.:: วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

สารบัญ

[แก้ไข] วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

        วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร (วัดประยูร , วัดรั้วเหล็ก ) ตั้งอยู่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ฝั่งธนบุรี สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุญนาค) หรือ สมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่ ทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๑

        พระอุโบสถเป็นแบบไทย หน้าบันเป็นลายดอกบุนนาค พระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธนาคน้อย ซึ่งนัยว่าอัญเชิญมาจากสุโขทัยและมีสิ่งก่อสร้างที่น่าชมอีกหลายอย่าง เช่น รั้วเหล็กรูปหอก ดาบและขวาน ซึ่งสั่งมาจากอังกฤษ

        นอกจากนี้ยังมีพระเจดีย์ใหญ่เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและอัฐิคนในตระกูลบุนนาค ภูเขาจำลองหรือเขาเต่าก่อด้วยหินอยู่ข้างประตูทางเข้าวัด มีโบสถ์และเจดีย์ขนาดเล็กบนยอด บริเวณข้างล่างมีสระน้ำเป็นที่อาศัยของเต่าจำนวนมาก ข้างสระน้ำมีอนุสาวรีย์รูปปืนใหญ่ เป็นอนุสรณ์ถึงเหตุการณ์คราวฉลองวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๐ ครั้งนั้นพระรูปหนึ่งเอาปืนชำรุดไปทำไฟพะเนียง ปืนแตกระเบิดทำให้พระและชาวบ้านตายถึง ๘ คน

        วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ชาวบ้านมักนิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดรั้วเหล็ก เพราะมีรั้วเหล็กล้อมเป็นกำแพงตอนหน้าพระอุโบสถ พระวิหาร และศาลาการเปรียญด้านเหนือ รั้วเหล็กมีความสูง ๓ ศอกเศษ ทำเป็นรูปอาวุธโบราณ คือหอก ดาบ และขวาน มีลักษณะเป็นกำแพงและซุ้มประตูเล็ก ๆ เป็นตอน ๆ วัดจากมุมวิหารคดข้างพระอุโบสถไปจรดกำแพงประตูวัดด้านตะวันออกยาว ๑๔๘ เมตร ล้อมบริเวณภูเขาจำลองอีก ๒ ด้าน ด้านตะวันตกยาว ๔๘ เมตร ด้านใต้ยาว ๔๓ เมตร ล้อมเป็นกำแพงหน้าวัด ตอนขวามือเข้ามายาว ๔๐ เมตร ตอนซ้ายมือเข้ามายาว ๒๐ เมตร มีเรื่องเล่าว่า รั้วเหล็กนี้เดิมสมเด็จพระเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ สั่งเข้ามาจากประเทศอังกฤษเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อใช้ล้อมเป็นกำแพงในพระราชวัง แต่พระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงโปรด สมเด็จเจ้าพระยาจึงขอรับพระราชทาน มาใช้ล้อมป็นกำแพงในวัด โดยใช้น้ำตาลทรายแลกเอาหนักต่อหัก คือเหล็กหนักเท่าใด น้ำตาลทรายก็หนักเท่านั้น เจ้าพระยาภานุวงศ์มหาโกษาธิบดี ( ท้วม บุญนาค ) เดินทางไปกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในฐานะเป็นอัครราชทูตพิเศษเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมสัญญา ใน พ.ศ. ๒๔๒๓ เมื่อกลับถึงเมืองไทยในปีเดียวกัน ได้เล่าว่าตนพบรั้วเหล็กเป็นกำแพงเมืองหลายแห่งในกรุงลอนดอน รั้วเหล็กเหล่านั้นมีรูปลักษณะเช่นเดียวกับรั้วเหล็กที่วัดประยุรวงศาวาส


[แก้ไข] อาณาเขตวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

วัดประยุรวงศาวาส วรวิหารตั้งอยู่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ฝั่งธนบุรี ๒๔/๑ ถนนประชาธิปก แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ ๒๗ ไร่ ลักษณะพื้นที่ราบเรียบสี่เหลี่ยม มีอาณาเขตอุปจารดังนี้

  • ทิศตะวันออก มีอาณาเขตจรดถนนประชาธิปก
  • ทิศตะวันตก มีอาณาเขตจรดคลองสาธารณะ
  • ทิศเหนือ มีอาณาเขตจรดถนนเทศบาลสาย ๑
  • ทิศใต้ มีอาณาเขตจรดถนนเทศบาลสาย ๒ และโรงเรียนศึกษานารี


