.:: สินเชื่อ - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
สินเชื่อ
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

สารบัญ

[แก้ไข] สินเชื่อ

        ความหมายของสินเชื่อ เป็นความเชื่อถือและไว้วางใจระหว่างบุคคล 2 ฝ่ายในการที่จะให้สินค้าหรือบริการไปใช้ก่อน โดยมีสัญญากำหนดเงื่อนไขและเงื่อนเวลาการชำระคืนในอนาคต สินเชื่อจะให้ความสำคัญและคำนึงถึงในเรื่องของสภาพคล่องเป็นอย่างมาก

        สภาพคล่อง หมายถึงสินทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็ว มีเงินหมุนเวียนในกิจการอย่างไม่ขาดมือ เพียงพอที่จะจับจ่ายใช้สอยประจำวัน และมีเงินพอที่จะจ่ายให้กับเจ้าหนี้ทันทีทันใด

        สาระสำคัญของสินเชื่อ

        เป็นความเชื่อถือและไว้วางใจระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย ในการที่จะให้สินค้าหรือบริการไปใช้ก่อนโดยมีสัญญากำหนดเงื่อนไขและเงื่อนเวลาการชำระคืนในอนาคต

        สินเชื่อประกอบด้วยองค์ประกอบที่สำคัญ 4 ประการ ดังนี้คือ

        1. ความเชื่อ Trust

        2. การแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ Economic Exchange

        3. ความเสี่ยง Risk

        4. เวลาในอนาคต Futurity

        เราอาจกล่าวถึงสินเชื่อในประเด็นต่างๆ ได้ดังนี้คือ

        ทางด้านการค้า : สินเชื่อ หมายถึง ความเชื่อถือที่ผู้ขายมีต่อผู้ซื้อ และยอมมอบสินค้าหรือบริการให้แก่ผู้ซื้อไปก่อนโดยยังไม่ต้องชำระเป็นเงินสด แต่มีสัญญาการชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการนั้นในวันข้างหน้าตามการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งก่อให้เกิดภาวะความเป็นเจ้าหนี้และลูกหนี้ตามมา

        ทางด้านผู้บริโภค : สินเชื่อ หมายถึง ความสามารถที่จะได้สินค้าหรือบริการไปใช้ก่อน โดยตกลงว่าจะนำเงินมาชำระค่าสินค้าหรือบริการในภายหน้า

        ทางด้านสถาบันการเงิน : สินเชื่อ หมายถึง บริการชนิดหนึ่งของสถาบันการเงินที่ก่อให้เกิดรายได้หลักแก่สถาบันการเงิน คือดอกเบี้ยรับจากการให้สินเชื่อและค่าธรรมเนียมต่างๆ

        กระบวนการทางด้านสินเชื่อ มี 3 ขั้นตอน ดังนี้คือ         1. Credit Transaction การเกิดรายการสินเชื่อ

        2. Credit Standing สถานะทางสินเชื่อ

        3. Credit Instruments การใช้เครื่องมือประกอบการด้านสินเชื่อ

ภาพ:กระบวนการเกิดสินเชื่อ.jpg

        กระบวนการเกิดสินเชื่อเริ่มต้นเมื่อผู้ขาย (ผู้ให้สินเชื่อ) จัดหาสินค้า, บริการ, เงินทุนให้กับผู้ซื้อ (ผู้ขอสินเชื่อ) และผู้ซื้อ (ผู้ขอสินเชื่อ) จะต้องจัดหาสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน (Medium of exchange) เพื่อแลกเปลี่ยนกับสินค้า หรือบริการที่ได้รับมาจากผู้ขาย (ผู้ให้สินเชื่อ) ซึ่งอาจเสนอเงินสด (Money) หรือสินเชื่อ (Credit) ก็ได้ ซึ่งถ้าหากสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเป็นเงินสด กระบวนการซื้อขายสินค้าหรือบริการก็จะเกิดขึ้นได้อย่างสะดวกรวดเร็ว แต่ถ้าใช้สินเชื่อในการชำระค่าสินค้าหรือบริการ ผู้ซื้อ (ผู้ขอสินเชื่อ) ก็ต้องสัญญาว่าจะชำระค่าสินค้าหรือบริการดังกล่าวในอนาคตข้างหน้าตามแต่จะตกลงกัน ซึ่งการเกิดสินเชื่อขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ขาย (ผู้ให้สินเชื่อ) ว่าข้อตกลงตามสัญญาของผู้ซื้อ (ผู้ขอสินเชื่อ) มีมูลค่าเป็นตัวเงินและยอมรับให้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนได้

        เมื่อเกิดสินเชื่อขึ้นแล้ว จะมีผู้เกี่ยวข้องอยู่ 2 ฝ่าย คือ ผู้ขายที่อาจจะเรียกได้ว่า ผู้ให้สินเชื่อ (Creditor) และผู้ซื้อ ที่อาจเรียกได้ว่า ผู้ขอสินเชื่อ (Debtor) เมื่อผู้ขอสินเชื่อ ได้รับสินเชื่อที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้ให้สินเชื่อเรียบร้อยแล้ว ผู้ขอสินเชื่อก็ต้องแสดงความสามารถในการจ่ายชำระเงินคืนให้กับผู้ให้สินเชื่อในอนาคตตามระยะเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งความสามารถในการชำระหนี้จะขึ้นอยู่กับรายได้ของผู้ขอสินเชื่อ และความตั้งใจที่จะชำระหนี้ให้กับผู้ให้สินเชื่อ

บทบาทของสินเชื่อต่อสถาบันการเงิน : สินเชื่อมีหน้าที่สำคัญในด้านต่างๆ ดังนี้คือ

        1. Intermediation Function เป็นแหล่งกลางในการระดมเงินฝากจากผู้ที่มีเงินเหลือไปให้กับผู้ที่มีความต้องการใช้เงิน

ภาพ:สินเชื่อ.jpg

        2. Risk Minimization Function เป็นการลดความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงินคืนอันอาจจะเกิดขึ้นได้ โดยผ่านกระบวนการพิจารณาสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ

        3. Provide Liquidity Function เป็นการจัดหาตลาดหรือสภาพคล่องให้กับธุรกิจในกรณีที่ผลิตสินค้าเป็นจำนวนมากหรือกรณีที่มีเงินทุนไม่เพียงพอ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก



เพิ่มเติม...

        สินเชื่อบางชนิดมีลักษณะเหมือนหรือใกล้เคียงกัน แต่จัดไว้ในประเภทที่แตกต่างกัน เนื่องจากพิจารณาจากวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ในทางปฏิบัติสินเชื่อที่เกิดขึ้นไม่ได้มีลักษณะเฉพาะเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจจะมีลักษณะหลายๆอย่างประกอบกันในเวลาเดียวกันจึงเป็นการยากที่จะจัดไว้ในประเภทใดประเภทหนึ่งอย่างเหมาะสมได้


[แก้ไข]
สินเชื่อ

[แก้ไข] ประเภทของสินเชื่อและแหล่งที่มา

การจำแนกประเภทสินเชื่อจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ดังนี้ คือ

ก. วัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อ

  • สินเชื่อเพื่อการเกษตร, สินเชื่อเพื่อการบริการ, สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค

ข. ระยะเวลาของการชำระคืน

  • เผื่อเรียก (Call) เหมาะสมสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีการใช้เงินทุนหมุนเวียนค่อนข้างสูงและมีสภาพคล่องสูง เช่นธุรกิจน้ำมัน ซึ่งมีข้อดีคือถ้าธุรกิจมีความน่าเชื่อถือดีอัตราดอกเบี้ยจะต่ำมาก
  • ระยะสั้น (Short Tem) ระยะเวลาในการผ่อนชำระจะน้อยกว่า 1 ปี
  • ระยะกลาง(Intermediate Tem) ระยะเวลาการผ่อนชำระจะอยู่ในช่วง 1,3 หรือ 5 ปี
  • ระยะยาว(Long Tem) ระยะเวลาในการผ่อนชำระมากกว่า 5 ปี

ค. การมีหลักประกัน

  • สินเชื่อที่มีหลักประกัน เป็นสินเชื่อที่มีการนำทรัพย์สินมาจำนองและ/หรือจำนำเป็นหลักประกันรวมทั้งการนำบุคคลมาค้ำประกัน โดยที่ถ้าไม่สามารถชำระเงินคืนได้แล้ว เจ้าหนี้สามารถเรียกร้องสิทธิจากหลักประกันมาชำระหนี้คืนได้
  • สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน มักเป็นสินเชื่อให้กับผู้ที่มีฐานะการเงินดี, ผลประกอบการดี และมีประวัติการติดต่อกับเจ้าหนี้มาเป็นเวลานาน

        สินเชื่อสามารถจำแนกได้เป็นหลายประเภท หลายลักษณะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ประโยชน์ แต่อาจจะสรุปออกเป็นลักษณะต่างๆ ได้ดังนี้ คือ

1. ตามลักษณะของผู้ใช้สินเชื่อ

2. ตามลักษณะรูปแบบการให้บริการ

3. ตามลักษณะการชำระคืน

4. ตามลักษณะของแหล่งที่มาสินเชื่อ

5. ตามระยะเวลาในการให้สินเชื่อ

6. ตามวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้

7. ตามหลักประกัน


[แก้ไข] 1. จำแนกตามลักษณะของผู้ใช้สินเชื่อ

         ก. สินเชื่อภาครัฐบาล คือ การที่รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐบาลตลอดจนรัฐวิสาหกิจกู้ยืมเงินหรือซื้อสินค้า หรือบริการเป็นเงินเชื่อ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานเพื่อ สาธารณประโยชน์ตามข้อตกลง เช่น งบประมาณแผ่นดิน ฯลฯ ซึ่งการเกิดสินเชื่อภาครัฐบาล จะเกิดได้จากหลายสาเหตุดังนี้ คือ


1. งบประมาณขาดดุล

2. เป็นการส่งเสริมการลงทุน

3. เป็นการขาดดุลการชำระเงิน

4. ภาวะสงคราม

สินเชื่อภาครัฐบาลควรคำนึงถึง

1. ข้อจำกัดในการให้สินเชื่อ

2. แหล่งที่มา

2.1 ภายในประเทศ - ตั๋วเงินคลัง ระยะเวลา 3 – 6 เดือน

  • พันธบัตร ระยะเวลามากกว่า 10 ปี
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย

2.2 ต่างประเทศ - ธนาคารโลก

  • องค์กรระหว่างประเทศ เช่นองค์กรสหประชาชาติ กองทุนฟื้นฟู ระหว่างประเทศ ฯลฯ

         ข. สินเชื่อภาคเอกชน คือ การกู้ยืมเงินหรือซื้อขายสินค้าหรือบริการเป็นเงินเชื่อโดยบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ธุรกิจเอกชน เพื่อนำไปใช้จ่ายส่วนตัว หรือเพียงแสวงหากำไร สามารถแบ่งได้เป็น สินเชื่อเพื่อธุรกิจ และสินเชื่อเพื่อการบริโภค

[แก้ไข] 2. จำแนกตามลักษณะรูปแบบการให้บริการ

มี 2 ชนิด คือ

         ก. สินเชื่อเกี่ยวกับสินค้าและบริการ

  • การซื้อสินค้าหรือบริการโดยมิได้มีการชำระเป็นเงินสดในทันทีที่ได้รับสินค้าหรือบริการ เป็นลักษณะของการนำสินค้าหรือได้รับบริการไปก่อนโดยยังมิได้ชำระเงิน แต่จะมีการกำหนดระยะเวลาในการชำระคืนแน่นอนตามข้อตกลงระหว่างบุคคล 2 ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกัน

         ข. สินเชื่อเงินสด

  • การกู้ยืมเงินสดเพื่อนำไปใช้จ่ายตามความต้องการของผู้กู้ยืม เป็นลักษณะที่ผู้กู้ยืมจะได้รับเงินสดออกไปจากผู้ให้กู้ยืมตามวัตถุประสงค์ที่ตกลงกันไว้ เช่น เพื่อการลงทุน เพื่อการซื้อทรัพย์ถาวร เป็นต้น

[แก้ไข] 3. จำแนกตามลักษณะของการชำระคืนมี 2 ชนิด คือ

ก. Single payment Credit สินเชื่อชำระครั้งเดียว

ข. Installment Credit สินเชื่อผ่อนส่ง


[แก้ไข] 4. จำแนกตามลักษณะของแหล่งที่มาสินเชื่อ

ก. เอกชน

ข. สถาบันการเงิน

ค. หน่วยงานธุรกิจ

ง. องค์การที่ไม่หวังผลกำไร เช่น สหกรณ์ สมาคม มูลนิธิ เป็นต้น


[แก้ไข] 5. จำแนกตามระยะเวลาการให้สินเชื่อ มี 3 ชนิด คือ

ก. สินเชื่อระยะยาว (สินเชื่อเพื่อการลงทุน) ระยะเวลามากกว่า 5 ปี

ข. สินเชื่อระยะปานกลาง ระยะเวลาตั้งแต่ 1 – 5 ปี

ค. สินเชื่อระยะสั้น ระยะเวลาน้อยกว่า 1 ปี


[แก้ไข] 6. จำแนกตามวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้ มี 2 ชนิด คือ

         ก. สินเชื่อเพื่อการบริโภค


  • สินเชื่อที่ผู้บริโภคใช้ในการซื้อสินค้าและบริการ รวมถึงการกู้ยืมเงินสดเพื่อนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์
เป็นสินเชื่อที่ผู้บริโภคเป็นผู้ใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรที่จะนำไปบริโภค โดยมี

วัตถุประสงค์เพื่อ 1. ก่อให้เกิดความสะดวกสบาย

2. เป็นการปรับปรุงวิถีการดำรงชีวิต


3. เนื่องจากความจำเป็นบังคับ

         ข. สินเชื่อเพื่อการผลิต หรือสินเชื่อเพื่อธุรกิจ

  • สินเชื่อที่ให้เพื่อนำไปใช้จ่ายในการซื้อวัตถุดิบและเครื่องมือเครื่องใช้ โดยมีวัตถุประสงค์นำไปผลิตสินค้าหรือบริการ
  • สินเชื่อที่หน่วยงานธุรกิจเป็นผู้ใช้ เพื่อทำให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงาน เช่น สินเชื่อเพื่อการเคหะ สินเชื่อเพื่อการเกษตร สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME’s เป็นต้น


[แก้ไข] 7. จำแนกตามหลักประกัน มี 2 ชนิด คือ

         ก. Secured Credit สินเชื่อที่มีหลักประกัน อาจจะเป็นการจำนำสังหาริมทรัพย์ หรือการจำนองอสังหาริมทรัพย์ก็ได้

         ข. Unsecured Credit สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน โดยอาศัยการพิจารณาจากความสามารถและความตั้งใจในการชำระหนี้ โดยมีพื้นฐานจากการติดต่อกันมาเป็นเวลานาน


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 
 
 
   Hosted by kapook.com