Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
โรงเรียนพระดาบส เป็นโครงการตามกระแสพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2518 เพื่อสนับสนุนผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ไม่มีอาชีพ และความรู้พื้นฐานที่จะเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาชั้นสูง แต่มีความใฝ่เรียนเพียรพยายามให้ได้มีโอกาสฝึกอาชีพ ควบคู่ไปกับการฝึกอบรมคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้เขาเหล่านั้นออกไปประกอบสัมมาอาชีวะ สร้างตนเอง ช่วยเหลือครอบครัว สังคม และประเทศชาติต่อไปได้
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิพระดาบสจัดการเรียนการสอนในรูปแบบการศึกษานอกระบบ และไม่เป็นเชิงพาณิชย์ กล่าวคือ ผู้เรียนหรือ "ศิษย์พระดาบส" จะได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในการศึกษาเล่าเรียน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ตลอดระยะเวลา 1 ปี แต่มีเงื่อนไขว่า ให้ปรนนิบัติครูอาจารย์ หรือ "ดาบสอาสา" และปฏิบัติตนเป็นคนดี ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ช่วยเหลือโรงเรียนเป็นการตอบแทน เพื่อปลูกฝังความกตัญญูรู้คุณให้แก่ศิษย์นั่นเอง
โรงเรียนพระดาบส เปิดให้การศึกษาโดยไม่จำกัดเพศ วัย ศาสนา ถิ่นฐานที่อยู่ หรือวุฒิของผู้ที่จะเข้ามาเป็นศิษย์พระดาบสแต่อย่างใด เพียงอ่านออกเขียนได้ก็เพียงพอ โรงเรียนฯ จะมีการอบรมวิชาชีพควบคู่ไปกับการอบรมด้านคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้ศิษย์พระดาบสสามารถดำเนินชีวิตในทางที่ชอบที่ควร เป็นผู้มีความรู้ควบคู่คุณธรรม มีความประพฤติเรียบร้อยเป็นพลเมืองดี เพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์ให้สังคมและประเทศชาติต่อไป ปัจจุบันมีผู้สำเร็จการศึกษาจาก โรงเรียนพระดาบส และออกไปประกอบอาชีพต่างๆ แล้วกว่า 800 คน
หลักสูตรของโรงเรียนพระดาบส ในปัจจุบันมีทั้งสิ้น 7 หลักสูตร คือ หลักสูตรวิชาชีพช่างไฟฟ้าวิทยุโทรทัศน์ หลักสูตรวิชาชีพช่างยนต์ หลักสูตรช่างอิเล็กทรอนิกส์ หลักสูตรวิชาชีพเกษตรพอเพียง หลักสูตรช่างซ่อมบำรุง หลักสูตรเคหบริบาล และหลักสูตรช่างไม้เครื่องเรือน
ปัจจุบัน มูลนิธิพระดาบส ต้องใช้งบประมาณในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องไม้จำนวนมากต่อผู้ที่เข้ามาเรียนในโครงการมูลนิธิพระดาบสแต่ละราย ซึ่งในแต่ละปีมูลนิธิพระดาบสสามารถรับศิษย์พระดาบสได้ประมาณ 150 คนต่อปี
ทั้งนี้ เนื่องจากงบประมาณที่ใช้จ่ายนั้นส่วนใหญ่ได้รับมาจากทรัพย์สินส่วนพระองค์เป็นหลัก และอีกส่วนจะมาจากผู้มีจิตศรัทธาที่มีอยู่ไม่มากนัก เนื่องจาก มูลนิธิพระดาบส ยังไม่เป็นที่รู้จักโดยแพร่หลาย จึงทำให้มูลนิธิฯ มีข้อจำกัดในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ที่ยังขาดแคลนและล้าสมัย
วีระพนธ์ พลขันธุ์ อดีตศิษย์พระดาบส เล่าถึงโอกาสที่เขาได้รับจากการเข้ามาเรียนที่ โรงเรียนพระดาบส ว่า "? ผมเข้ามากรุงเทพฯครั้งแรก ก็มาทำงานเป็นลูกมือช่าง บังเอิญทราบข่าวการรับสมัครของ มูลนิธิพระดาบส เลยมาลองดู ดีใจมากครับที่ได้รับเลือก เพราะมีคนสมัครเข้ามาเยอะมาก สัมภาษณ์หลายรอบ ??
"... ผมอยากเป็นช่างยนต์ครับ เพราะพ่อผมก็เป็นช่างยนต์ หลังจบการศึกษาที่พระดาบสแล้ว ผมได้ออกไปทำงานสั่งสมประสบการณ์กว่า 10 ปี ปัจจุบันนี้ผมมีกิจการอู่ซ่อมรถเป็นของตนเองแล้วครับ ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากครับที่ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนในโรงเรียนพระดาบส ..."
สันติ ปัญญาธีรโกศล ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงจากแม่ฮ่องสอน หนึ่งในผู้ได้รับโอกาสเข้าเป็นศิษย์พระดาบสกล่าวว่า "ผมเรียนจบชั้น ม.6 อยากจะเรียนต่อครับ แต่ว่าทุนทรัพย์ไม่มี แล้วก็อยากช่วยแบ่งเบาภาระให้พ่อแม่ที่มีอาชีพทำสวนไร่นา จึงสมัครเรียนวิชาชีพสาขาเกษตรพอเพียงกับ มูลนิธิพระดาบส ตอนนี้ผมได้นำวิชาความรู้ที่ได้เรียนมาไปเผยแพร่ให้คนในหมู่บ้าน และพัฒนาการเกษตรของเราให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้งานเกษตรจะเหน็ดเหนื่อย แต่ผมไม่เคยคิดจะเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น เพราะผมมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นักเกษตรที่ยิ่งใหญ่เป็นแบบอย่างครับ ..."
นอกจาก วีระพนธ์ และ สันติ ยังมีศิษย์พระดาบสอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่เพียงแต่จะมีโอกาสเรียนหนังสือ มีอาชีพการงาน หลายๆ คนยังนำความรู้ที่ได้กลับไปพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง ขณะเดียวกันก็เจียดเวลามาเป็นอาสาสมัครช่วยสอนหนังสือให้กับศิษย์พระดาบสรุ่นต่อๆ ไป ด้วยสำนึกในโอกาสที่ได้รับจากมูลนิธิ
สถานที่และบุคคลที่จะติดต่อ
มูลนิธิพระดาบส
เลขที่ 384-386 ถนนสามเสน (ตรงข้ามหอสมุดแห่งชาติ)
ท่าวาสุกรี กรุงเทพมหานคร 10300
โทรศัพท์ 0-2282-7000 และ 0-2281-0377
พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์ เลขาธิการมูลนิธิพระดาบส
บ้านเลขที่ 108 นวธานี ถนนสุขาภิบาล 2
แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240
โทรศัพท์ 0-2376-1800 และ 0-2376-1776
ตู้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
spsakorn@dabos.or.th
rujirak@dabos.or.th
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
มูลนิธิพระดาบส
give2all.com