[แก้ไข] ความสำคัญ

พระอารามหลวง ชั้นโท ชนิดวรวิหาร

[แก้ไข] สังกัดคณะสงฆ์

มหานิกาย

[แก้ไข] เจ้าอาวาส

พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต)

[แก้ไข] พระอุโบสถ วัดประยุรวงศาวาส

        เป็นสถาปัตยกรรมแบบทรงไทย กว้าง ๑๘.๒๔ เมตร ยาว ๒๕.๒๐ เมตร หลังคาลด ๒ ชั้น หน้าบันเป็นลายดอกพุดตาน ด้านหน้าและด้านหลังมีประตูเข้าออกด้านละ ๒ ประตู หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบ พระประธานในพระอุโบสถหล่อในปี ๒๓๗๑ อันเป็นปีที่เริ่มสร้างพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๑.๙๙ เมตร สูง ๑.๖๒๕ เมตร ประกอบด้วยพระพุทธลักษณะอันงดงาม

        พระพุทธรูปองค์นี้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ ให้ช่างชาวไทยเป็นผู้หล่อ ได้ว่าจ้างช่างลงรักปิดทองมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกล่าวกันว่ามีฝีมือและกรรมวิธีการปิดทองดีเยี่ยมมาปิดทองพระพุทธรูป และถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปองค์แรกที่นำช่างฝีมือปิดทองเป็นชาวต่างชาติจากประเทศญี่ปุ่น

[แก้ไข] พระประธานใพระอุโบสถ

        ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบัน ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานชื่อพระประธานในพระอุโบสถ เพื่อเป็นสิริมงคลและเป็นเกียรติประวัติแก่วัด ว่า. "พระพุทธธรรมเชษฐศาสดา " แปลว่า พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นพระศาสดาประเสริฐสุดโดยธรรม

        พระอุโบสถนี้ได้รับการซ่อมแซมเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ ๔ กล่าวคือ เมื่อพระ บาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จมาพระราชทานผ้าพระกฐินที่วัดประยุรวงศาวาส ได้มีพระราชดำรัสแนะนำว่า เสาภายในพระอุโบสถห่างกันมากจนน่ากลัวเป็นอันตราย

        สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ( ช่วง บุญนาค ) เมื่อครั้งเป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ สมุหพระกลาโหมจึงก่อเสารายในพระอุโบสถเพิ่มเติมอีกข้างละ ๒ ต้น จากเดิมที่เคยมีเสารายด้านละ ๔ ต้น รวมเป็นเสารายทั้งสิ้นด้านละ ๖ ต้น มีระยะห่างกันต้นละ ๓ ศอกเศษ

        ต่อมา พ.ศ. ๒๔๒๒ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ได้ให้ซ่อมแซมพระอุโบสถอีกครั้ง โดยรื้อช่อฟ้าใบระกาของเก่าและปลี่ยนทำใหม่ จัดการดึงพระประธานที่ทรุดเอียงไปทางทิศตะวันตกให้ตรง


[แก้ไข] บูรณะปฎิสังขรณ์

        สงครามโลกครั้งที่ ๒ วัดประยุรวงศาวาสประสบภัยจากลูกระเบิดที่ฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งลงมาหวังทำลายสะพานพระพุทธยอดฟ้า แรงระเบิดทำให้เสนาสนะและถาวรวัตถุต้องหักพังและชำรุดเสียหายเป็นอันมาก พระอุโบสถก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน

        คณะกรรมการวัดประยุรวงศาวาสได้ดำเนินการบูรณปฎิสังขรณ์พระอุโบสถภายหลังสงครามโลกสิ้นสุดลง ใน พ.ศ. ๒๕๓๓ พระเทพประสิทธิคุณ ( มงคล วิโรจโน ) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสได้จัดให้มีการบูรณปฎิสังขรณ์พระอุโบสถทั้งส่วนหลังคาฝาผนังและพื้นล่างทั้งหมด อันนับเป็นการซ่อมแซมครั้งใหญ่ที่สุดของพระอุโบสถหลังนี้ซึ่งมีอายุ ๑๖๒ ปี และในโอกาสนี้เอง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาถวายผ้าพระกฐินที่วัดประยุรวงศาวาส.



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เว็บไซต์ธรรมะไทย

วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร


ภาพประกอบทางอินเตอร์เน็ต

 
 
 
   Hosted by kapook.com