Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
ดินโป่ง คือ ดินที่มีรสเค็มและละเอียดซึ่งเกิดจากแร่ธาตุบางชนิด เป็นอาหารของสัตว์ป่าที่กินหญ้าบางชนิด หรือโป่งคือบริเวณพื้นที่ซึ่งมีแร่ธาตุต่าง ๆ มารวมกัน อันเนื่องมาจากฝนตกหนัก และเกิดขบวนการชะล้างนำเอาแร่ธาตุที่จำเป็นของสัตว์ป่าออกจากดินทั่วไปรวมกันยังพื้นที่แห่งหนึ่ง แร่ธาตุเหล่านี้เป็นสิ่งซึ่งสัตว์สัตว์ป่าไม่สามารถหาทดแทนได้จากพืช ซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนประกอบใหญ่ ดังนั้นพื้นดินส่วนนี้จึงเป็นแหล่งแร่ธาตุสำหรับสัตว์ป่าซึ่งกินพืชเป็นอาหาร เช่น กวาง เก้ง กระทิง วัวแดง และช้างป่า เป็นต้น
สารบัญ |
[แก้ไข] โป่ง ( Salt licks )

นอกจากนี้ โป่งยังเป็นแหล่งอาหารที่สัตว์ลงมากิน เพื่อช่วยในกระบวนการย่อยอาหาร อาจจะเป็นดิน หินหรือน้ำเป็นประจำ โดยที่บริเวณเหล่านี้จะมีแร่ธาตุและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าเป็นปริมาณมาก และแหล่งอื่น ๆ มีน้อยกว่าหรือไม่มีเลย
ดินโป่ง คือแอ่งดินเค็มตามธรรมชาติ เป็นดินที่มีเกลือแร่ต่าง ๆ ปนอยู่ เช่น เกลือโซเดียมคลอไรด์ เกลือแคลเซียม แมกนีเซียม หรือ โปตัสเซียมเป็นต้น ดินโป่งมักเป็นดินเนื้อละเอียด แต่บางแห่งอาจมีกรวด กิน หรือ ทรายปนอยู่ เนื้อดินมีสีดำ หรือแดงลูกรัง หรือขาว เวลา ฝนตกมักมีน้ำขังเป็นตมอยู่ในแอ่งกลางโป่ง สัตว์ป่าที่กินพืชเป็นอาหาร เช่น อีเก้ง กวาง กระทิง ช้าง ฯลฯ ชอบมากินดินโป่งมากเพราะว่าร่างกาย ของสัตว์ป่าเหล่านั้นขาดเกลือแร่ดังกล่าว นอกจากนั้นสัตว์ป่าชนิดที่มีเขายังต้องการเกลือแร่ แคลเซียม ไปบำรุงเขาของมันให้งอกงามและแข็งแรงอีกด้วย
โป่ง คือบริเวณที่มีแอ่งดินเค็มหรือบริเวณที่มีดินโป่ง ซึ่งโป่งแต่ละแห่งมักจะมีเกลือแร่แต่ละชนิดต่างกันดังนั้นสัตว์ป่าส่วนมากจึงต้องหาดินโป่งกินหลาย ๆ โป่งด้วยกัน เพื่อร่างกายของมันได้รับเกลือแร่แต่ละชนิดครบตามที่ต้องการ โป่งเทียม เป็นโป่งที่ขึ้นเพื่อล่อให้สัตว์ป่ามากิน โดยเลือกดูเนื้อดินในบริเวณที่จะทำโป่งเทียมให้มีลักษณะคล้ายกับดินโป่งธรรมชาติ และควรเลือกให้อยู่ฝนแหล่งที่เป็นด่านสัตว์ หรือใกล้กับด่านสัตว์ที่มันต้องเดินผ่านเป็นประจำอยู่แล้ว การทำโป่งเทียมก็คือการขุดดินในบริเวณที่เราเลือกไว้ให้เป็นแอ่ง แล้วเอาเกลือ(เกลือแกง)เทลงไปในแอ่งน้ำนั้น เมื่อมีฝนตกหรือความชื้นจากน้ำค้างเกลือก็จะละลายทำให้ดินบริเวณนั้นเค็ม สัตว์ป่าต่าง ๆ ก็จะพากันมากินดินเหล่านี้ ถ้าเราเลือกที่ทำดินโป่งเทียมได้เหมาะแล้ว สัตว์ต่างๆ ก็จะติดและมากินโป่งเทียมนี้แทบไม่ขาดเลย โป่งบนเขาใหญ่ส่วนมากเป็นโป่งดินธรรมชาติซึ่งสัตว์ป่าออกหากินเป็นประจำอยู่แล้ว มีทั้งโป่งขนาดใหญ่มาก เช่น โป่งหนองผักชี โป่งเครื่องบินตก ฯ โป่งขนาดไม่ใหญ่นัก เช่น โป่งช้าง โป่งต้นไทร ฯ และโป่งขนาดเล็ก เช่น โป่งต้นจาน เป็นต้น ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ของอุทยาน ฯก็พยายามที่จะนำเกลือไปใส่เพิ่มเติมลงไปในโป่งเสมอ ๆ เพื่อให้สัตว์ป่าต่าง ๆ ได้มีเกลือกินกันมากขึ้น มีอยู่หลายโป่งที่มีการใส่เกลือเพิ่มเติมเป็นประจำ แต่ก็ทีบางโป่งที่ยังคงปล่อยให้เป็นโป่งธรรมชาติตามสภาพเดิม เช่นที่ โป่งเครื่องบินตก โป่งมอสิงโต และโป่งที่อยู่ในป่าลึกๆ อีกหลายแห่ง
โป่งหนองผักชี เป็นโป่งขนาดใหญ่มาก มีลักษณะเป็นลานดินกว้างอยู่บนไหล่เนินในทุ่งหญ้าริมหนองผักชี เนื้อดินเป็นสีแดงลูกรัง และที่โป่งแห่งนี้ไม่ค่อยมีน้ำขังเหมือนกับโป่งอื่น ๆ เพราะบริเวณโป่งเป็นที่ลาดไหล่เนิน สัตว์ป่าที่ออกมากินโป่งแห่งนี้มีหลายชนิดอาจจะกล่าวได้ว่าสัตว์ป่าที่ต้องกินโป่งเกือบทุกชนิดออกมากินที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น ช้าง กวาง อีเก้ง กระทิง ฯลฯ เนื่องจากบริเวณนี้เป็นที่ที่มี่ทุกอย่างที่มันต้องการ คือมีทั้งหญ้า น้ำ และดินโป่ง การเดินทางมายังโป่งแห่งนี้มาได้ตามทางที่มายังหนองผักชี ส่วนท่านที่ต้องการจะมาคอยดูสัตว์ป่าที่ออกหาก่อนที่นี่ควรมาในเวลาเย็น ๆ ประมาณบ่ายโมงจนถึงหกโมงเย็น และอีกเวลาหนึ่งก็ควรเป็นเวลาเช้าตรู่
โป่งเครื่องบิน หรือโป่งเครื่องบินตก เป็นโป่งธรรมชาติขนาดใหญ่ นับได้ว่าเป็นโป่งขนาดใหญ่ที่สุด และมีสัตว์ป่าออกหากินชุกชุมที่สุดของเขาใหญ่มีสัตว์ป่าออกหากินทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช้างป่าจะออกหากินที่นี่ในเวลากลางวันด้วยที่โป่งแห่งนี้มิเพียงแต่จะเป็นที่ชุมนุมของสัตว์ป่าที่ต้องมากินโป่งเท่านั้น สัตว์ป่าที่กินเนื้อเป็นอาหาร เช่น เสือต่างๆ เพราะมันสามารถหาเหยื่อของมันได้ง่าย และบนต้นไม้แถบนี้ก็ยังมีนกนานาชนิดอาศัยอยู่ สาเหตุที่มีสัตว์ชุกกชุมมากในบริเวณนี้คงจะเป็นเพราะว่าโป่งแห่งนี้อยู่ในป่าลึกห่างไกลจากคน และไม่ค่อยมีคนผ่านเข้าไปในบริเวณนั้นเนื่องจากมีเรื่องเล่าลือกันมาว่า ผู้ที่ผ่านไปมักจะถูกผีหลอกเสมอ ๆ (เคยมีเครื่องบินไอพ่นโดยสารตกลง ในป่าห่างจากโป่งแห่งนี้ไปประมาณ 2 ก.ม. ผู้โดยสารและนักบินตายหมด 23 ศพ การเดินทางไปยังโป่งแห่งนี้ต้องเดินเท้าไปตามทางเดินทางเดินป่า แยกจากถนนธนะรัชน์ทางซ้ายมือที่ ก.ม. 31.5 (เลยดงงูเห่าไปเล็กน้อย) ทางเดินเข้าไปเป็นร่องรอยเก่าของทางรถยนต์ที่แล่นบุกเข้าไปในป่าเพื่อไปบรรทุกศพผู้ที่เสียชีวิตออกมาจากซากเครื่องบินตก ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ใช้เส้นทางนี้สำหรับเข้าไปสำรวจป่าเป็นครั้งคราว
โป่งต้นไทร เป็นโป่งขนาดไม่ใหญ่นัก อยู่ริมถนนทางด้านขวามือที่ ก.ม. 36 ถนนธนะรัชต์ ก่อนถึงที่ทำการอุทยานฯ รอบ ๆ บริเวณโป่งมีต้นไม้ขึ้นอยู่ร่มครึ้ม ส่วนมากเป็นต้นปอหูช้างและใกล้ ๆ กับโป่งมีต้นไทรขึ้นอยู่ต้นหนึ่ง โป่งแห่งนี้ถึงได้ชื่อว่าโป่งต้นไทร สัตว์ป่าที่ออกมากินโป่งแห่งนี้ส่วนมากเป็นอีเก้ง กวาง และช้าง ถ้าเราลงไปดูรอยที่โป่งมักจะพบแต่รอนเท้าของสัตว์เหล่านี้เสมอ นอกจากนี้แล้วบริเวณนี้ยังมีฝูงลิงกังฝูงหนึ่งที่มักมาหากินลูกไม้ ใบไม้มักอยู่เสมอ ๆมันจะเคลื่อนย้ายฝูงข้ามลำตะคองและข้ามถนนผ่านบริเวณโป่งต้นไทรเพื่อหาแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ไปเรื่อย ๆ
โป่งวัดน้ำ เป็นโป่งขนาดเล็กอยู่กลางทุ่งหญ้าบนยอดเนินทางซ้ายมือถนนธนะรัชต์ที่ ก.ม. 36.5 ผู้ทีต้องการไปยังโป่งแห่งนี้ต้องเดินไปตามทางดังกล่าว ใช้เวลาเดินประมาณ 15-30 นาทีก็จะถึง ระหว่างทางมีทากอยู่บ้างพอสมควร โป่งต้นจาน เป็นโป่งขนาดเล็กซึ่งมีอีเก้งและกวางออกมาหากินเป็นประจำ ลักษณะของดินที่โป่งแห่งนี้เป็นดินสีดำและดินทรายเนื่องจากว่าบริเวณโป่ง อยู่บนทางลาดใกล้ริมถนน เวลาฝนตกจึงมีน้ำฝนไหลจากไหล่ถนนพัดพาเอาตะกอนทรายมาตกทับถมอยู่บริเวณ ใกล้เคียงกับโป่ง โป่งแห่งนี้อยู่ที่ริมถนนลูกรังทางเข้าสนามกอล์ฟเมื่อเข้าไปตามทางเข้าสนามกอล์ฟประมาณ 100 เมตรจะมองเห็นต้นไม้ขนาดกลางต้นหนึ่งเรียกกันว่าต้นจานอยู่ที่ริมถนนทางชวามือเพียงต้นเดียว และเมื่อเดินทางผ่านเข้าไปในทุ่งหญ้าใกล้ ๆ ต้นจานประมาณ 20 เมตรก็จะถึงโป่งแห่งนี้
โป่งหัวเขา หรือ โป่งที่ชมวิว เป็นโป่งขนาดไม่ใหญ่นัก อยู่บริเวณริมถนนธนะรัชต์ ก.ม. 29.5 เมื่อเดินทางขึ้นมาบนเขาใหญ่ก่อนจะถึงที่ชมวิว (ก.ม. 30) สักเล็กน้อย ก็จะเห็นโป่งแห่งนี้อยู่ทางขวามือของถนนใกล้ ๆ กับโป่งแห่งนี้มีป้าย "ระวังกวางข้ามถนน" สำหรับเตือนให้ผู้รถระวัง เพราะที่โป่งแห่งนี้มักจะมีกวางเดินข้ามถนนมากินเสมอ ๆ ในเวลากลางคืน นอกจากนั้นแล้วยังมีช้างมากินที่โป่งแห่งนี้ด้วย
โป่งช้างหรือโป่งช้างออกลูก หรือ โป่งโค้งต้นซ้อ เป็นโป่งขนาดเล็กอยู่ทางขวามือของถนนธนะรัชต์ เลย ก.ม. 30 ขึ้นมาสักเล็กน้อย โป่งแห่งนี้อยู่ติดริมถนนเลยทีเดียว หากคนทีไม่รู้จักคงคิดว่าเป็นแอ่งลูกรังธรรมดา ๆ เหตุที่ได้ชื่อว่าเป็นโป่งช้างก็เพราะว่ามีช้างออกมากินเป็นประจำในเวลากลางคืน มันจะเดินออกมาจากป่าหลังบ้านพักยามสายตรวจที่ชมวิว มาที่โป่งแห่งนี้บางครั้งก็อาจจะแวะไปที่โป่งหัวเขาด้วย
โป่งชมรมเพื่อน เป็นโป่งเทียมที่ทำขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2517 นี้เองขนาดของโป่งเป็นโป่งขนาดเล็ก มีสัตว์ป่าจำพวกกวาง เก้ง ช้างออกมากิน โป่งแห่งนี้อยู่ในทุ่งหญ้าขวามือถนนธนะรัชต์ ที่ ก.ม. 35
โป่งดินดำ เป็นแอ่งดินโป่งธรรมชาติ อยู่ในทุ่งหญ้าริมถนนทางเข้าป้อมสายตรวจหนองขิงเหตุที่ได้ชื่อว่าโป่งดินดำก็เนื่องจาก มาจากดินบริเวณโป่งแห่งนี้เป็นสีดำ สัตว์ป่าที่ออกมากินมาก ก็ได้แก่ กวาง ส่วนสัตว์อื่น ๆ เช่น กระทิง ช้าง จะไม่ออกหากินที่นี่เพราะบริเวณนี้ไม่ใช่บริเวณที่สัตว์เหล่านี้อาศัยอยู่
โป่งหนองขิง อยู่ในบริเวณทุ่งหญ้าริมถนนธนะรัชต์ ที่ ก.ม.40(ทุ่งหญ้าด้านซ้ายมือตรงข้ามด่านรักษาการสายตรวจหนองขิง จะมองลงมาเห็นสัตว์ป่าที่ออกมาหากินในทุ่งหญ้ารอบ ๆ โป่งแห่งนี้ได้ นอกจากโป่งต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว ยังมีดินโป่งธรรมชาติอีกหลายแห่งในบริเวณป่าดงดิบ เช่น โป่งเขาสามยอด โป่งเขาแหลม (อยู่บนสันเขาใกล้ยอดเขาแหลม) โป่งวังไผ่ล้อม โป่งวังส้มโอ และโป่งบริเวณคลองอีเฒ่า บึงไผ่ อีกหลายแห่งซึ่งยังสำรวจไม่พบ

[แก้ไข] ลักษณะและชนิดของโป่งที่มีในธรรมชาติ
โป่งดิน (Dry lick)
เป็นบริเวณที่สัตว์ลงไปใช้ประโยชน์ ซึ่งสัตว์มักจะใช้ปากขุดลงไป ปกติจะลึกไม่เกิน 1 เมตร เพื่อกินดินเหล่านั้น โดยเริ่มกินที่ผิวดินก่อนแล้วค่อย ๆ กินลึกลงไปเป็นบริเวณกว้างไม่เกิน 10 เมตร โป่งดินจะพบตามริมหรือในห้วยที่เป็นที่ราบ ในฤดูฝนอาจมีน้ำท่วมขังอยู่ซึ่งสัตว์ป่าจะไม่เลียกินดิน แต่จะเลียกินน้ำแทนหลังจากที่ธาตุและเกลือแร่ในโป่งดินหมดไปหรือมีน้อย สัตว์อาจทิ้งโป่งดินและไปกินโป่งใหม่ในแหล่งอื่น ๆ ต่อไปอีก โป่งที่สัตว์ไม่กินและไม่มาใช้ประโยชน์อีก เรียกว่า โป่งร้าง
โป่งน้ำ (Wet licks)
ปกติเป็นแหล่งที่เป้นต้นน้ำ โดยเฉพาะบริเวณที่เป้นน้ำซึมหรือน้ำซับหรือที่ไหลออกมาจากภูเขาหินปูน แอ่งหรือบ่อที่เป็นโป่งดินมาก่อนโดยจะมีน้ำขังตลอดปี มักพบโป่งน้ำตามภูเขาน้ำซึมหรือน้ำซับดังกล่าวมีแร่ธาตุต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ละลายอยู่
ทั้งโป่งดินและโป่งน้ำพบเห็นได้ในป่าค่อนข้างราบ ซึ่งเป็นบริเวณที่ได้รับแร่ธาตุจากการกัดเซาะ พังทลายของดินจากที่สูงลงมาสะสมไว้ ส่วนใหญ่พบโป่งได้มากในป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรังและป่าดงดิบมากน้อยตามลำดับ
[แก้ไข] ความสำคัญของแร่ธาตุต่อสัตว์
พืชอาหารสัตว์เป็นอาหารสัตว์เป็นอาหารที่จำเป็นและสำคัญสำหรับสัตว์เคี้ยวเอื้องในประเทศเขตร้อน เช่น พลังงาน วิตามิน และแร่ธาตุ สำหรับแร่ธาตุแล้วเป็นองค์ประกอบของน้ำหนักตัวของสัตว์ประมาณร้อยละ 5 แต่ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ความต้องการแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับสัตว์ในอาหารสัตว์นั้นมีอย่างน้อยกว่า 15 ธาตุคือ
1. แร่ธาตุที่สัตว์ต้องการในปริมาณมาก ได้แก่ แคลเซียม (Ca) ฟอสฟอรัส (P) โปแตสเซียม (K) โซเดียม (CI) แมกนีเซียม (Mg) และกำมะถัน (S)
2. แร่ธาตุที่สัตว์ต้องการในปริมาณน้อย ได้แก่ โคบอลล์ (Co) ทองแดง (Cu) ไอโอดีน (I) เหล็ก (Fe) แมงกานีส (Mn) โมลิปดินัม (Mo) ซิลิเนียม (Se) และสังกะสี (Zn)
[แก้ไข] ประเภทของสัตว์ที่ใช้ประโยชน์ในพื้นที่โป่ง
1. สัตว์ปีกที่เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่โป่ง
1.1 พวกที่เข้ามาใช้โป่งเพื่อประโยชน์โดยตรง
สัตว์ปีกกลุ่มนี้เข้ามากินน้ำซับในโป่งน้ำ และเลือกกินเม็ดกรวด เม็ดทราย ส่วนใหญ่เป็นพวกกินพืชเป็นอาหารหลัก เช่น นกเขาเปล้าชนิดต่างๆ นกมูม นกแขกเต้า และนกเขาเขียว
1.2 พวกที่เข้ามาใช้พื้นที่โป่งเพื่อประโยชน์โดยอ้อม
สัตว์ปีกกลุ่มนี้ผ่านเข้ามาเพื่อคอยล่าเหยื่อ หรือจับแมลงกินเป็นอาหาร ไม่มีวัตถุประสงค์ในการทำกิจกรรมเหมือนสัตว์ปีกพวกแรก การเข้าใช้พื้นที่โป่งอาจเป็นเพราะโป่งตั้งอยู่ในเส้นทางที่ผ่านในขณะกำลังหากินพอดี เช่น เหยี่ยวรุ้ง และพญาแร้ง
2. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่โป่ง
2.1 พวกที่เข้ามาใช้พื้นที่โป่งเพื่อประโยชน์โดยตรง
สัตว์พวกนี้กินดินจากโป่งดินปรือน้ำซับจากโป่งน้ำ ส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ป่าที่กินพืชเป็นอาหารหลัก เช่น ช้างป่า เก้ง กวางป่า วัวแดง กระทิง เลียงผา หมูป่า สมเสร็จ ค่างแว่นถิ่นเหนือ และลิงกัง
2.2 พวกที่เข้ามาใช้พื้นที่โป่งเพื่อประโยชน์โดยอ้อม
สัตว์ป่าพวกนี้ใช้พื้นที่โป่งเช่นเดียวกับพวกแรก แต่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์หลักกินโป่งเพื่อต้องการแร่ธาตุ ส่วนใหญ่จะไม่ใช่สัตว์กินพืชอย่างเดียวเป็นอาหาร ซึ่งจระเข้สามารถกินน้ำในโป่ง หาอาหารหรือเข้ามาดักเพื่อล่าเหยื่อที่ใช้ประโยชน์จากโป่งเพื่อแหล่งอาหาร เช่น หมาจิ้งจอก หมาใน เสือโคร่ง เสือดำ อีเห็น และชมดชนิดต่าง ๆ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต











