Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
เมื่อปี พ.ศ. 2520 กรมชลประทานได้ขุดคลองมูโนะ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้พื้นที่ฝั่งขวาของคลองมูโนะระหว่างคลองกับถนนทางหลวงสาย ตากใบ - สุไหงโกลก พื้นที่ประมาณ 7,000 ไร่ ซึ่งเดิมเป็นพรุน้ำท่วมขังตลอดปี หลังจากที่ทำการขุดคลองแล้วทำให้น้ำในพรุแห้ง สามารถใช้ประโยชน์ได้
[แก้ไข] โครงการหมู่บ้านปศุสัตว์–เกษตรมูโนะ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส
ความเป็นมา
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2526 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริกับ พล.ท.วันชัย จิตต์จำนงค์ แม่ทัพภาคที่ 4 (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) ที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ให้จัดตั้งหมู่บ้านปศุสัตว์ - เกษตรมูโนะ ขึ้นที่หมู่ที่ 4 บ้านโคกมือบา ตำบลโฆษิต อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส จำนวน 100 ครอบครัว ในพื้นที่ประมาณ 1,500 ไร่ โดยจัดสรรที่ดินให้สมาชิกครอบครัวละ 15 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ทำการเกษตร 3 ไร่ ที่เหลือ 12 ไร่ ใช้เป็นทุ่งหญ้าสำหรับเลี้ยงสัตว์ของแต่ละครอบครัวประมาณ 10 ตัว ซึ่งสมาชิกแต่ละครอบครัวจะมีรายได้หลักจากการเลี้ยงสัตว์ ส่วนรายได้จากการเกษตรเป็นรายได้เสริมสมาชิกของหมู่บ้านไม่มีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดินแต่มีสิทธิ์ทำกินในพื้นที่นี้ตลอดไปตามกฎระเบียบของหมู่บ้านที่กำหนดไว้
หมู่บ้านปศุสัตว์ - เกษตรมูโนะ เริ่มดำเนินการ ครั้งแรกเมื่อปี 2528 โดยในขณะนั้นรับเฉพาะอาสาสมัคร (อส.) เข้าอยู่อาศัย แต่ปัจจุบันไม่จำกัดเฉพาะ อส. แต่จะรับบุคคลทั่วไปที่อยู่ มีความประสงค์ที่มาสมัครเข้าเป็นสมาชิก โดยการพิจารณาของคณะทำงานโดยความเห็นชอบจากสำนักพระราชวัง ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 37 ครัวเรือน 157 คน ดินในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินเปรี้ยว การที่จะพัฒนาพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตรจะต้องปรับโครงสร้างดินก่อน โดยการนำเทคโนโลยีที่ได้จากการศึกษาทดลองที่ประสบผลสำเร็จภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ไปถ่ายทอดให้กับเกษตรที่เป็นสมาชิกจนถึงปัจจุบัน การพัฒนาอาชีพมีความก้าวหน้าในทุกสาขา ในปี 2528 ทรงให้โครงการหมู่บ้านปศุสัตว์ - เกษตรมูโนะ เป็นศูนย์สาขาที่ 3 ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ และมีคำสั่งปรับปรุงแต่งตั้งศูนย์สาขาใหม่ ในปี 2537
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2526 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการจัดตั้งโครงการหมู่บ้านปศุสัตว์-เกษตรมูโนะ ในเขตอำเภอตากใบ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ ตามที่กรมชลประทานได้ดำเนินการขุดคลองชลประทานมูโนะ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เสร็จเมื่อปี 2520 ทำให้พื้นที่ประมาณ 7,000 ไร่ ซึ่งอยู่บริเวณฝั่งขวาของคลองชลประทานมูโนะ ช่วงระหว่างคลองกับทางหลวงสายตากใบ-สุไหงโก-ลก ซึ่งแต่เดิมเป็นพื้นที่พรุ มีน้ำท่วมขังตลอดปี ไม่สามารถใช้ทำประโยชน์ได้ แต่ในขณะนี้พื้นที่บริเวณดังกล่าวได้แห้งลง ราษฎรหมู่บ้านต่างๆ ได้อพยพเข้าไปใช้พื้นที่นั้นทำประโยชน์ด้านการเลี้ยงสัตว์
ในการพิจารณาจัดตั้งโครงการหมู่บ้านปศุสัตว์-เกษตรมูโนะ ในบริเวณพื้นที่ประมาณ 2,400 ไร่ นั้น จะจัดสรรที่ดินให้กับสมาชิกประมาณครอบครัวละ 15 ไร่ โดยให้เป็นที่อยู่อาศัยและทำการเกษตรครอบครัวละ 3 ไร่ พร้อมทั้งจัดหาน้ำให้เพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี ส่วนพื้นที่ที่เหลืออีก 12 ไร่ จะไม่ให้เป็นสิทธิของแต่ละครอบครัว แต่จะใช้เป็นพื้นที่ส่วนรวมของหมู่บ้าน โดยจะปรับปรุงพื้นที่นั้นให้เป็นทุ่งหญ้าให้สมาชิกทั้งหมู่บ้านใช้เลี้ยงสัตว์ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งสมาชิกแต่ละครอบครัว จะมีรายได้จากการเลี้ยงสัตว์เป็นรายได้หลัก ส่วนรายได้จากการทำการเกษตรจะเป็นรายได้เสริม สมาชิกของหมู่บ้านไม่มีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดิน แต่จะมีสิทธิทำกินในพื้นที่นี้ตลอดไป ตามกฎระเบียบของหมู่บ้านที่กำหนดไว้
พื้นที่ดำเนินการ
บ้านโคกไทร หมู่ที่ 2 ตำบลโฆษิต อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาสวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อจัดหาพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินให้กับราษฎรที่เดือดร้อน โดยทำการปรับปรุงพื้นที่ดินเค็ม ซึ่งเป็นดินพรุมีสภาพเป็นกรดจัดให้มีคุณภาพดีขึ้น สามารถใช้ประโยชน์ได้ ให้ราษฎรมีอาชีพเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพหลักและทำการเกษตรเป็นอาชีพรอง ให้คำแนะนำและสนับสนุนสมาชิกของโครงการและหากดำเนินการปรับปรุงคุณภาพน้ำได้ผล ก็ให้ใช้เป็นตัวอย่างในการปรับปรุงพื้นที่อื่น ซึ่งมีปัญหาเช่นเดียวกันนี้ ต่อไป
วิธีดำเนินการ
1. ฝึกอบรมเกษตรกรเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์และการป้องกันกำจัดโรคสัตว์
2. ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ เช่น โค แพะนม แกะ และสัตว์ปีก สู่สมาชิกของโครงการ เพื่อเพิ่มรายได้
3. ปรับปรุงแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ของหมู่บ้าน
4. บริการผสมพันธุ์โค ฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดสัตว์ และให้คำแนะนำเรื่องการเลี้ยงสัตว์
ระยะเวลาดำเนินการ
ตั้งแต่ปี 2537-ต่อเนื่อง
แผนการปฏิบัติงาน
ปีงบประมาณ 2539-2549 งบประมาณ 15,789,690 บาท
หน่วยงานรับผิดชอบ
1. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนราธิวาส
2. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์นราธิวาส
การดำเนินงาน
เริ่มดำเนินการวันที่ 22 กรกฎาคม 2543 ไถบุกเบิกพื้นที่ แบ่งแปลงทำถนนลำเลียง ปั้นคันนาทำกระทงนา ไถเตรียมพื้นที่แล้วใส่หินปูนฝุ่นในอัตรา 2 ตัน/ไร่ จัดทำระบบคูคลองส่งน้ำและระบายน้ำ ปลูกข้าวนาปีพันธุ์แก่นจันทร์ จากนั้นศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ให้คำแนะนำและสนับสนุนวัสดุต่างๆ ดังนี้
- บริการวัดค่าความเป็นกรดของน้ำในแหล่งน้ำเพื่อใช้ในด้านการเกษตรให้ถูกวิธี
- สนับสนุนหินปูนฝุ่นและปูนโดโลไมท์ให้สมาชิกไว้ปรับปรุงดิน
- จัดทำแปลงทดสอบการเปรียบเทียบวัสดุปรับปรุงดินเปรี้ยวจัด ที่มีผลต่อการปลูกพืชชนิดต่างๆ ในชุดดินมูโนะ โดยใช้แปลงทดสอบของเกษตรกร
- ปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ และการนำระบบหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์โดยปลูกไปแล้วจำนวน 25,500 กล้าและมีแผลการปลูกหญ้าแฝกเพิ่มเติมไปตามคันดินอีก 50,000 กล้า
การปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ดินเปรี้ยว เพื่อการปลูกพืช จำนวน 50 ไร่ โดยดำเนินการปฏิบัติดูแลรักษาพื้นที่ปลูกข้าวคลองหลวง 1 สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตเฉลี่ย 105 กิโลกรัมต่อไป และไถเตรียมพื้นที่หลังเก็บเกี่ยวข้าวรวมทั้งปรับปรุงพื้นที่โดยการขุดยกร่องเพื่อปลูกพืชผักและพืชไร่
วันที่ 4 กันยายน 2543 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรและทรงหว่านข้าวเพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งสร้างความปลื้มปิติแก่ราษฎรเป็นอย่างยิ่ง
ในปี 2543 มีแผนเพิ่มเติมจากเดิม ซึ่งนอกจากจะมีการเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพหลัก และทำการเกษตรเป็นอาชีพรองแล้ว ได้เพิ่มกิจกรรมการปลูกข้าวในพื้นที่ของหมู่บ้าน จำนวน 263 ไร่
ปี 2544 มีการขยายผลการพัฒนาพื้นที่เพื่อปลูกไม้ดอก จำนวน 10 ไร่ เกษตรกรเข้าร่วม 10 ราย และทางปศุสัตว์ได้ส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อลูกผสมจำนวน 36 ตัว มีเกษตรกรเข้าร่วม 18 ราย
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก














