Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
[แก้ไข] แผ่นดินของในหลวง
ผมเขียนบทความชิ้นหนึ่งลงในหนังสือ พุทธธรรม ฉบับเทิดพระเกียรติในหลวงจัดพิมพ์โดยพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมป์เรื่อง “ไม่ไม่ใครรักเมืองไทยเท่าในหลวง” เพื่อให้คนไทยได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และสำนึกว่าต้องกตัญญูรู้คุณต่อร่มพระบารมี ในบัดนี้ผมจักนำบทความนั้นมาลงพิมพ์ในที่นี้อีกวาระหนึ่ง เพื่อเผยแพร่ “พระมหากรุณาธิคุณของในหลวง” ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นและเพื่อให้คนไทยได้ตระหนักและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
[แก้ไข] ไม่มีใครรักเมืองไทยเท่าในหลวง
สมัยที่ผมบวชอยู่วัดเทพศิรินทราวาส (พ.ศ. ๒๕๓๕ – ๒๕๔๒) พระอุปัชฏชฌาย์ของผม คือสมเด็จพระวันรัต (นิรันดร์ นิรนฺตโร) ถามผมว่า “ใครรักเมืองไทยและคนไทยมากที่สุด” ผมตอบไม่ได้ พระอุปัชฌมย์เฉลยว่า “ในหลวง เพราะแผ่นดินไทยเป็นของในหลวงไม่มีใครรักสิ่งใดได้มากเท่าเจ้าของหรอก” ผมฟังท่านแล้วแจ้งแก่ใจ แผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินของในหลวงเราคนไทยคือใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทของพระองค์แม้เราจะรักเมืองไทยมากเท่าใดก็ไม่ได้รักมากเท่าในหลวงเลย และไม่เพียงเมืองไทยเป็นของในหลวงแม่ยังน้ำพระทัยของพระองค์ ที่พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พระองค์จึงทรงงานเพื่อประโยชน์สุขของคนไทยนับเป็นเอนกประการ
พระมหากษัตริย์ไทยในพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ทรงทศพิธราชธรรมทรงอุทิศพระองค์ในอันที่จะทำให้พสกนิกรของพระองค์มีความสุขสงบสันติ โดยพระองค์มิได้ทรงคำนึงถึงความเหนื่อยยากพระวรกายของพระองค์เลย เราคนไทยทุกคนได้รู้ได้เห็นอย่างนี้จึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ อันหนึ่งที่ทุกคนพึงจารึกจดจำ อันเป็นธรรมสำคัญในการเห็นน้ำพระทัยอันยิ่งใหญ่ของมหาบุรุษเช่นในหลวงของเราอย่างหนึ่งคือความสม่ำเสมออีกอย่างหนึ่งคือพระพุทธพจน์ที่ว่า “ศีลพึงรู้ได้เพราะการอยู่ร่วมกัน” สองธรรมอันสำคัญนั้น ผมจะกล่าวโดยรวมดังนี้
ผู้ที่ประพฤติสิ่งใดได้โดยสม่ำเสมอนั้นแสดงให้เห็นถึงจิตใจอันเข้มแข็งมั่นคงของท่านผู้นั้น เพราะคนเรามีปกติท้อง่าย ขี้เบื่อง่าย มีอะไรกระทบกระเทือนหน่อย เช่นร้อนนัก หนาวนัก ก็พาลไม่ทำงานเสียแล้ว ในชีวิตของคนเราย่อมมีเรื่องต่างๆ ที่ชอบใจบ้างไม่ชอบใจบ้างมาแผ้วพานมาก เช่นนี้คนอันเป็นธรรมดาก็อาจท้อหรือขี้เกียจในการทำสิ่งต่างๆ ดังนั้นแล้วท่านผู้ทำสิ่งใดได้โดยสม่ำเสมอย่อมแสดงให้เห็นถึงจิตใจอันเข้มแข็งมั่นคงของท่าน ผู้มีจิตใจอันเข้มแข็งมั่นคงย่อมไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจความอยากฝ่ายต่ำย่อมไม่ใช่ผู้ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย คนผู้มีจิตใจอันมั่นคงเข้มแข็งนี้ ย่อมมีความประพฤติดี มีศีลธรรมมีเมตตากรุณาต่อผู้อื่นสัตว์อื่น
อันคนเรานั้นเวลาย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์บุคคลผู้ดีจริงย่อมรักษาความดีของตนไปได้ตลอดประดุจดังเกลือรักษาความเค็มได้ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่สิบปีกี่ร้อยปี
พระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐของเราพระองค์ทรงงานเพื่อประชาชนคนไทยมาตลอดเวลา ๖๐ ปี โดยไม่ทรงเคยย่อท้อหรือหยุดนิ่ง พระองค์เสด็จไปไกลในท้องถิ่นทุรกันดาร ทรงยอมทนลำบากพระวรกายแสดงให้เห็นถึงน้ำพระทัยอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ที่ประกอบด้วยพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างล้นพ้นทรงมีความสม่ำเสมอในการประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อความอยู่ดีมีสุขของปวงชนชาวไทย ในตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ได้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคู่ทั่วโลกที่จับจ้องพระองค์อยู่ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ว่า ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงศีลทรงธรรมอย่างแท้จริง มีธรรมบทหนึ่ง คือจักร ๔ อันเป็นธรรมดุจล้อรถนำไปสู่ความเจริญข้อหนึ่งคือปฏิรูปเทสวาสะอยู่ในประเทศอันสมควร มีความหมายว่า ประเทศนั้น ที่นั้น มีศาสนาที่ประเสริฐอย่างศาสนาพุทธมีพระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐเป็นหลักชัยของแผ่นดินจึงนับเป็นประเทศที่สมควรอยู่ อยู่แล้วจะมีความสุข
ตั้งแต่อดีตกาลจนปัจจุบันและในอนาคตชาวไทยเราพึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ที่เราได้อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ว่าไม่มีแผ่นดินไหนอีกแล้วจะยังสุขให้แก่ชาวโลกได้มากเท่ากับแผ่นดินไทยผืนนี้ ที่แผ่นดินไทยผืนนี้เป็นของในหลวงที่ไม่มีใครที่ไหนอีกแล้วจะมีเมตตาต่อคนไทยได้มากเท่าในหลวงของปวงชนชาวไทย ธรรมะข้อสำคัญข้อหนึ่งชื่อ จักร ๔ ธรรมข้อนี้ ดุจล้อรถนำไปสู่ความเจริญ มี ๔ ข้อ คือ
๑. ปฏิรูปเทสวาสะ อยู่ในประเทศอันสมควร
๒. สัปปุริสูปัสสยะ คบสัตบุรุษ
๓. อัตตสัมมาปณิธิ ตั้งตนไว้ชอบ
๔. ปุพเพกตปุญญตาความเป็นผู้ได้ทำความดีไว้ในปางก่อน
ประเทศอันสมควรนั้นหมายถึงการอยู่ในประเทศ คือถิ่นฐานดีเหมาะสม มีลักษณะดังนี้
- มีทางศึกษาศิลปวิทยาได้ตามปราถนา
- มีทางประกอบอาชีพได้ตามปราถนา
- มีสาธารณูปโภคเพียงพอแก่ประชาชน
- มีมาตรการป้องกันสาธารณภัยดี
รวมความว่าอยู่ในถิ่นที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นปกติสุขสามารถศึกษาและปฏิบัติธรรมได้ดี
[แก้ไข] พระบรมราโชวาทสอนสั่งปวงชนชาวไทย
ทีนี้ในประเทศไทยของในหลวง เป็นประเทศที่สงบสุข เพราะเราได้พระมหากษัตริย์ที่ทรงศีลทรงธรรมเป็นเจ้าประเทศ พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดประชาชนของพระองค์ให้มีความสุขสงบสันติด้วยประการต่าง ๆ พระองค์ทรงสอนให้ประชาชนของพระองค์เป็นผู้มีศีลมีธรรม และช่วยกันทำให้ประเทศไทยที่พระองค์ทรงประทานให้ปวงชนชาวไทยได้อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระองค์ให้เป็นประเทศที่สงบสันติ ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศอันสมควรตามธรรมพระองค์ทรงมีพระบรมราโชวาทสอนสั่งปวงชนชาวไทย ดังนี้
“...เราประเทศไทยถ้าสามัคคีกันดี ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางที่มีเหตุผล เราเองจะเป็นที่ตั้งของความมั่นคงผาสุกของราษฎรที่เป็นประชากรแห่งประเทศนี้ เป็นตัวอย่างแก่มวลมนุษย์มวลมนุษย์ก็มนุษย์ชาตินี้เอง และประเทศอื่นก็อาจเอาอย่างบ้างก็เกิดความไม่เบียดเบียนขึ้น ความอยู่ในโลกนี้อย่างสบายพอสมควรคือไม่ใช่หรูหรา ประเทศไทยเราจะอยู่ไม่ใช่อย่างทุกคนอยู่ มีบ้านหรูหรากันทุกคนและร่ำรวยกันทุกคน แต่ว่าทุกคนก็พอมีพอกิน...”
พระราชดำรัสพรราชทานแก่คณะกรรมการอำนวยการสันนิบาตมูลนิธีแห่งประเทศไทย ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐานวันศุกร์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๑๘
“...ผู้ที่มีความอยู่ดีกินดีนั้นย่อมสามารถป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ได้ ทั้งยามปกติ ทั้งยามคับขันเพราะว่าผู้ที่มีชีวิตที่ดี มีอาหารพอเพียง มีฐานะมั่นคง ย่อมมีจิตใจแข็งแรง และทำให้ร่างกายแข็งแรง ทำให้เกิดความเข้าใจในความมั่นคง คือการรักษาความปลอดภัยของประเทศ และหวงแหนแผ่นดินของตัว...”
พระราชดำรัส ในโอกาสที่ผู้บัญชาการศูนย์การบินทหารบก นำผู้มีจิตศรัทธาเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน สำหรับพระราชทานศูนย์การบินทหารบก จัดตั้งโรงสีข้าวตามพระราชดำริ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันพุธที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๒๔
“สังคมและบ้านเมืองใดให้การศึกษาที่ดีแก่เยาวชนได้อย่างครบถ้วนพอเหมาะกันทุก ๆ ด้าน สังคมและบ้านเมืองนั้นก็จะมีพลเมืองที่มีคุณภาพ ซึ่งสามารถธำรงรักษาความเจริญมั่นคงของประเทศชาติไว้ และพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปได้โดยตลอด ผู้มีหน้าที่จัดการศึกษาทุก ๆ คนจึงต้องถือว่าตัวของท่านมีความรับผิดชอบต่อชาติบ้านเมืองอยู่อย่างเต็มที่ ในอันที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เที่ยงตรง ถูกต้อง สมบูรณ์โดยเต็มกำลัง จะประมาทหรือละเลยมิได้ เพราะถ้าปฏิบัติให้ผิดพลาดบกพร่องไปด้วยประการใด ๆ ผลร้ายอาจเกิดขึ้นแก่ส่วนรวมและประเทศชาติได้มากมาย ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันสร้างเสริมรากฐานชีวิตอันแข็งแรงสมบูรณ์ให้แก่เยาวชน ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ และความรู้ ความฉลาด สำคัญที่สุดจะต้องฝึกฝนอบรมให้รู้จักผิดชอบชั่วดี รู้จักตัดสินในด้วยเหตุผล และรู้จักสร้างสรรค์ตามแนวทางที่สุจริตยุตธรรม”
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนที่ได้รับพระราชทานรางวัล ณ ศาลาดุสิดาลัยวันจันทร์ที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๒๔
“...ประเทศไทยเราอาจไม่เป็นประเทศที่รุ่งเรืองที่สุดในโลกหรือรวยที่สุดในโลก หรือฟู่ฟ่าที่สุดในโลก แต่ก็ขอให้เมืองไทยเป็นประเทศที่มีความมั่นคง มีความสงบได้ เพราะว่าในโลกนี้หายากแล้ว เราทำเป็นประเทศที่สงบ ประเทศที่มีคนที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันจริง ๆ เราจะเป็นที่หนึ่งในโลกในข้อนี้ แล้วรู้สึกว่าที่หนึ่งในโลกในข้อนี้จะดีกว่าผู้อื่น จะดีกว่าคนที่รวยที่สุดในโลก จะดีกว่าคนที่เก่งในทางอะไรก็ตามที่สุดในโลก ถ้าเรามีความสงบ แล้วมีความสบายความมั่นคงที่สุดในโลกนั้น รู้สึกว่าจะไม่มีใครสู้เราได้...”
พระราชดำรัสในโอกาสที่ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ และนักเรียนทุนพระราชทาน เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ณ ศาลาดุสิดาลัย วันจันทร์ที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๓๙
“...ด้วยเจตนาดีของท่านและโดยการกุศลเจตนาทุกอย่างที่ท่านทำและปฏิบัติทางใจ ขอให้เป็นกำลังเป็นพรให้ทุกคนมีสุขภาพอนามัยแข็งแรง มีจิตใจเข้มแข็ง สำเร็จในความคิด สำเร็จในการงานที่ตนทำโดยเฉพาะในเรื่องที่จะให้หลักธรรมะที่ดีที่งามแต่ละศาสนาขอให้ประสบชัยชนะ เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อที่จะให้ส่วนรวมคือสังคมของคนไทยและประเทศไทยนี้เป็นที่อยู่อาศัยที่น่าอยู่ เป็นที่มีชื่อเสียงว่าเป็นประเทศที่สงบ และในเวลาเดียวกันก็หวงแหนความเรียบร้อยความสงบนี้...”
พระบรมราโชวาทในโอกาสที่สถาบันและองค์การที่เกี่ยวกับศาสนาเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล และทูลเกล้าฯ ถวายสิ่งของ ณ ศาลาผกภิรมณ์ วันพุธที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๑๑
“...ขอให้ทุกคนมีพลานามัยแข็งแรง มีจิตใจเข้มแข็ง และมีความเจริญรุ่งเรืองทั้งในหน้าที่การงานที่ดีและในส่วนตัว เพื่อจะได้มีความเจริญก้าวหน้า มีความสุขใจสุขกายตลอดไปชั่วกาลนาน ส่วนรวมจะได้เป็นปึกแผ่น เราจะได้อยู่ในสังคมที่เรียบร้อย อยู่ในประเทศที่มั่นคงที่มีความก้าวหน้า ขอให้ทุกคนประสบแต่โชคดี มีความสุขความเจริญ ความก้าวหน้าและมีความสุขทั่วกัน...”
พระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลและรักบี้ฟุตบอลหารายได้สมทบทุนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ และมูลนิธิส่งเสริมความสะอาดและสุขภาพนักเรียน ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต วันอังคารที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๑๑
“...ทั้งนี้ คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา จะว่าเมืองไทยล้าสมัยว่าเมืองไทยเชย ว่าเมืองไทยไม่มิสิ่งที่สมัยใหม่ แต่เราอยู่พอมีพอกินและขอให้ทุกคนมีความปราถนาที่จะให้เมืองไทย พออยู่กินพอกินมีความสงบ และทำงานตั้งจิตอธิฐานตั้งปณิธานในทางนี้ ที่จะให้เมืองไทยอยู่แบบพอมีพอกิน ไม่ใช้ว่าจะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่ว่ามีความพออยู่พอกิน มีความสงบ เปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่พอกินได้ เราก็จะยอดยิ่งยวดได้ ประเทศต่างๆ ในโลกนี้กำลังตก กำลังแย่ กำลังยุ่งเพราะแสวงหาความยิ่งยวดทั้งในอำนาจ ทั้งในความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ทางอุตสาหกรรม ทางลัทธิ ฉะนั้นถ้าทุกท่านซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีความคิดและมีอิทธิพล มีพลังที่จะทำให้ผู้อื่นซึ่งมีความคิดเหมือนกัน ช่วยกันรักษาส่วนรวมให้อยู่ดีกินดีพอสมควร ขอย้ำ พอสมควร พออยู่พอกิน มีความสงบสุข ไม่ให้คนอื่นมาแย่งคุณสมบัตินี้จากเราไปได้ ก็จะเป็นของขวัญวันเกิดที่ถาวรที่จะมีคุณค่าอยู่ตลอดกาล...”
