.:: ร่างพระราชบัญญัติอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ พ.ศ. .... - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
ร่างพระราชบัญญัติอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ พ.ศ. ....
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

สารบัญ

[แก้ไข]
ร่างพระราชบัญญัติอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ พ.ศ. ....

[แก้ไข]
หลักการและเหตุผล

        หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ เหตุผล เนื่องด้วยปัจจุบันมีการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ เป็นจำนวนมาก เพื่อเชิดชูพระมหากษัตริย์และบุคคลสำคัญ หรือเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ อนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพดังกล่าวเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ตลอดชีวิตของประชาชนในชาติ แต่การดำเนินการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ยังขาดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ส่งผลให้การก่อสร้างดังกล่าวไม่ถูกต้องสอดคล้องกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และคติความเชื่อ และขาดหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลการอนุญาตและการควบคุมโดยตรง และมีรูปลักษณ์ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจเสื่อมเสียพระเกียรติขององค์พระมหากษัตริย์ หรือเสื่อมเสียพระเกียรติยศของบุคคลสำคัญของชาติ และบางกรณีอาจเป็นการบิดเบือนประวัติศาสตร์ของชาติ ผิดเพื้ยนจากหลักศาสนาและคติความเชื่อ ดังนั้น เพื่อให้การก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ เป็นไปโดยถูกต้องสอดคล้องกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชาติ หลักศาสนา และคติความเชื่อ รวมทั้งมีรูปลักษณ์สิ่งก่อสร้างที่ถูกต้องตามหลักวิชาการด้านศิลปกรรม วิศวกรรม สถาปัตยกรรม และภูมิสถาปัตยกรรม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

[แก้ไข]
สาระสำคัญ

[แก้ไข] กำหนดนิยาม (มาตรา ๓)

        กำหนดบทนิยามของคำว่า “อนุสาวรีย์” “อนุสาวรีย์แห่งชาติ” “อนุสรณ์สถาน” “พระบรมรูป” “รูปเคารพ” “คณะกรรมการ” “อธิบดี” และ “รัฐมนตรี”

[แก้ไข] กำหนดผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ (มาตรา ๔)

        กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

[แก้ไข] การขออนุญาตและการอนุญาตสร้างอนุสารีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ (มาตรา ๕ - มาตรา ๑๔)

        ๑.กำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ต้องยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมระบุวัตถุประสงค์การก่อสร้างต่ออธิบดีกรมศิลปากร โดยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้สถานที่ที่จะขออนุญาตก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ จะต้องเป็นสาธารณสถาน มีบริเวณและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเชิดชูเกียรติยศและสง่างาม ลักษณะของบริเวณและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมประกาศกำหนด

        ๒.กรณีของการขออนุญาตก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติในส่วนพระบรมราชานุสาวรีย์ พระราชานุสาวรีย์ พระบวรราชานุสาวรีย์ พระอนุสาวรีย์ พระบรมรูป และพระรูปของพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งต้องมีการนำความขึ้นกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตก่อสร้างก่อนดำเนินการนั้น หากมีหรือไม่มีพระบรมราชานุญาต กรมศิลปากรจะต้องแจ้งผลให้ผู้ขออนุญาตทราบ และห้ามมิให้ก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติในส่วนพระบรมราชานุสาวรีย์ พระราชานุสาวรีย์ พระบวรราชานุสาวรีย์ พระอนุสาวรีย์ พระบรมรูป และพระรูปของพระบรมวงศานุวงศ์ ก่อนได้รับพระบรมราชานุญาต

        ๓.เมื่อผู้ขออนุญาตดำเนินการจัดสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพแล้ว กำหนดให้ผู้ขออนุญาตต้องแจ้งให้อธิบดีกรมศิลปากรทราบ เพื่ออธิบดีกรมศิลปากรจักได้ดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

        ๔.ผู้ได้รับอนุญาตต้องจัดสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพตามแบบและเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต โดยค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง รวมทั้งค่าดูแลรักษา ให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ได้รับอนุญาต

        ๕.ในกรณีที่มีการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ หรือก่อสร้างผิดไปจากแบบหรือเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต กำหนดให้อธิบดีกรมศิลปากรมีอำนาจสั่งให้ระงับการก่อสร้างและรื้อถอนอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือส่วนของอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพที่ก่อสร้างผิดแบบหรือเงื่อนไข ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากอธิบดีกรมศิลปากร หากผู้ก่อสร้างขัดขืนไม่ระงับการก่อสร้างหรือรื้อถอนตามที่ได้รับแจ้ง ให้อธิบดีดำเนินการรื้อถอน โดยเจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือผู้ปลูกสร้างต้องเป็นผู้จ่ายค่ารื้อถอน และไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีแก่ผู้รื้อถอน ไม่ว่าด้วยประการใดทั้งสิ้น

[แก้ไข] คณะกรรมการพิจารณาการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ (มาตรา ๑๕ - มาตรา ๒๑)

        กำหนดให้มี “คณะกรรมการพิจารณาการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ” ประกอบด้วย

         (๑) อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานกรรมการ

         (๒) รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นรองประธานกรรมการ

         (๓) ผู้แทนสำนักราชเลขาธิการ

         (๔) ผู้แทนกรมการศาสนา เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

         (๕) ผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

         (๖) ผู้แทนสำนักงานนโยบายแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

         (๗) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกิน ๘ คน

         (๘) ผู้อำนวยการสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เป็นกรรมการและเลขานุการ

        รวมทั้งกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งการประชุมคณะกรรมการ

[แก้ไข] กองทุนอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ (มาตรา ๒๒ - มาตรา ๒๕)

        กำหนดให้จัดตั้ง “กองทุนอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่ายในกิจการอันเป็นประโยชน์แก่อนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ โดยกองทุนดังกล่าวมีที่มาจากเงินและทรัพย์สิน ดังนี้

         (๑) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล

         (๒) เงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเกี่ยวกับอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ของกรมศิลปากรหรือเงินที่ได้มาตามระเบียบนี้

         (๓) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้

         (๔) เงิน ดอกเบี้ย หรือผลประโยชน์อื่นใดที่เกิดจากกองทุน

         (๕) เงินและทรัพย์สินอื่นที่ตกเป็นของกองทุน

         (๖) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากภาคเอกชนทั้งภายในและภายนอกประเทศ รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์กรต่างประเทศ

        นอกจากนี้ยังกำหนดมาตรการส่งเสริมด้วยการให้ผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่กองทุนอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ มีสิทธินำไปลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ หรือได้รับยกเว้นภาษีสำหรับเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคแล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในประมวลรัษฎากร

        การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการจัดหาผลประโยชน์ และการบริหารกองทุน ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกรมศิลปากรกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

[แก้ไข] การดูแลรักษาอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ (มาตรา ๒๖ - มาตรา ๒๙)

        กำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงาน องค์กรของรัฐ เจ้าของ หรือผู้ครอบครองอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ต้องดูแลรักษาให้มีสภาพสมบูรณ์ สง่างามทั้งตัวอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ รวมทั้งสภาพภูมิทัศน์โดยรอบสถานที่ตั้ง ทั้งนี้ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแก้ไข ต่อเติม เปลี่ยนแปลง เคลื่อนย้าย รื้อถอน หรือทำลายอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ หรือดำเนินการใดๆ ในบริเวณที่เป็นสถานที่ตั้ง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากอธิบดีกรมศิลปากร โดยการดำเนินการดังกล่าวจะต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะกระทำได้

        ในกรณีที่เกิดการชำรุด เสียหาย หรือสูญหายแก่อนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพ กำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงาน องค์กรของรัฐ เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ต้องรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรโดยละเอียดให้กรมศิลปากรทราบ เพื่อกรมศิลปากรจะได้ดำเนินการตามความเหมาะสม

        หากมีกรณีที่จะต้องตกแต่งผิดหรือซ่อมแซมอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพ ซึ่งชำรุดหรือเสียหาย กำหนดให้กรมศิลปากรจะต้องให้คำแนะนำ รวมทั้งควบคุมดูแล หรือดำเนินการให้ โดยเจ้าของหรือผู้ครอบครองเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

[แก้ไข] มาตรการบังคับทางปกครอง (มาตรา ๓๐ - มาตรา ๓๒)

        ๑.ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดมาตรการบังคับทางปกครอง โดยกำหนดให้อธิบดีกรมศิลปากรมีอำนาจสั่งให้บุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายในเรื่องดังต่อไปนี้ ปฏิบัติให้ถูกต้องหรือเหมาะสมภายในระยะเวลาที่กำหนด

(๑) ไม่ขออนุญาตก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ
(๒) ไม่ก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพตามแบบและเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต
(๓) ก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติในส่วนพระบรมราชานุสาวรีย์ พระราชานุสาวรีย์ พระบวรราชานุสาวรีย์ พระอนุสาวรีย์ พระบรมรูป และพระรูปของพระบรมศานุวงศ์ ก่อนได้รับพระบรมราชานุญาต
(๔) ไม่ดูแลรักษาอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ให้มีสภาพสมบูรณ์ สง่างามทั้งตัวอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ รวมทั้งสภาพภูมิทัศน์โดยรอบสถานที่ตั้ง
(๕) ทำการแก้ไข ต่อเติม เปลี่ยนแปลง เคลื่อนย้าย รื้อถอน หรือทำลายอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ หรือดำเนินการใดๆ ในบริเวณที่เป็นสถานที่ตั้ง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากอธิบดีกรมศิลปากร

        ๒.ในกรณีที่อธิบดีกรมศิลปากรมีคำสั่งให้บุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย ปฏิบัติให้ถูกต้องหรือเหมาะสมภายในกำหนดระยะเวลาแล้ว หากบุคคลนั้นไม่พอใจในคำสั่งของอธิบดีกรมศิลปากร ก็สามารถอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง

        ๓.หากบุคคลที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดีกรมศิลปากร และพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของอธิบดีกรมศิลปากร อธิบดีกรมศิลปากรจะมีหนังสือเตือนไปยังบุคคลดังกล่าวอีกครั้งเพื่อให้ปฏิบัติตามคำสั่ง และหากบุคคลดังกล่าวยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอีก ก็ให้อธิบดีกรมศิลปากรมีอำนาจพิจารณากำหนดค่าปรับทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

[แก้ไข] บทกำหนดโทษ (มาตรา ๓๓ - มาตรา ๓๗)

        ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีบทกำหนดโทษในกรณีดังต่อไปนี้

        ๑.ก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพ โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่ได้ขออนุญาตตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

        ๒.ก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพ โดยไม่ทำตามแบบหรือเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

        ๓.ก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติในส่วนพระบรมราชานุสาวรีย์ พระราชานุสาวรีย์ พระบวรราชานุสาวรีย์ พระอนุสาวรีย์ พระบรมรูป และพระรูปของพระบรมวงศานุวงศ์ โดยไม่ได้รับพระบรมราชานุญาต ตลอดจนทำการแก้ไข ต่อเติม เปลี่ยนแปลง เคลื่อนย้าย รื้อถอน หรือทำลายอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ หรือดำเนินการใดๆ ในบริเวณที่เป็นสถานที่ตั้ง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากอธิบดีกรมศิลปากร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

        ๔.ไม่แจ้งการชำรุด เสียหาย หรือสูญหายของอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ให้กรมศิลปากรทราบภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

        ๕.ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  • ร่างกฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงวัฒนธรรม
 
 
 
   Hosted by kapook.com