Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นวรรณคดีไทยที่มีความดีเด่นทุกด้าน เช่น การเล่นคำ การใช้อุปมาโวหารเพื่อให้เกิดภาพพจน์และจินตนาการ การใช้คำให้เกิดความสะเทือนอารมณ์ กวีได้สอดแทรกความรู้ต่าง ๆ ไว้มากมาย เช่น การจัดกระบวนทัพ ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ในการรบ นอกจากนี้กวียังได้นำชื่อนกและชื่อต้นไม้มาใช้ในบทครวญตามแบบอย่างของนิราศ จึงทำให้เรื่องลิลิตตะเลงพ่ายมีความไพเราะ นุ่มนวล น่าอ่าน
สารบัญ |
[แก้ไข] ลิลิตตะเลงพ่าย
ผู้แต่ง
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงนิพนธ์ร่วมกับ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูบาลบริรักษ์ (พระองค์เจ้ากปิษฐาขัตติยกุมาร)
[แก้ไข] ลักษณะการแต่ง
แต่งด้วยลิลิตสุภาพ ซึ่งประกอบด้วยร่ายสุภาพ โคลงสองสุภาพ โคลงสามสุภาพ และโคลงสี่สุภาพ แต่งสลับกันไป จำนวน ๔๓๙ บท โดยได้แบบอย่างการแต่งมาจากลิลิตยวนพ่าย ที่แต่งขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น
ลิลิตเปรียบได้กับงานเขียนมหากาฬ จัดเป็นวรรณคดีประเภทเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์
แบ่งออกเป็น 12 ตอนดังนี้
- ตอนที่ 1 เริ่มบทกวี
- ตอนที่ 2 เหตุการณ์ที่เมืองมอญ
- ตอนที่ 3 พระมหาอุปราชายกทัพเข้าเมืองกาญจนบุรี
- ตอนที่ 4 สมเด็จพระนเรศวรปรารภเรื่องตีเมืองเขมร
- ตอนที่ 5 สมเด็จพระนเรศวรเตรียมการสู้ศึกมอญ
- ตอนที่ 6 พระนเรศวรทรงตรวจเตรียมทัพ
- ตอนที่ 7 พระมหาอุปราทรงปรึกษาการศึกแล้วยกทัพเข้าปะทะทัพหน้าของไทย
- ตอนที่ 8 พระนเรศวรทรงปรึกษายุทธวิธีเอาชนะข้าศึก
- ตอนที่ 9 ทัพหลวงเคลื่อนพล ช้างทรงพระนเรศวรและพระเอกาทศรถฝ่าเข้าไปในกองทัพข้าศึก
- ตอนที่ 10 ยุทธหัตถี และชัยชนะของไทย
- ตอนที่ 11 พระนเศวรทรงสร้างสถูปและปูนบำเหน็จทหาร
- ตอนที่ 12 สมเด็จพระวันรัตขอพระราชทานอภัยโทษ
[แก้ไข] จุดมุ่งหมายการแต่ง
เพื่อสดุดีวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในสงครามยุทธหัตถี
[แก้ไข] เนื้อเรื่องย่อ
เริ่มต้นชมบุญบารมีและพระบรมดชานุภาพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แล้วดำเนินความตามประวัติศาสตร์ว่า พระเจ้าหงสาวดีนันทบุรงทรงทราบว่าสมเด็จพระมหาธรรมราชา เสด็จสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรได้ครองราชย์สมบัติ พระองค์จึงตรัสปรึกษาขุนนางทั้งปวงว่ากรุงศรีอยุธยาผลัดเปลี่ยนกษัตริย์ สมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จเอกาทศรถพระพี่น้องทั้งสองอาจรบพุ่งชิงความเป็นใหญ่กันยังไม่รู้เหตุผลประการใด ควรส่งทัพไปเหยีบดินแดนไทยเป็นการเตือนสงครามไว้ก่อนถ้าเหตุการณ์เมืองไทยไม่ปกติสุขก็ให้โจมตีทันทีขุนนางทั้งหลายก็เห็นชอบตามพระราชดารีนั้นพระจ้าหงสาวดีจังตรัสให้พระมาหาอุปราชเตรียมทัพร่วมกับพระมหาราช เจ้านครเชียงใหม่แต่พระมหาอุปราชกราบฑูลพระบิดาว่าโหรทายว่าชันษาของพระองค์ร้ายนัก สมเด็จพระเจ้าหงสาวดีตรัสว่าพระมหาธรรมราชาไม่เสียแรงมีโอรสล้วนแต่เชี่ยวชาญกล้าหาญในศึกมิเคยย่อท้อการสงคราม ไม่เคยพักให้พระราชบิดาใช้เลยต้องห้ามเสียอีก และ หวาดกลัวพระราชอาญาของพระบอดายิ่งนัก จึ้งเตรียมจัดทัพหลวงและทัพหัวเมืองต่างๆ เพื่อยกมาตีไทย ขณะนั้นสมเด็จพระนเรศวรเตรีมทัพจะไป ตีกัมพูชา เป็นการแก้แค้นที่ถือโอกาสรุกรานไทยหลายครั้งระหว่างที่ไทยติดศึกกับพม่าพอสมเด็จพระนเรศวรทรงทราบข่าวศึกก็ทรงถอนกำลังไปสู้รบกับพม่าทันที ทัพหน้ายกล่วงหน้าไปตั้งที่ตำบลหนองสาหร่าย ฝ่ายพระมาหาอุปราชาทรงคุมทัพมากับพระเจ้าเชียงใหม่ รี้พล 5 แสน เข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ ทรงชมไม้ ชมนก ชมเขา และคร่าครวญถึงพระสนมกำนัลมาตลอดจนผ่านไทรโยคลำกระเพิน และเข้ายึดเมืองกาญจนบุรีได้โดยสะดวก ต่อจากนั้นก็เคลื่อนพลผ่านพนมทวนเกิดลางร้ายลมเวรัมภาพัดฉัตรหัก ทรงตั้งค่ายหลวงที่ตําบลตระพังตรุ ฝ่ายสมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถทรงเคลื่อนพยุหยาตราทางชลมารค ไปขึ้นบกที่ปากโมก บังเกิดศุภนิมิต ต่อจากนั้นทรงกรีฑาทัพทางบกไปตั้งค่ายที่ตำบลหนองสาหร่ายเมื่อทรงทราบว่าพม่าส่งทหารมาลาดตะเวน ทรงแน่พระทัยว่าพม่าจะต้องโจมตีประเทศไทยจึงรับสั่งให้ทัพหน้าเข้าปะทะข้าศึกแล้วล่าถอยเพื่อลวงข้าศึกให้ประมาทแล้วสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับสมเด็จพระเอกาทศรถทรงนําทัพหลวงออกมาช่วย ช้างพระที่นั่งลองเชือกตกมันกลับเขาไปในหมู่ข้าศึกแม่ทัพนายกองตามไม่ทัน สมเด็จพระนเรศวรมหาราชตรัสท้าพระมหาอุปราชากรำยุทธหัตถีจนมีชัยชนะ พระมหาอุปราชาขาดคอช้าง สมเด็จพระเอกาทศรถกระทำยุทะหัตถีมีชัยชนะแก่มังจาชโร เมื่อกองทัพพม่าแตกพ่ายไปแล้วสมเด็จพระนเรศวรมาหาราชรับสั่งให้สร้างสถูปเจดีย์เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกีตรติพระมหาอุปราชา เสด็จแล้วจึงเลิกทัพกลับกรุงศรีอยุธยา
ขอขอบคุณข้อมูลจาก











