.:: วันเอดส์โลก - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
วันเอดส์โลก
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

วันเอดส์โลก

ภาพ:World_Aids_Day_01.jpg

        เชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ เป็นโรคที่คร่าชีวิตมนุษย์ชาติไปมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลก โดยเพียงช่วงแรกของการแพร่ระบาดได้มีผู้ติดเชื้อไปถึง 62 ล้านคน และในปัจจุบันก็ได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

สารบัญ

[แก้ไข] ทำความรู้จัก

        HIV (Human Immunodeficiency Virus) เชื้อไวรัสนี้เป็นสาเหตุของโรคเอดส์ โดยเชื้อเอชไอวีจะเข้าทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันโรค ให้ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆที่เข้ามาในร่างกายเวลาที่เราเจ็บป่วย

        AIDS (Acquired Immunodeficiency Syndrome) คือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยโรคเอดส์จะเกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายถูกเชื้อเอชไอวีบั่นทอนให้อ่อนแอลง จนถึงขั้นที่ร่างกายไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคต่างๆ ได้อีก จนเริ่มติดเชื้อหรือเกิดเป็นโรคต่างๆ เช่น มะเร็ง เป็นต้น

        เมื่อเชื้อไวรัสเอชไอวี (เชื้อเอดส์) เข้าไปในร่างกายจะเข้าไปจับที่เม็ดเลือดขาว ซึ่งเม็ดเลือดขาวจะกระจายอยู่ในกระแสเลือด, น้ำอสุจิ, น้ำในช่องคลอด การที่คนเราจะได้รับเชื้อเอชไอวี หรือที่เรียกกันจนติดปากว่าติดเอดส์ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะติดกันได้ในการใช้ชีวิตประจำวัน หากต้องมีช่องทางการติดที่เฉพาะจริงๆ เท่านั้น โดยมีข้อสังเกตง่ายๆ ว่า ต้องมีองค์ประกอบทั้ง 3 อย่าง จึงจะมีความเป็นไปได้ที่จะได้รับเชื้อ ได้แก่

  • ต้องได้รับเชื้อไวรัสเอชไอวีเข้าสู่ร่างกาย โดยต้องมาจากแหล่งที่มีปริมาณเชื้อมากพอที่จะทำให้ติด ได้แก่ เลือด น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด
  • เชื้อที่จะทำให้ติดต่อได้นอกจากเรื่องปริมาณแล้วเชื้อต้องมีคุณภาพและแข็งแรง เช่น ในเลือด น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด รวมทั้งต้องมีอาหารและมีสภาพที่พอเหมาะที่จะทำให้เชื้อเติบโตได้ แต่ถ้าไปอยู่ในน้ำลาย น้ำตา เชื้อไวรัสจะอยู่ในสภาพที่เป็นกรด เป็นด่าง ทำให้มันไม่แข็งแรง ไม่มีคุณภาพ เติบโตไม่ได้ หมดความสามารถที่จะทำให้ติดต่อได้
  • ต้องเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดการสัมผัสส่งต่อเชื้อได้โดยตรง เช่น การใช้เข็มฉีดยาเสพติดร่วมกัน หรือการร่วมเพศ ซึ่งเป็นการส่งต่อเชื้อกันโดยตรง โดยในกรณีการร่วมเพศ ถ้าฝ่ายชายมีเชื้ออยู่เชื้ออาจจะผ่านเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุช่องคลอด หรือถ้าผู้หญิงมีเชื้ออยู่เชื้ออาจจะผ่านเข้าสู่ร่างกายทางปลายเปิดขององคชาติ

        คนส่วนใหญ่จะกังวลกับการติดเอดส์จากช่องทางที่มีโอกาสเสี่ยงน้อยมากๆ เช่น การช่วยคนประสบอุบัติเหตุ การสัมผัสกับเลือดตามแต่จะสมมติกัน แต่มักจะไม่คิดถึงช่องทางที่ทำให้ติดเอดส์จากวิถีชีวิตและพฤติกรรมทางเพศที่กระทำอยู่เป็นประจำ ทั้งที่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนว่ากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีติดจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน

[แก้ไข] ความเชื่อที่ผิด

  • ประสบการณ์และการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากว่า 20 ปี แสดงให้เห็นว่า เชื้อเอชไอวีไม่สามารถแพร่สู่กันได้โดยการติดต่อในชีวิตประจำวันกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี และไม่สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางการกอด การสัมผัสมือที่เป็นการทักทายแบบชาวตะวันตก หรือการปฏิสัมพันธ์ภายนอกอื่น ยกตัวอย่างเช่น การใช้ห้องน้ำร่วมกัน การใช้เตียงนอนร่วมกัน การใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารหรือรถแท็กซี่ร่วมกัน
  • เอชไอวีไม่ใช่โรคติดต่อทางอากาศ เหมือนกับไข้หวัด และไม่ติดต่อผ่านทางแมลง เช่น ยุง
  • โดยทั่วไปแล้วเชื้อเอชไอวีติดต่อกันผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย โดยมีการแลกเปลี่ยนของเหลวในร่างกาย เช่น อสุจิ เลือด หรือของเหลวในช่องคลอด นอกจากนี้เชื้อเอชไอวียังสามารถติดต่อผ่านทางการใช้เข็มหรืออุปกรณ์ฉีดยาร่วมกันของผู้ใช้ยาเสพติด ขณะที่ผู้หญิงตั้งครรภ์สามารถแพร่เชื้อไปสู่ลูกได้ในระหว่างการตั้งครรภ์ การคลอดและการเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่
  • การป้องกันที่ไม่จำเป็น เช่น การสวมที่ปิดจมูกหรือการสวมถุงมือ หรือการจัดสถานที่สำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวีและเอดส์ที่มาพักในโรงแรม รวมถึงการให้พักหรือรับประทานอาหารในบริเวณที่แยกจากแขกกลุ่มอื่นเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นอย่างสิ้นเชิง การกระทำดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติและต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้น

[แก้ไข] ความเป็นมา

        โรคเอดส์เริ่มเป็นที่รู้จักครั้งแรกในปี พ.ศ. 2424 โดยการก่อตัวขึ้นในบางส่วนของโลกและเป็นอยู่ในหมู่ชนบางกลุ่มเท่านั้น แต่ในปัจจุบันมีการตรวจพบโรคนี้ทั่วโลก และอัตราผู้ป่วยโรคเอดส์เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกา

[แก้ไข] เอดส์ในประเทศไทย

        สำหรับในประเทศไทยนับตั้งแต่เริ่มมีโรคเอดส์เกิดขึ้นตามรายงานครั้งแรกในปี พ.ศ. 2527 จนถึงปี พ.ศ. 2533 จำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อโรคเอดส์มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้รัฐบาลจะประกาศเจตนารมณ์ที่จะแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ โดยมอบให้กระทรวงสาธารณสุขรับผิดชอบให้มีคณะกรรมการประสานงานเกี่ยวกับโรคเอดส์แห่งชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528

        โดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดนโยบายและแผนการป้องกันและควบคุมโรคเอดส์ระดับชาติสำหรับปี 2531-2534 เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรคเอดส์รวมถึงลดผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ ให้มีการประสานและร่วมมือกันระหว่างองค์กรทั้งภาครัฐบาลและเอกชน แต่สถานการณ์ของโรคกลับแพร่กระจายมากขึ้น และกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กล่าวคือ เป็นที่เข้าใจกันว่าโรคนี้เกิดเฉพาะในกลุ่มชายรักร่วมเพศ, กลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดที่ใช้เข็มฉีดยาเข้าเส้นร่วมกัน และกลุ่มที่มีความสำส่อนทางเพศ แต่ในปัจจุบันโรคนี้ได้แพร่กระจายเข้าไปในกลุ่มอื่นๆ ด้วย เช่น ผู้ที่ได้รับการบริจาคเลือดหรืออวัยวะที่มีเชื้อโรคเอดส์, ทารกในครรภ์มารดาที่ติดเชื้อเอดส์ รวมทั้งยังกระจายไปยังกลุ่มเยาวชนและผู้หญิงอีกด้วย

[แก้ไข] สถานการณ์เอดส์ทั่วโลก

        ดังจะเห็นได้จากการรายงานสถานการณ์ผู้ป่วยเอดส์ทั่วโลกของโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอดส์ (UNAIDS) ที่ระบุว่าในปี พ.ศ. 2546 มีผู้เป็นเอดส์ทั่วโลกกว่า 38 ล้านคน ซึ่งในจำนวนผู้ติดเชื้อโรคเอดส์นี้ เป็นผู้ใหญ่ประมาณ 31 ล้านคน เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี อีก 7 ล้านคน

        ในปีเดียวกันทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคเอดส์ตายไปกว่า 3 ล้านคน อีกทั้งข้อมูลขอองยูเอ็นเอดส์ยังระบุอีกว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา มีผู้หญิงเป็นกลุ่มที่ติดเชื้อเอชไอวีมากขึ้นในทุกภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะผู้หญิงในเอเชียตะวันออกมีอัตราของการติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 56 รองลงมาคือผู้หญิงในยุโรปตะวันออกและเอเชียกลาง ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังไม่ป่วยเป็นโรคเอดส์สูงถึง 39.4 ล้านคน เทียบกับเมื่อปี 2545 มีเพียง 36.6 ล้านคน และปี 2546 ที่มีอยู่แค่ 38 ล้านคน

        ปัจจุบันทวีปเอเชียมีอัตราเพิ่มของผู้ติดเชื้อมากกว่าร้อยละ 50 ของผู้ติดเชื้อทั้งหมดทั่วโลก โดยในประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม เป็นประเทศต้นๆ ที่มีอัตราการรับเชื้อเพิ่ม เฉพาะรัสเซียประเทศเดียวก็มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีไม่ต่ำกว่า 860,000 คน

        ในบรรดาผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วโลกเกือบ 40 ล้านคน มีผู้ติดเชื้อประมาณ 37 ล้านคน ที่มีอายุระหว่าง 15-49 ปี ในจำนวนนี้เป็น เพศหญิง เกือบครึ่ง โดยเฉพาะผู้หญิงทั่วโลกที่อยู่ในวัยตั้งแต่ 15-24 ปี กลายเป็นเหยื่อเอดส์รายใหม่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 60 และเยาวชนหญิง วัยระหว่าง 15-19 ปี เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ ร้อยละ 56 อีกทั้งมีรายงานว่าเฉพาะทวีปแอฟริกา แถบทะเลทรายซาฮารา พบการติดเชื้อเอชไอวีในผู้หญิงสูงถึง 13.3 ล้านคน

[แก้ไข] วันเอดส์โลก

        เพื่อให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ได้ตระหนักถึงอันตรายจากการติดต่อและการป่วยเป็นโรคนี้ จึงได้มีการพยายามหามาตรการเพื่อป้องกันและหยุดยั้งโรคเอดส์ให้เป็นผลสำเร็จ โดยองค์การอนามัยโลกจึงได้กำหนดให้วันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันเอดส์โลก ซึ่งเริ่มครั้งแรกในวันที่ 1 ธันวาคม 2531 โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงอันตรายจากการติดต่อและการเจ็บป่วยด้วยโรคเอดส์
  • เพื่อสร้างเสริมและสนับสนุนให้มีมาตรการการป้องกันให้มากยิ่งขึ้นในสังคมทุกระดับ
  • เพื่อให้มีการจัดกิจกรรมต่อต้านต่างๆ ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
  • เพื่อส่งเสริมให้เกิดการยอมรับและห่วงใยต่อผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อ
  • เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

        ดังนั้นการจัดกิจกรรมรณรงค์ในวันเอดส์โลก จะเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ทุกคนได้ให้ความเห็นใจและห่วงใยต่อผู้ติดเชื้อและผู้ป่วย ตลอดจนให้ทุกคนมีความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ อันจะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้การขยายตัวของโรคนี้ลดน้อยลง

[แก้ไข] สัญลักษณ์

ภาพ:Red_Ribbon.jpg

        สัญลักษณ์ของวันเอดส์โลกก็คือ โบว์สีแดง (Red Ribbon) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้กันทั่วโลก เพื่อแสดงถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี โพซิทีฟ (HIV-positive) กับผู้ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเอดส์ทั้งหลาย

[แก้ไข] ธีมในแต่ละปี

ภาพ:AIDS_Day_Themes.jpg

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

วิกิพีเดีย

ไอ เอดดูเคชั่น โซน

ป๊อปคอร์น

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

 
 
 
   Hosted by kapook.com