Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
เรื่องกากี มีเค้ามาจากเรื่องในนิบาตชาดก ชื่อ กากาติชาดก ในชาดกเรื่องนี้ เรียก กากี ว่า กากาติ
[แก้ไข] เห่เรื่องกากี
ชื่อ กากี เป็นชื่อของหญิงสาวนางหนึ่งผู้มีโฉมสะคราญ และมีเหตุอันตรายแก่ตัวก็ด้วยความงามของนางนั้น นางเป็นมเหสีของท้าวพรหมทัต ครั้งหนึ่งเมื่อพระยาครุฑมาเล่นสกากับท้าวพรหมทัต ได้เห็นนางและเกิดใคร่ได้ในตัวนาง จึงลักพาตัวนางไปอยู่วิมานฉิมพลี ท้าวพรหมทัตกลัดกลุ้มนัก คนธรรพ์ชื่อนาฏกุเวร ผู้เป็นพี่เลี้ยงท้าวพรหมทัต และทำหน้าที่ขับพิณถวาย จึงอาสาไปตามหาตัวนาง โดยจำแลงกายแอบซ่อนในขนพระยาครุฑไปจนถึงวิมานฉิมพลี แต่แล้วคนธรรพ์เกิดใคร่ได้ในความงามของนางเสียเอง นาฏกุเวรลอบอยู่ในวิมานฉิมพลีหลายเวลา จึงกลับมาทูลท้าวพรหมทัตทรงทราบ ท้าวพรหมทัตทราบเรื่องกลับพิโรธนางกากี ว่าใจง่ายหลายชาย "ไปร่วมราชปักษีแล้วมิสา ซ้ำสมรสคนธรรพ์อันธพาล์" ทรงประสงค์จะได้นางกากีคืนมาเพื่อลงทัณฑ์ นาฏกุเวรจึงออกอุบายจนได้นางคืนมา เมื่อท้าวพรหมทัตเห็นหน้า ก็ตรัสบริภาษต่างๆ ด้วยความน้อยพระทัย แม้กากีจะทูลแก้ตัวอย่างไรก็ไม่ฟัง โปรดให้นำนางไปลอยแพเสีย
เรื่องกากียังมีตอนแต่งเพิ่มเรื่องขึ้นใหม่โดยนายโชติ มีกล่าวไว้ในตอนท้ายเรื่องว่า
เนื้อเรื่องกล่าวถึงความเป็นไปของกากีให้ผู้อ่านสิ้นสงสัย กากีได้ไปพบพ่อค้ากลางทะเล ได้เสียกับพ่อค้า พลัดพ่อค้าไปได้กับโจร จนในที่สุดได้ไปเป็นชายาท้าวทศวงศ์ผู้ชราภาพ เมืองอภัยสาลี ฝ่ายทางเมืองพาราณสี ท้าวพรหมทัตวายชนม์ อำมาตย์ยกนาฏกุเวรขึ้นครองราชย์ ครั้นนาฏกุเวรรู้ว่ากากีไปตกอยู่ที่เมืองอภัยสาลี ก็ยกทัพไปชิงกากีมาได้ แล้วอภิเษกนางขึ้นเป็นพระมเหสี สุนทรภู่เลือกเนื้อเรื่องตอนพระยาครุฑอุ้มนางกากีเหาะไปวิมานฉิมพลี มาเป็นบทเห่กล่อมพระบรรทม ชมความงามของทะเลสีทันดร และขุนเขาน้อยใหญ่รอบเขาพระสุเมรุ ดังนี้
- เห่เอยเห่กล่าว ถึงเรื่องราวสกุณา
ครุฑราชปักษา อุ้มกากีบิน
- ล่องลมชมทวีป ในกลางกลีบเมฆิน
ข้ามคีรีศีขรินทร์ มุจลินท์ชโลทร
- ชี้ชมพนมแนว นั่นเขาแก้วยุคันธร
สัตภัณฑ์สีทันดร แลสลอนล้วนเต่าปลา
- งูเงือกขึ้นเกลือกกลิ้ง มัติมิงคลมัจฉา
จระเข้แลเหรา ทั้งโลมาแลปลาวาฬ
- โผนเผ่นเล่นระลอก ชลกระฉอกฉาดฉาน
นาคาอันกล้าหาญ ขึ้นพ่นพล่านคงคา
- หัสดินทร์บินฉาบ ก็คาบขึ้นบนเวหา
ในทะเลเภตรา บ้างแล่นมาแล่นไป
- ลำนิดนิดจิ๊ดจิ๋ว เห็นหวิวหวิวอยู่ไรไร
ชมชื่นหฤทัย ก็ลอยไปในเมฆา
- อุ้มแอบแนบชิด ถนอมสนิทเสน่หา
ปีกอ่อนร่อนรา กระพือพาเผ่นทะยาน
- ลอยรอบขอบพระเมรุ บริเวณจักรวาล
ชมป่าหิมพานต์ เชิงชานพระเมรุธร
- สินธพตระหลบเผ่น สิงโตกิเลนแลมังกร
ราชสีห์ดูมีหงอน แก้วกุญชรแลฉัททันต์
- นรสิงห์แลลิงค่าง อีกเซี่ยวกางแลกุมภัณฑ์
ยักษ์มารชาญฉกรรจ์ ทั้งคนธรรพ์วิเรนทร
- นักสิทธิวิทยา ถือคทาธนูศร
กินรินและกินนร รำฟ้อนร่อนรา
- ห่านหงส์หลงเกษม อยู่ห้องเหมคูหา
พระฤๅษีชีป่า หาบผลาเลียบเนิน
- คนป่าทั้งหมาเหมี่ยว ก็จูงกันเที่ยวดุ่มเดิน
ลอยลมชมเพลิน พนมเนินแนวธาร
- มีหุบห้องปล่องเปลว ดูห้วยเหวรโหฐาน
ลดหลั่นเป็นชั้นชาน เงื่อมตระหง่านเมฆี
- บ้างเขียวขาวดูวาววาม เรืองอร่ามรัศมี
ชมพลางทางชี้ บอกคดีนีรมล
- ที่สูงเยี่ยมเทียมฟ้า นั่นต้นนารีผล
รูปร่างเหมือนอย่างคน ดูงามพ้นคณนา
- ยิ้มย่องผ่องพักตร์ วิไลลักษณ์ดังเลขา
น้อยน้อยย้อยระย้า เพทยาธรคอย
- ที่มีฤทธิ์ปลิดเด็ด อุ้มระเห็ดเหาะลอย
พวกนักสิทธิ์ฤทธิ์น้อย เอาไม้สอยเสียงอึง
- บ้างตะกายป่ายปีน เพื่อนยุดตีนตกตึง
ชิงช่วงหวงหึงส์ เสียงอื้ออึงแน่นอนันต์
- ที่ไม่ได้ก็ไล่แย่ง บ้างทิ่มแทงฆ่าฟัน
ที่ได้ไปไว้นั้น ถึงเจ็ดวันก็เน่าไป
- พระบอกนางทางพา ลอยฟ้าสุราลัย
เที่ยวชมเล่นให้เย็นใจ แล้วกลับไปวิมานเอยฯ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก











