.:: หมากเก็บ - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หมากเก็บ
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search
การละเล่น หมากเก็บ เป็นการละเล่นพื้นบ้าน โดยใช้อุปกรณ์ประกอบเป็นก้อนหินขนาดเล็ก ซึ่งหาได้ง่าย ๆ ทั่วไป


[แก้ไข]
หมากเก็บ

ภาพ:หมากเก็บ.jpg

        ผู้เล่นมีจำนวน 2 คนขึ้นไป ผู้เล่นแต่ละคนมีเม็ดหินเรียกว่า หมาก คนละ 5 เม็ด เมื่อเริ่มเล่น ผู้เล่นทุกคนต้อง ขึ้นปี ก่อน โดยการถือหมากไว้ในมือ จากนั้น ก็โยนขึ้นและรับด้วยหลังมือ ผู้เล่นคนใดสามารถรับได้มากที่สุด จะได้เล่นเป็นคนแรก หมากหนึ่ง โยนหมากขึ้น 1 เม็ด ขณะเดียวกันก็เก็บหมากบนพื้น 1 เม็ด และเก็บหมากทีละเม็ดจนหมด หมากสอง เก็บหมากบนพื้นครั้งละ 2 เม็ด หมากสาม เก็บหมาก 3 เม็ดก่อน แล้วเก็บ 1 เม็ดที่เหลืออีกครั้งหนึ่ง หมากสี่ รวบเก็บหมากบนพื้นครั้งเดียวให้ได้ 4 เม็ด ผู้เล่นคนใดเล่นหมากสี่จบก่อนเป็นผู้ชนะ

[แก้ไข] กติกา

  1. ตกลงกันว่าได้กี่คะแนน (เรียกคะแนนว่าปี) จึงจะจบตา
  2. ขณะที่เล่นถ้ามือถูกเม็ดอื่นเขยื้อนถือว่าตายต้องเปลี่ยนให้คนอื่นเล่น
  3. ถ้ารับเม็ดที่โยนขึ้นไปไม่ได้ ถือว่าตายต้องเปลี่ยนให้คนอื่นเล่น
  4. ถ้าได้จำนวนคะแนนเกินกว่าที่กำหนดไว้ต้องเริ่มนับคะแนน ๑ ใหม่
  5. เมื่อ “ขึ้นปี” โดยการนำเม็ดหมากเก็บทั้งหมดวางไว้บนฝ่ามือแล้วโยนขึ้นไป กลับมือให้เม็ดหมากเก็บมาค้างบนหลังมือและโยนขึ้นไปอีกครั้งหนึ่งให้เม็ด หมากเก็บตกลงมาบนฝ่ามือ เหลือค้างอยู่กี่เม็ด ก็ให้นับคะแนนตามจำนวนนั้น ถ้าหาก “ขึ้นปี” แล้วไม่มีเม็ดหมากเก็บค้างอยู่ในมือถือว่าตายต้องให้คนอื่นเล่น

[แก้ไข] วิธีเล่น

        แบ่งลำดับการเล่นโดยวิธี “ขึ้นปี” ผู้ใดได้คะแนนมากที่สุดเป็นผู้เริ่มเล่นก่อน โดยโปรยเม็ดหมากเก็บให้กระจายออกไป ถ้าเป็นหมากเก็บ ๕ เม็ด ก็หยิบเม็ดหนึ่งขึ้น

มาแล้วโยนขึ้นไป ขณะเดียวกันก็หยิบเม็ดหมากเก็บที่อยู่กับพื้นขึ้นมารอกับจังหวะเม็ดที่โยน ตกลงมาและต้องรับให้ได้ ในตาแรกนี้เก็บทีละเม็ดจนครบเรียกว่า หมากหนึ่ง

        เมื่อเก็บหมดแล้วเริ่มตาที่ ๒ โดยโปรยเม็ดหมากเก็บแล้วเก็บทีละ ๒ เม็ด เรียกว่า “หมากสอง “หมากสาม” เหมือนหมากสองแต่เก็บ ๓ เม็ดครั้งหนึ่ง และ ๑ เม็ดครั้งหนึ่ง“หมากสี่” เก็บหมดทั้ง ๔ เม็ดในครั้งเดียวกัน ถ้าหากขณะเล่นมือไปถูกเม็ดหมากเก็บเม็ดใดเม็ดหนึ่งเขยื้อนหรือ รับเม็ดที่โยนขึ้นไปไม่ได้ถือว่าตายต้องให้คนอื่นเล่นต่อไป และเมื่อถึงรอบของตนเล่นจะต้องเล่นซ้ำในหมากที่ตนตายก่อนแล้วจึงเล่นต่อไป จนครบ เมื่อเล่นครบหมดทั้ง ๔ หมากแล้วจึง “ขึ้นปี” เหลือเม็ดหมากเก็บบนฝ่ามือจำนวนเท่าใดก็ถือว่าเป็นจำนวนปี หรือคะแนนที่ต้องสะสมไว้ แล้วเริ่มเล่นหมาก ๑ ใหม่ เล่นจนครบจำนวนปีที่กำหนดไว้จึงถือว่าจบตา ผู้ที่เล่นไม่ครบจำนวนปีเป็นผู้แพ้

        ส่วนการเล่นหมากเก็บ ๑๑ เม็ด ก็คล้ายกับวิธีเล่นหมากเก็บ ๕ เม็ด แต่แทนที่จะโปรยหมากหนึ่งครั้งหนึ่ง หมากสองครั้งหนึ่ง ฯลฯ ก็โปรยครั้งเดียวแล้วแบ่งเป็นหมากหนึ่ง หมากสอง หมากสามและหมากสี่เลย และมีกติกาในการเล่นเหมือนหมากเก็บ ๕ เม็ดทุกประการ

        เมื่อเล่นครบปีตามที่กำหนดไว้แล้ว ผู้ชนะมีสิทธิทำโทษผู้ที่แพ้โดยเอาเม็ดหมากเก็บกำให้ผู้แพ้ทาย ถ้าทายผิดก็จะเขกเข่าผู้ทายตามจำนวนที่ผู้ทายบอก ถ้าทายถูกก็เอาเม็ดหมากเก็บนั่นให้ผู้ทายถูกไป จนกระทั่งเหลือเม็ดสุดท้าย ผู้ชนะจะกำมือทั้ง ๒ ข้าง ข้างหนึ่งกำเม็ดหมากเก็บไว้ต่อจากนั้นก็ทำมือวน ๆ พร้อมกับร้องว่า “ตะลึง ตึงตังข้างล่างห้า ข้างบนสิบ” แล้วเอาข้อศอกข้างหนึ่งวางซ้อนไว้กับกำมืออีกข้างหนึ่ง ถ้าผู้ทายทายถูกก็จะได้เม็ดหมากเก็บนั้นไป ถ้าทายผิดจะถูกเขกเข่าตามที่ทาย คือหากทายว่าเม็ดหมากเก็บในมือล่างแต่เม็ดหมากเก็บอยู่ในมือบนจะถูกเขกเข่า ๕ ที เป็นต้น


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 
 
 
   Hosted by kapook.com