พระราชดำรัส พระราชทานในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๑๗
“...อันกฏหมายนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับบ้านเมือง เพราะว่าเป็นหลักของการเป็นอยู่ร่วมกันในชาติบ้านเมือง เพื่อให้การเป็นอยู่มีระเบียบเรียบร้อย และให้ทุกคนที่อยู่ในชาติได้สามารถที่จะมีชีวิตที่รุ่งเรืองโดยไม่เบียดเบียนกัน กฏหมายมีไว้สำหรับให้มีความสงบสุขในบ้านเมือง มิใช่ว่ากฏหมายมีไว้สำหรับบังคับประชาชน ถ้ามุ่งหมายที่จะบังคับประชาชน ก็กลายเป็นเผด็จการ กลายเป็นสิ่งที่บุคคลหมู่น้อยจะต้องบังคับบุคคลหมู่มาก ในทางตรงกันข้าม กฏหมายมีไว้สำหรับให้บุคคลส่วนมากมีเสรี และอยู่ได้ด้วยความสงบ บางทีเราตั้งกฏหมายขึ้นมาก็ด้วยวิชาการซึ่งได้มาจากต่างประเทศ แต่วิชาการนั้นอาจไม่เหมาะสมกับสถานการณ์หรือท้องถิ่นของเรา ถ้านักกฏหมายศึกษาในทางกฏหมายโดยแท้ ไม่ได้สนใจในปัญหาที่แท้จริง มัวแต่มาดูเพียงทฤษฎีของกฏหมาย ก็จะไม่เกิดประโยชน์ได้ แต่ถ้านักกฏหมายหรือที่สนใจกฏหมายได้ไปดูข้อเท็จจริงต่างๆ กฏหมายจะช่วยให้บ้านเมืองมีความเรียบร้อย...”
พระบรมราโชวาทพระราชทานแก่คณะกรรมการจัดงาน “วันรพี” ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันพุธที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๑๖
ในหลวงทรงมีพระมหากรุณาธิคุณสั่งสอนปวงชนชาวไทยให้เป็นผู้ตั้งอยู่ในศีลธรรม เมื่อคนเรามีศีลธรรมแล้วก็จะมีความสุขบ้านเมืองก็จะสงบสุขสังคมและทุกคนก็จะเป็นสุขคนมีศีลธรรมนั้นจะตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้บ้านเมืองที่เต็มไปด้วยพลเมืองที่มีศีลธรรมบ้านเมืองนั้นก็จะสงบร่มเย็นและเจริญรุ่งเรืองความสำคัญของชีวิตไม่ใช่ขึ้นอยู่กับการมีการได้ในทางวัตถุความสำคัญที่แท้จริงของชีวิตคือการมีชีวิตอยู่อย่างเป็นปกติสุขมีปัจจัย ๔ เพียงพอในการดำรงชีวิตเพื่อเป็นเครื่องอุดหนุนให้ชีวิตนั้นสามารถประกอบกิจการงานที่เป็นประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นได้กิจการงานที่ว่านั้นคือการใช้ชีวิตอย่างมีศีลธรรมละบาปบำเพ็ญบุญทรงสอนย้ำเสมอว่าคนเราไม่จำเป็นต้องรวยขอให้เพียงพอมีพอกิน หรือจะรวยก็ได้ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่การรวยนั้นจะต้องรวยด้วยวิธีที่ถูกต้อง ไม่ได้รวยโดยการทำทุจริตผิดกฏหมายและศีลธรรมและไม่ว่าจะรวยหรือพอมีพอกินก็จะต้องมีชีวิตอยางมีศีลธรรมรักษาศีล ปฏิบัติธรรม ชีวิตจึงจะเป็นสุขอย่างแท้จริง และสมแล้วที่เกิดมาเป็นมนุษย์ เราคนไทย ผู้เป็นฝ่าพระบาท ผู้อาศัยอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร เราจักต้องกตัญญูต่อแผ่นดินไทย ที่แผ่นดินไทยนี้เป็นของในหลวง ที่พระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐโปรดประทานให้เราได้อยู่อาศัยความกตัญญูต่อแผ่นดินไทย ต่อพระองค์ท่าน ก็ด้วยทำตามความปราถนาของพระองค์ ที่ทรงอยากเห็นพสกนิกรของพระองค์เป็นเช่นนั้น คือเราจะต้องเป็นคนดี มีศีลธรรม พ่อของแผ่นดินช่วยเหลือประชาชนชาวสยามให้อยู่ดีมีสุข โดยไม่ได้ปราถนาสิ่งใดตอบแทน พระองค์ขอเพียงให้เราเป็นคนดี เพราะเมื่อเราเป็นคนดีแล้วเราจะมีความสุขความปราถนาของพ่อของแผ่นดินคือให้พวกเรามีความสุข
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายสำนึกแล้วในพระมหากรุณาธิคุณ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- ธรรมะในพระบรมราโชวาท โดย ฮ.นิกฮูกี้
ภาพประกอบทางอินเตอร์เนท













