Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่จังหวัดจันทบุรี และได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดว่า
"ให้พิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสม จัดทำโครงการพัฒนาด้านอาชีพการประมงและการเกษตร ในเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเล และจังหวัดจันทบุรี" พร้อมกับได้พระราชทานเงินที่ราษฎรจังหวัดจันทบุรีทูลเกล้าฯ ถวายในโอกาสนั้น เป็นทุนเริ่มดำเนินการ
สารบัญ |
[แก้ไข] ความเป็นมา
ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน ที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2524 ได้พระราชทานพระราชดำริแก่ นายบุญนาค สายสว่าง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี สรุปได้ว่า ให้พิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมจัดทำโครงการพัฒนาด้านอาชีพการประมงและการเกษตรในเขตพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของจังหวัดจันทบุรี โดยพระราชทานเงินที่ราษฎรได้ร่วมทูลเกล้าฯ ถวายในโอกาสดังกล่าวเป็นทุนเริ่มดำเนินการ และต่อมาได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติม สรุปได้ว่า ให้พิจารณาจัดหาพื้นที่ป่าสงวนเสื่อมโทรมหรือพื้นที่สาธารณประโยชน์ เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาเช่นเดียวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ ให้เป็นศูนย์ศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาในเขตที่ดินชายทะเล จังหวัดจันทบุรีจึงได้ร่วมหารือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อพิจารณาความเหมาะสม และกำหนดพื้นที่บริเวณอ่าวคุ้งกระเบน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เป็นพื้นที่จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีกรมประมงเป็นหน่วยงานหลักในการประสานการดำเนินงานในพื้นที่
[แก้ไข] พื้นที่ดำเนินการ
1. พื้นที่ศูนย์ศึกษาฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ศูนย์กลางได้แก่ บริเวณอ่าวคุ้งกระเบน ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
2. หมู่บ้านรอบศูนย์ ประกอบด้วยหมู่บ้านในอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี จำนวน 15 หมู่บ้าน คือ
1) บ้านเนินประดู่ หมู่ที่ 3 ตำบลคลองขุด
2) บ้านหมูดุด หมู่ที่ 4 ตำบลคลองขุด
3) บ้านจ้าวหลาว หมู่ที่ 5 ตำบลคลองขุด
4) บ้านจ้าวหลาว ( หัวแหลม ) หมู่ที่ 6 ตำบลคลองขุด
5) บ้านคุ้งกระเบน หมู่ที่ 7 ตำบลคลองขุด
6) บ้านคลองขุด (บน) หมู่ที่ 9 ตำบลคลองขุด
7) บ้านคลองขุด หมู่ที่ 10 ตำบลคลองขุด
8) บ้านหนองหงส์ หมู่ที่ 1 ตำบลสนามชัย
9) บ้านหนองโพรง หมู่ที่ 2 ตำบลสนามชัย
10) บ้านคลองบอน หมู่ที่ 3 ตำบลสนามชัย
11) บ้านปากตะโปน หมู่ที่ 4 ตำบลสนามชัย
12) บ้านสนามชัย หมู่ที่ 5 ตำบลสนามชัย
13) บ้านสองพี่น้อง หมู่ที่ 6 ตำบลสนามชัย
14) บ้านท่าแคลง หมู่ที่ 7 ตำบลสนามชัย
15) บ้านนาชา หมู่ที่ 3 ตำบลกะแจะ
[แก้ไข] วัตถุประสงค์ของโครงการ
1. ดำเนินการให้บรรลุผลในการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบผสมผสาน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ่นแถบชายฝั่งทะเลในพื้นที่อ่าวคุ้งกระเบน 2. ยกระดับฐานะความเป็นอยู่ อาชีพ และรายได้ของราษฎรในพื้นที่บริเวณอ่าวคุ้งกระเบน และชุมชนโดยรอบ โดยพัฒนาด้านการประมงและการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง พัฒนาพืชเศรษฐกิจ และพัฒนาปศุสัตว์ พัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร พัฒนาองค์กรชุมชน
3. ส่งเสริมการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม และรักษาดุลยภาพระหว่างทรัพยากรธรรมชาติกับกิจกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
[แก้ไข] การดำเนินงานของศูนย์การพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน มุ่งดังนี้
๑. ยกระดับความเป็นอยู่ อาชีพ ของราษฎรที่ยากจน รอบอ่างคุ้งกระเบน และพื้นที่ใกล้เคียง
๒. พัฒนาอาชีพประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งทะเล เพื่อเพิ่มผลผลิต และเป็นพื้นฐานของการพัฒนาการประมงในอนาคต
๓. พัฒนาการใช้และการอนุรักษ์ธรรมชาติ ให้เกิดความสมดุล
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่างคุ้งกระเบน ได้ดำเนินการด้านศึกษาวิจัยทดลองและเผยแพร่ความรู้เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาที่เป็นผลดีหลายประการ เช่น
๑. คัดเลือกราษฎร ๑๐๕ ครัวเรือน เข้าประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งกุลาดำในพื้นที่เสื่อมโทรมชายเลน ๗๑๘ โดยให้ดำเนินการแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสร้างบ่อเก็บตะกอนเลน ปลูกป่าชายเลนเพิ่มหลังนากุ้ง
๒. อนุรักษ์ป่าชายเลนที่ยังสมบูรณ์รอบอ่าว และบนเขารอบ ๆ อ่าว และส่งเสริมให้ราษฎรปลูกป่าชายเลนเพิ่มขึ้นทุกปี โดยการศึกษาระบบนิเวศน์และให้ความรู้แก่ราษฎร ตรวจตราและปราบปรามการทำลายป่า
๓. อนุรักษ์และควบคุมดูแลหญ้าทะเล ในอ่างคุ้งกระเบนให้อุดมสมบูรณ์ตลอดไป เพื่อเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ทะเล
๔. สร้างแปลงพ่อแม่พันธุ์หอยนางรม เพื่อแพร่ขยายพันธุ์ลูกหอยให้ราษฎรเก็บไปเลี้ยง เป็นอาชีพเสริมรายได้ และลดมลภาวะจากแพลงก์ตอนพืชที่มีมากในแหล่งน้ำอ่าวคุ้งกระเบน ส่งเสริมให้ราษฎรเลี้ยงหอยนางรมแบบแขวน
๕. เพาะพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งทะเล คือ กุ้งแชบ๊วย กุ้งกุลาดำ ปลากะพงขาว ปลากะรัง ปล่อยลงในป่าชายเลนและแหล่งหญ้าทะเลในอ่าว เพื่อเพิ่มผลผลิต และเพื่อให้เกิดสมดุลย์ทางธรรมชาติและรักษาสภาวะแวดล้อม
๖. สร้างที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล บริเวณหน้าอ่าวคุ้งกระเบนให้สัตว์น้ำเจริญเติบโตได้ดี แล้วออกสู่ทะเลขยายพันธุ์ให้อุดมสมบูรณ์ต่อไป
๗. ส่งเสริมให้ราษฎรมีอาชีพถาวรยั่งยืน ในพื้นที่รอบนอก โดยให้ความรู้และสร้างปัจจัยที่ให้ผล เช่น ในเรื่องการทำสวน ทำไร่นา เรื่องพืชที่เหมาะสม การปรับปรุงดิน การแปรรูปอาหาร การเลี้ยงปลาในกะชัง เป็นต้น
๘. ดูแลให้ความรู้ในด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต แก่ราษฎรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ สามารถร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่
ผลงานของศูนย์ศึกษาพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำรินี้ ได้อำนวยประโยชน์แก่ราษฎรยากจนในพื้นที่เป้าหมายและพื้นที่รอบนอก ทำให้มีอาชีพยั่งยืน ยกฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น และราษฎรร่วมมือในการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและพัฒนาพื้นที่ของตนเองอย่างต่อเนื่อง
นับว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานความรัก พระราชทานพระมหากรุณาและพระเมตตาคุณไปคุ้มเศียรเกล้าของราษฎรให้สามารถดำรงชีพได้ผล เกิดความร่มเย็นเป็นสุข และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ได้รับความรู้ ปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความภาคภูมิใจที่สามารถทำประโยชน์แก่บ้านเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ดังกล่าวได้รับการพัฒนาให้มีคุณค่าขึ้น
[แก้ไข] การดำเนินงานด้านปศุสัตว์
1. แนะนำให้ความรู้ทางปศุสัตว์และส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์สู่เกษตรกร เช่น
- สัตว์ปีก ได้แก่ ไก่พื้นเมือง เป็ดเทศ ไก่ไข่
- สัตว์เล็ก ได้แก่ สุกร แพะ กวาง
- โค กระบือ ให้ยืมเพื่อการผลิตตามโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตมพระราชดำริ
2. สาธิตการเลี้ยงสัตว์ปีก เช่น เป็ด, ไก่, นกกระทาสู่เกษตรกร
3. ฝึกอบรมเกษตรกรให้มีความรู้เรื่องการเลี้ยงและการป้องกันโรคระบาดสัตว์
4. ส่งเสริมการปลูกพืชอาหารสัตว์
5. พัฒนาสุขภาพสัตว์ของเกษตรกร โดย ฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาด ถ่ายพยาธิ ตอนและรักษาพยาบาลสัตว์ป่วย
6. ศึกษาทดลองเกี่ยวกับการปศุสัตว์ภายใต้สภาพการเลี้ยงดูของเกษตรกรในพื้นที่
ระยะเวลาดำเนินการ ปี 2527–ต่อเนื่อง
แผนการปฏิบัติงาน ปีงบประมาณ 2539-2549 งบประมาณรวม 5,028,760 บาท
[แก้ไข] หน่วยงานรับผิดชอบ
1. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดจันทบุรี
2. สำนักสุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัยที่ 2
3. คณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี ด้านการปศุสัตว์
[แก้ไข] ที่ตั้งโครงการ
ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลตะวันออก บริเวณอ่าวคุ้งกระเบน ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี โทร (๐๓๙) ๓๒๑๙๓๐ โทรสาร (๐๓๙) ๓๒๕๙๔๐
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก












