Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
“เตาทุเรียง” เป็นชื่อเรียกเตาเผาถ้วยชามสังคโลกสมัยสุโขทัย
[แก้ไข] เตาทุเรียง
เตาทุเรียง คือ เตาสำหรับเผาเครื่องถ้วยชามต่าง ๆ ในสมัยสุโขทัย หรือรู้จักกันในนามเครื่องสังคโลก โดยทั่วไป เตาทุเรียง หมายถึง เตาบริเวณตัวเมืองสุโขทัย แต่ทำเป็นเพียงส่วนน้อยไม่มากเหมือนที่เมืองศรีสัชนาลัย ซึ่งจากการขุดค้นทางโบราณคดี ได้พบเตาเผาเครื่องสังคโลกมากมาย ทั้งที่สุโขทัยและ ศรีสัชนาลัย ลักษณะของเตาเผาที่พบจากแหล่งผลิตเครื่องสังคโลกทั้ง 2 แหล่ง ที่กล่าวมานั้น อาจจำแนกออกตามลักษณะทางเดินของลมร้อน คือความร้อนภายในเตาที่ถูกบังคับให้เป็นไปตามทิศทางที่ต้องการ ได้ 2 ประเภท คือ
1. เตาเผาชนิดความร้อนระบายขึ้น
2. เตาเผาชนิดทางลมร้อนเดินผ่านหรือเดินตรง ซึ่งแบ่งเตาเป็น 3 ตอน คือ ที่ใส่ไฟ, ที่วางถ้วยชาม และปล่องไฟ
เตาเผาเครื่องสังคโลกนี้ จะพบอยู่ในบริเวณใกล้ลำน้ำ เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญในกระบวนการผลิต ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมดิน หมักดิน แล้วปั้น จนถึงการเผา รวมทั้งลำน้ำยังเป็นเส้นทางในการขนส่งอีกด้วย
[แก้ไข] แหล่งค้นพบเตาทุเรียง
เตาทุเรียงที่สำรวจพบมีอยู่ 3 บริเวณด้วยกัน คือ
1. เตาทุเรียงบริเวณเมืองเก่าสุโขทัย อยู่ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของตัวเมืองสุโขทัยใกล้กับวัดพระพายหลวงตามแนวฝั่งลำน้ำโจน เป็นเนินดิน ชาวบ้านเรียกกันว่า เนินร่อนทอง บริเวณนี้นักโบราณคดีได้พบเตาเผาสังคโลกไม่น้อยกว่า 49 เตา เต็มไปด้วยร่องรอยมูลดินกับเศษถ้วยชามสังคโลก เตาแบบนี้เป็นเตาเผาแบบอิฐ กว้าง1.50-2.00 เมตร ยาว 4-5 เมตร ทำเป็นรูปคล้ายประทุนเกวียนแบ่งเป็น 3 ตอน คือ ที่ใส่ไฟ ที่วางถ้วยชาม และปล่องไฟ คาดว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18 ตั้งอยู่ใกล้กับคูแม่โจนซึ่งเป็นคูน้ำล้อมรอบวัดพระพายหลวง เตาเผานี้มีความยาว 5 – 6 เมตร แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือส่วนจุดเชื้อเพลิง ส่วนวางภาชนะ และส่วนระบายความร้อน เครื่องปั้นดินเผาที่พบในเตาทุเรียงแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นภาชนะถ้วยโถโอชามที่เป็นของใช้สอยเป็นส่วนใหญ่ เครื่องปั้นเคลือบสีดำหรือสีน้ำตาลเนื้อดินค่อนข้างหยาบชุบน้ำดินสีขาวลวดลายสีดำ แล้วเคลือบใสสีเขียวอ่อน การเรียงถ้วยชามเข้าเตาเผาในแห่งนี้จะใช้ “ กี๋ “คือจานที่มีขา ปุ่ม 5 ปุ่ม วางคั่นระหว่างชามต่อชาม ฉะนั้น ภายในชามของเตาสุโขทัยจึงมีรอย 5 จุด ปรากฎอยู่ และยังมีการค้นพบเตาทุเรียงอีก 49 แห่งใน 3 พื้นที่ด้วยกัน คือ พบเตาทุเรียง 37 แห่งทางทิศเหนือของคูเมือง ทิศใต้ 9 แห่งใกล้กับกำแพงเมือง และทิศตะวันออกอีก 3 แห่ง
2. เตาทุเรียงป่ายาง อยู่ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำยม เหนือแก่งหลวง อยู่ใกล้เมืองเก่าศรีสัชนาลัย ห่างจากกำแพงเมืองประมาณ 500 เมตร สำรวจพบแล้ว 21 เตา ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนเนินดินที่ทับถมสูง 24 เมตร เป็นเตาทุเรียงที่เผาสังคโลกดีทั้งสิ้น แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ
- กลุ่มเตายักษ์ เป็นกลุ่มเตาที่อยู่ใกล้เมืองศรีสัชนาลัย มีเตาตั้งเรียงรายกันอยู่ 15 เตา เป็นเตาที่เผาเครื่องถ้วยชาม และประติมากรรมลอยตัวขนาดใหญ่ รวมทั้งเครื่องประดับสถาปัตยกรรมต่าง ๆ เช่น ยักษ์ เทวดา มังกร ช่อฟ้า เตายักษ์เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกตามยักษ์สังคโลก ที่พบบริเวณเตาเหล่านี้
- กลุ่มเตาตุ๊กตา เป็นกลุ่มเตาเผาที่อยู่ห่างจากกลุ่มเตายักษ์ออกมาทางทิศเหนือ ประมาณ 600 เมตร พบซากเตา 6 เตา กลุ่มเตาบริเวณนี้ผลิตประติมากรรมลอยตัวขนาดเล็ก ทั้งรูปคน และสัตว์ ลักษณะโครงสร้างของเตาเป็นเตาประทุน มีรูปร่างรีก่อหลังคาโค้ง บรรจบกันคล้ายประทุนเรือ ตั้งอยู่บนพื้นลาดเอียง 10 - 30 องศา ภายในเตาแบ่งออกเป็นสามส่วน คือ ช่องใส่ไฟ ห้องบรรจุภาชนะ และปล่องไฟ
เครื่องสังคโลกที่ได้จากแหล่งนี้มีลวดลาย น้ำยาเคลือบสวยงาม รูปแบบพิเศษกว่าเตาเผาแหล่งอื่น สันนิษฐานว่าเตานี้จะเป็นเตาหลวง สมเด็จ ฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดวงศ์ ทรงกล่าวไว้ในหนังสือ “จดหมายระยะทางไปพิษณุโลก “ตอนหนึ่งว่า….ตัวเตาตามที่เมื่อผ่านไปนั้น ก็เหมือนจอมปลวกโตๆ เรียงกันไปเป็นแถวในที่ริมน้ำแม่น้ำ ตั้งริมกำแพงเมืองขึ้นไปจนถึงบ้านอ้อ อำเภอดง ตามแถวเตานั้นมีหลุมใหญ่น้อยรอยคนร้ายขุดคุ้ย และเกลื่อยกลาดไปด้วยชามแตกบ้าง บุบบี้ ติดกันบ้างกับทั้งดากใหญ่น้อย สำหรับรองชามเมื่อเผาเคลือบรูปดาก (กี๋) ก็เหมือนดากพุ่มแต่กลางกลวงทำด้วยดินกับทั้งอิฐเตาหักๆ ด้วย รูปเตาจะเป็นอย่างไรไม่ทราบ ไม่มีเวลาขูดดู…
เส้นทางเข้าสู่เตาทุเรียงบ้านป่ายาง จากตัวเมืองสุโขทัยไปทางทิศเหนือ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 ประมาณ 55 กิโลเมตร
3. เตาทุเรียงเกาะน้อย ที่อำเภอศรีสัชนาลัย เครื่องสังคโลกเตาทุเรียงเกาะน้อย ปัจจุบันในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยริมฝั่งคลองบางบอน ตำบลหนองอ้อ อำเภอศรีสัชนาลัย ตั้งอยู่ห่างจากเตาป่ายางออกไป 5 กม. มีซากเตากระจัดกระจายทั่วไปตามฝั่งขวาของแม่น้ำยม พบเตาในพื้นที่เกาะน้อยจำนวน 150 เตา โดยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ๆ แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
- เตาตะกรับ เป็นเตาเผาชนิดระบายความร้อนไหลผ่านตามแนวดิ่งและแนวตั้งให้ความร้อนไม่เกิน 900 องศาเซลเซียส ลักษณะรูปร่างกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 เมตร แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ห้องบรรจุภาชนะตอนบนเป็นแผ่นดินเหนียวเจาะรูกลมเพื่อระบายความร้อน และห้องใส่ไฟอยู่ข้างล่าง
- เตาประทุน เป็นเตาเผาชนิดระบายความร้อนไหลผ่านในแนวนอนเช่นเดียวกับเตาทุเรียงที่บ้านป่ายาง
และยังมีเตาอีกเป็นจำนวนมากจมฝังอยู่ใต้ดิน จำนวน 131 เตา และคาดว่ามีเตาที่สูญสลายไปแล้วอีกเป็นจำนวนมาก เป็นแหล่งเตาเก่ามีการเผาเครื่องถ้วยก่อนสมัยสุโขทัย เครื่องถ้วยเคลือบสีน้ำตาลที่เรียกว่าเชลียง เครื่องถ้วยเผาที่เตาเกาะน้อยมีลักษณะคล้ายเครื่องถ้วยลพบุรี มีทั้งสีน้ำตาลไหม้อย่างเครื่องเคลือบขอม และสีน้ำตาลอมเหลือง เป็นเตาที่ทำเครื่องถ้วยชามมาก่อน และเปลี่ยนมาเป็นเตาเผาเครื่องถ้วยเขียวไข่กา (เซลาดอน) เป็นแหล่งผลิตส่งขายต่างประเทศโดยเฉพาะในอาเซียอาคเนย์ ส่วนใหญ่เป็น ชาม จาน จานเชิง ขวด สีของเครื่องสังคโลกมีหลายสี เช่นสีน้ำตาล สีเหลืองอ่อน สีขาว มีลวดลายที่เขียนด้วยสีที่เข้มกว่าลงในภาชนะ ภาชนะที่ยังดิบอยู่แล้วจึงชุบเคลือบและเผา การเรียงเครื่องถ้วยในเตาเผาไม่ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ อย่างเตาสุโขทัย แต่จัดวางบนกี่แท่งกลวง ดังนั้นก้นชามที่เตาแห่งนี้จึงมีวงแหวนปรากฏอยู่
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- ทัวร์อินไทยดอทคอม
- Trips Magazine vol.6 no.67 May 2002
- ประเพณีไทยดอทคอม
- เว็บไซต์ “มหาวิทยาลัยรามคำแหง”
- ไทยแลนด์มุสลิมดอทคอม











