Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
วันที่อยู่อาศัยโลก
คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า "บ้าน" คือ พื้นที่ซึ่งให้ความรู้สึกว่าปลอดภัย มั่นคง เป็นที่พักพิง ยามเหนื่อยล้า กับการใช้ชีวิตข้างนอก บ้านจึงกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญของมนุษย์ แต่ก็มีผู้คนอีกจำนวนมากที่ไม่มีบ้าน
สารบัญ |
[แก้ไข] วัตถุประสงค์
จากการที่สหประชาชาติได้กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันที่อยู่อาศัยโลก (World Habitat Day) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศต่างๆ ในโลกได้ให้ความสนใจกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ตลอดจนสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม และเพื่อสร้างความตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกันในการจัดการให้มนุษย์ทุกคนมีที่อยู่อาศัยในอนาคต ซึ่งยูเอ็นได้ตั้งเป้าว่าภายในปี ค.ศ.2020 จะสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยที่ถูกสุขลักษณะ โดยการกำจัดปัญหาสลัมแออัดในเมืองให้หมด
[แก้ไข] ค.ศ. 2020
เพื่อให้คนสลัมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เนื่องจากการมีสลัมเกิดขึ้นได้สะท้อนให้เห็น ถึงความยากจนและคุณภาพชีวิตของคนในประเทศนั้น ซึ่งเชื่อว่า หากไม่มีมาตรการที่จะส่งเสริมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใน 30 ปี ข้างหน้าจะมีคนที่อยู่อาศัยในสลัมเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ล้านคน
นั่นจึงหมายถึง ความล้มเหลว ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนยากจนทั่วโลก แต่อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวจะหมดไปหากแต่ละประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิต และการขจัดความยากจน โดยหากตรวจสอบไล่เรียงความยากจนของประชาชนทั่วโลก จะพบว่าปัจจุบันประชากรในเอเชียกว่า 14% ที่ประชาชนมีบ้านอยู่ภายในสลัม ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างมาก และสะท้อนถึงปัญหาความยากจน
[แก้ไข] หัวข้อในแต่ละปี
- 1986 Shelter is my Right
- 1987 Shelter for the Homeless
- 1988 Shelter and Community
- 1989 Shelter, Health and the Family
- 1990 Shelter and Urbanization
- 1991 Shelter and the Living Environment
- 1992 Shelter and Sustainable Development
- 1993 Women and Shelter Development
- 1994 Home and the Family
- 1995 Our Neighborhood
- 1996 Urbanization, Citizenship and Human Solidarity
- 1997 Future Cities
- 1998 Safer Cities
- 1999 Cities for All
- 2000 Women in Urban Governance
- 2001 Cities without Slums
- 2002 City-to-City Cooperation
- 2003 Water and Sanitation for Cities
- 2004 Cities-Engines of Rural Development
- 2005 The Millennium Development Goals and the City
- 2006 Cities-Magnets of Hope
[แก้ไข] ปัญหาที่อยู่อาศัยในประเทศไทย
สำหรับประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะยกระดับความยากจน โดยการจัดหาบ้านที่มั่นคงให้ภายใต้โครงการบ้านมั่นคงถือว่าเป็นโครงการที่รัฐบาลกำหนดมาเพื่อพัฒนาสลัมแออัดในเมืองให้เปลี่ยนเป็นชุมชนเมือง ดังที่นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายก รัฐมนตรี ประกาศนโยบายว่า ในปี พ.ศ. 2551 รัฐบาลจะต้องดำเนินการสร้างบ้านให้คนไทยได้อยู่อาศัยจำนวน 1 ล้านหลังให้ได้ โดยแยกเป็นบ้านมั่นคง 3 แสนหลัง บ้านเอื้ออาทร 6 แสนหลัง และบ้านน็อคดาวน์อีก 1 แสนหลัง
อย่างไรก็ตามขณะที่รัฐบาลได้พยายามประกาศนโยบายบ้านมั่นคง ในทางกลับกันการปฏิบัติสวนทางกับนโยบายที่สวยหรู เพราะไม่เพียงชาวชุมชนแออัดไม่มีบ้านเท่านั้น หากพวกเขากำลังจะสูญเสียบ้านไปด้วยเช่นกัน จากปัญหาไล่รื้อกลายเป็นปัญหาและวาระแฝงที่ซ่อนมากับนโยบายที่สวยงาม มากกว่า 33 ชุมชนทั่วประเทศ ต้องตกอยู่ในสภาพที่หวาดกลัวที่จะต้องเผชิญกับปัญหาการไล่รื้อ จนเป็นสาเหตุของการรวมตัวของชาวชุมชนแออัดกว่า 2,000 คน จากเครือข่ายสลัม 4 ภาค เพื่อเรียกร้องให้รัฐเข้ามาแก้ไขปัญหา และถามถึงความจริงใจในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนจนในชุมชนแออัด
[แก้ไข] สาเหตุหลัก
ดูเหมือนว่าสาเหตุหลักของนโยบายไล่รื้อ คือความไม่ชัดเจนของนโยบายบ้านมั่นคง และความไม่เข้าใจวิถีชีวิตของชาวชุมชนแออัดอย่างแท้จริง นางประทิน เวคะยานนท์ ที่ปรึกษาเครือข่ายสลัม 4 ภาค กล่าวว่า คนสลัมมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบากมากเนื่องจากต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟแพงกว่าคนทั่วไปกว่าครึ่ง ถือเป็นการซ้ำเติมปัญหาหลังแปรรูปรัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบจากการไล่รื้อเพื่อให้รัฐบาลนำที่ดินไปสร้างโครงการเมกะโปรเจค เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มและสายสีแดงอ่อน ที่รัฐบาลได้อนุมัติแล้ว มีชุมชนถูกไล่ที่ 29 ชุมชน 3,254 ครัวเรือน กว่า 10,000 คน โครงการส่งเสริมความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของรัฐบาลโดยต้องไล่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬ โครงการพัฒนาเกาะรัตนโกสินทร์ไล่ที่ 20 ชุมชน ชุมชนแถบถนนเดิม ถนนราชดำเนิน ท่าเตียน ท่าพระจันทร์ การจัดระเบียบคนไร้บ้าน โครงการคลองเตยคอมเพล็กซ์ เป็นต้น
"สิ่งเหล่านี้รัฐบาลไม่สามารถสร้างความชัดเจนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของคนสลัมได้เลย ถ้ารัฐบาลยังดื้อดึงออกนโยบายโดยคำนึงถึงคนกลุ่มหนึ่งเพื่อสร้างความร่ำรวย แต่เหยียบย่ำคนจนให้จมดิน มองแต่ความเจริญก้าวหน้าของตัวเอง แบบนี้คงไม่ต้องรอ ให้คนจนหมดจากประเทศภายใน 6 ปีหรอก เพราะวันนี้คนจนกำลังจะตายหมดแล้ว" นางประทินกล่าว
ด้วยความไม่ชัดเจนของนโยบาย จึงหมายถึงเป้าหมายที่จะขจัดความยากจนให้หมดภายใน 6 ปี เป็นเรื่องเพ้อฝันด้วยเช่นกัน นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาไม่ถูกจุด พยายามที่จะแก้ปัญหาแบบฉาบฉวยไม่มองถึงลักษณะโครงการ อาทิ ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดขณะนี้คือเรื่องที่ดิน ถ้ารัฐบาลไม่สามารถจัดสรรที่ดินให้กับคนจนได้ อีกอย่างหนึ่งรัฐบาลจะปฏิรูปที่ดินโดยการให้นายทุนไปเช่าซื้อที่ดินที่มีอยู่สร้างสาธารณูปโภค สร้างอาคารพาณิชย์ สร้างห้างสรรพสินค้า เน้นความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเพราะมองว่าได้กำไรมากกว่าการให้คนจนเช่า และถ้าหากรัฐบาลมีแนวคิดที่จะเปิดเขตการค้าเสรีด้วยแล้วปัญหาคนจนไม่มีทางที่จะแก้ได้อย่างแน่นอน
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
- สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)
- องค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต












