒) ลาออก

        (๓) ไม่ร่วมประชุมคณะกรรมการติดต่อกันสามครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

        (๔) คณะกรรมการมีมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ

        (๕) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖

        มาตรา ๑๑ ในกรณีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระให้มีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งกรรมการนั้นว่างลง และให้ผู้ที่ได้รับการสรรหาอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งตนแทน

        ในกรณีที่วาระกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งปี จะไม่ดำเนินการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่างนั้นก็ได้ และในกรณีนี้ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการที่เหลืออยู่

        มาตรา ๑๒ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม

        ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการคนที่หนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม หากรองประธานกรรมการคนที่หนึ่งไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการคนที่สองทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม หากรองประธานกรรมการคนที่สองไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งเข้าร่วมประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

        การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

        มาตรา ๑๓ คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

        (๑) จัดให้มีสมัชชาครอบครัวแห่งชาติ และสนับสนุนในการจัดให้มีสมัชชาครอบครัวเฉพาะพื้นที่หรือสมัชชาครอบครัวเฉพาะประเด็น

        (๒) กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนระดับชาติเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาสถาบันครอบครัว และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

        (๓) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนระดับชาติเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาสถาบันครอบครัว พร้อมทั้งเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ

        (๔) ส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสถาบันครอบครัวอย่างเป็นระบบ

         (๕) ให้ความเห็นหรือข้อสังเกตเพื่อปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งประกาศหรือระเบียบที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้

        (๖) วางระเบียบว่าด้วยเบี้ยประชุมที่มิใช่เบี้ยประชุมของคณะกกรมการ และระเบียบว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่น ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

        (๗) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือที่กฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

        มาตรา ๑๔ คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อปฏิบัติงานตามคณะกรรมการมอบหมาย

        การประชุมของคณะอนุกรรมการ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม

        มาตรา ๑๕ ให้สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

        (๑) จัดสมัชชาครอบครัวแห่งชาติ และจัดหรือสนับสนุนการจัดสมัชชาครอบครัวเฉพาะพื้นที่หรือเฉพาะประเด็น

        (๒) จัดทำนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนระดับชาติเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาสถาบันครอบครัว เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ

        (๓) ศึกษาวิจัยและจัดให้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสถาบันครอบครัวอย่างเป็นระบบ

        (๔) ประสานงานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนที่ดำเนินงานเกี่ยวกับเรื่องครอบครัว เพื่อให้การทำงานในระดับนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านครอบครัวเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

        (๕) เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์งานและกิจกรรมเกี่ยวกับสถาบันครอบครัว

        (๖) รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการและคณะกรรมการสรรหา

        (๗) รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อคณะกรรมการ

        (๘) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือที่กฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย


[แก้ไข]
หมวด ๒ สมัชชาครอบครัว

___________________

        มาตรา ๑๖ การจัดสมัชชาครอบคัวเฉพาะพื้นที่ หรือสมัชชาครอบครัวเฉพาะประเด็น หรือการสนับสนุนให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อจัดสมัชชาครอบครัวเฉพาะพื้นที่หรือสมัชชาครอบครัวเฉพาะประเด็น ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

        ในกรณีที่สมัชชาครอบครัวตามวรรคหนึ่ง มีข้อเสนอให้หน่วยงานของรัฐนำไปปฏิบัติหรือนำไปพิจารณาประกอบในการกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมและพัฒนาสถาบันครอบครัว ให้เสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาดำเนินการให้บรรลุผลตามควรแก่กรณีต่อไป

        มาตรา ๑๗ การจัดสมัชชาครอบคัรวแห่งชาติ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ทั้งนี้ ต้องจัดให้มีสมัชชาครอบครัวแห่งชาติอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาสถาบันครอบครัว

        ในการจัดสมัชชาครอบครัวแห่งชาติจะต้องเปิดโอกาศให้ครอบครัวหรือตัวแทนของครอบครัว และภาคส่วนต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคมีส่วนร่วมอย่างกว้างข้วางและเสมอภาค

        ในกรณีสมัชชาครอบครัวแห่งชาติตามวรรคหนึ่ง มีข้อเสนอให้หน่วยงานของรัฐนำไปปฏิบัติหรือนำไปพิจารณาประกอบในการกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมและพัฒนาสถาบันครอบครัว ให้เสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาดำเนินการให้บรรลุผลตามควรแก่กรณีต่อไป

[แก้ไข]
หมวด ๓ นโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนระดับชาติเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาสถาบันครอบครัว

___________________


        มาตรา ๑๘ ให้คณะกรรมการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนระดับชาติเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาสถาบันครอบครัว โดยนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสมัชชาครอบครัวมาประกอบด้วย แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

        ให้คณะกรรมการทบทวนนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนระดับชาติเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนนาสถาบันครอบครัวอย่างน้อยทุกสามปี

        มาตรา ๑๙ นโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนระดับชาติเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาสถาบันครอบครัวที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ผูกพันหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องที่ตจะต้องดำเนินการต่อไปตามอำนาจหน้าที่ของตน

[แก้ไข]
บทเฉพาะกาล

___________________


        มาตรา ๒๐ ในวาระเริ่มแรกให้คณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีและสถาบันครอบครัวแห่งชาติ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมและประสานงานสตรีและสถาบันครอบครัวแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๖ ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการไปพล่างก่อนจนกว่าจะมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามพระราชบัญญัตินี้ และให้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาตามมาตรา ๗ ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

        ให้คณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่ได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง

ผู้เสนอพระบรมราชโองการ

.............................................

   นายกรัฐมนตรี



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  • ร่างฯ ที่ สคก ตรวจพิจารณาแล้วเรื่องเสร็จที่ ๕๘๒/๒๕๕๐
 
 
 
   Hosted by kapook.com