Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
[แก้ไข] ในหลวงกับพระศาสนา
วันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จพระราชพิธีราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์ตามโบราณราชประเพณี พระองค์คตั้งพระราชสัตยาธิษฐาน เช่นเดียวกับสมเด็จพระบูรพมหากษัตราธราชเจ้าทุกพระองค์ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
พระดำรัสแรกแห่งความเป็นพระมหากษัตริย์ของพระองค์นั้นได้แสดงให้ชาวโลกเห็นประจักษ์แล้วว่าพระองค์จะทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย โดยธรรมแห่งพระพุทธศาสนา
”พระองค์จะทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม”
พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือธรรมที่ในหลวงทรงให้ความเคารพและนำมาปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรของพระองค์
พระกรณียกิจของในหลวงที่มีต่อพระศาสนานั้นมีมากเป็นเอนกประการ อย่างที่สมควรนำมาแสดงเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติของพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จออกผนวชเมื่อเดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๙๙ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระสังฆราช (ม.ร.ว.ชื่นสุจิตฺโต) ซึ่งต่อมาได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ วัดบวรนิเวศวิหารทรงเป็นพระราชอุปัชฌาย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้รับสมณฉายาว่า “ภิมพโล” ตามนามของพระองค์
เมื่อทรงผนวชแล้ว ทรงประทับอยู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ตลอดระยะเวลาทรงผนวช พระองค์ทรงธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ทรงปฏิบัติศาสนกิจเช่นที่พระทั้งหลายปฏิบัติ ทรงเสด็จทำวัตรเช้าวัตรเย็นที่พระอุโบสถร่วมกับพระภิกษุสามเณรมิได้ขาดสักวันหนึ่งเลย ทรงศึกษาและปฏิบัติพระธรรมวินัยด้วยความเคารพ ทรงเสด็จออกบิณฑบาต โปรดพสกนิกรที่มีบุญได้ถวายบาตรแด่พระองค์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นมหาธรรมราชา ทรงผนวชก็ทรงเป็นพระสุปัฏิปันโน คือพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชนคนไทยให้ได้สำนึกและตระหนักว่า เป็นบุญของชาติไทยแล้วที่มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ เป็นบุญแก่คนไทยแล้วที่ได้นับถือศรัทธาพระพุทธศาสนา
เมื่อเราสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ เราจงเป็นผู้ใฝ่ธรรม ประพฤติตนให้ดี จึงจะสมกับพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงโปรดพสกนิกรให้เป็นคนดีเช่นนั้น และด้วยพระราชศรัทธาในครั้งนั้นพระองค์ได้ทรงมีกระแสพระราชดำรัสสำคัญยิ่งในท่ามกลางมหาสมาคม ณ พระที่นั้งอมรินทรวินิจฉัย มีความตอนหนึ่งว่า “โดยที่พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติของเรา ทั้งตามความศรัทธาเชื่อมั่นของข้าพเจ้าเองก็เห็นเป็นศาสนาดีศาสนาหนึ่ง เนื่องในบรรดาสัจธรรมคำสั่งสอนอันชอบธรรม คำสั่งอันชอบด้วยเหตุผลซึ่งเคยคิดอยู่ว่าถ้าโอกาสอำนวย ข้าพเจ้าจักได้บวชสักเวลาหนึ่ง”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใฝ่พระทัยในการศึกษาธรรมะและพิธีการของพระพุทธศาสนาจนทรงสามารถนำมาปฏิบัติได้อย่างดียิ่ง พระอิริยบถของพระองค์ในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลจะเป็นไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยถูกต้องครบถ้วนตามโบราณประเพณีนิยมทุกอย่างทุกประการ มิได้ขาดตกบกพร่องเลย ทรงประณมพระหัตถ์สดับพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ได้พอเหมาะพอดีทรงยกพระหัตถ์อยู่ในระดับพองาม ไม่สูงไม่ต่ำจนเกินไป พระหัตถ์นั้นอยู่ในระดับที่คงที่สม่ำเสมอจนเสร็จพระราชพิธี
ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ได้กล่าวว่า “กระผมเคยเห็นครั้งหนึ่งที่พระภิกษุที่พระองค์ท่านทรงอาราธนามาเจริญพระพุทธมนต์บำเพ็ญพระราชกุศลส่วนพระองค์ ท่านชรามาก อายุ ๙๐ เศษ ท่านเดินไม่ไหว พระเจ้าอยู่หัวของเราเข้าไปประคองแขน และทรงประคองเดินผ่านพวกเราไปทรงส่งพระจนถึงรถ ทรงทำเองแท้ ๆ ไม่ได้ใช้มหาดเล็กเลย อย่างนี้เป็นภาพที่กระทบเข้าไปในหัวใจ ประทับใจเราว่า พระองค์ท่านทำอย่างนี้ด้วยพระราชศรัทธาปสาทะในพระพุทธศาสนา และภิกษุสงฆ์อย่างแนบแน่นยิ่ง ทั้งที่เป็นพระเจ้าแผ่นดินพระองค์เดียวในโลกของชาวพุทธทั่วโลก เป็นพระเจ้าแผ่นดินพระองค์เดียวที่เป็นศาสนูปถัมภกโดยแท้จริง และทรงเป็นพุทธศาสนิกชนที่แท้จริงในโลกในเวลานี้ ทั้งนี้เป็นพระจริยาวัตรที่ตรึงเข้าไปในใจของประชาชนชาวพุทธทั้งหลาย ประเทศไทยเป็นชาวพุทธถึงกว่าร้อยละ ๙๐ เพราะฉะนั้นความเคารพรักนับถือของชาวไทยจึงเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล... ในด้านการพระศาสนาพระองค์ท่านทรงศึกษาและปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง และลึกซึ้ง ซึ่งคนธรรมดาสามัญอย่างเราคาดไม่ถึงว่าพระเจ้าแผ่นดินทรงมีพระราชภาระหนักหน่วง จะทรงรอบรู้หลักธรรมะของพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งเช่นนี้ ไม่ใช่เพียงแต่ทรงรู้เฉย ๆ หากแต่ทรงปฏิบัติโดยเคร่งครัดและจริงจัง ข้อนี้เป็นที่ประจักษ์แก่คนทุกคนซึ่งอยู่ในปริมณฑลที่ใกล้ชิดพระองค์ การทั้งนี้จะเห็นได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระองค์ต่อสมณะ คือพระภิกษุสงฆ์ด้วยคารวะนอบน้อม นอบน้อมยิ่งเสียกว่าเราคนธรรมดาจะปฏิบัติเสียอีก คนที่เห็นจะรู้สึกว่าน่ามองดูเสียเหลือเกิน เช่น เวลาท่านทรงบำเพ็ญพระราชกุศลส่วนพระองค์ ก็ทรงนั่งพับเพียบต่อหน้าพระ เวลาพระสวดมนต์ พระองค์ทรงนั่งพับเพียบไม่ได้เปลี่ยน ท่านั่งพระองค์ตรงไม่กระดุกกระดิก พระองค์สามารถทำได้อย่างไร เวลาภาพออกมาเห็นในพิธีทางศาสนา หรือทรงเยี่ยมวัดวาอาราม เมื่อพระองค์ท่านเข้าไปทรงทักสมณะผู้ใหญ่ พระเถระที่เป็นหัวหน้า ท่านทั้งหลายคงเห็น พระเจ้าอยู่หัวทรงคุกพระชงฆ์ลงไปกับพื้นเพื่อทรงพูดกับพระ” ผู้รับใช้ใกล้ชิดในหลวงจะทราบได้ว่าพระองค์ทรงปฏิบัติเจริญสมาธิอยู่เสมอ นายตำรวจ นายทหารที่รับราชการรับใช้ใกล้ชิดพระองค์ท่านก็เจริญรอยตามพระยุคลบาท พากันฝึกสมาธิอย่างขะมักเขม้น พระองค์ทรงพระกรุณารับสั่งเรื่องสมาธิกับข้าราชบริพารเสมอ ทรงพระราชทานคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้ทุกครั้ง เช่น ทรงพระราชทานคำแนะนำว่าถ้าไม่สามารถทำสมาธิวิธีอื่นให้ได้ผล ก็ให้ลองใช้วิธีนับว่าหนึ่ง-เข้า หนึ่ง-ออก สอง-เข้า สอง-ออก พระองค์ท่านตรัสว่า การปฏิบัติกัมมัฏฐานของพระองค์ท่านก็ทรงทำเช่นนี้ พระองค์ทรงปฏิบัติสมาธิอย่างสม่ำเสมอ ทรงตั้งพระทัยศึกษาตลอดเวลา เมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปที่ใด พระองค์ก็มักจะเสด็จฯ เข้าวัดเสมอ ทรงรับสั่งกับพระผู้ใหญ่เป็นเวลานาน ๆ เช่นหลวงปูแหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล เป็นต้น ในหลวงทรงโปรดนิมนต์หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ (พระราชพรหมญาณ) พระอาจารย์วัน อุตฺตโม เป็นต้น เข้ามาในวังเพื่อถวายกัมมัฏฐานต่อพระองค์ พระองค์ยังทรงบันทึกคำสอนคำถวายกัมมัฏฐานของครูบาอาจารย์ต่าง ๆ ลงม้วนเทป เพื่อพระราชทานให้ข้าราชบริพารเสมอ ๆ เทปพระราชทานนั้นก็มีทั้งคำสอนของสมเด็จพระสังฆราช หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน เป็นต้น
ผลแห่งการปฏิบัติสมาธิของพระองค์นั้น ทำให้พระองค์ทรงงานต่างๆ ได้อย่างเป็นอัศจรรย์ ที่คนธรรมดาสามัญเหลือวิสัยจะปฏิบัติเช่นพระองค์ได้ ทรงประทับเป็นเวลานานๆ ติดต่อกันได้เป็นเวลาหลายชั่วโมง เช่นการพระราชทานปริญญาบัตร ที่คนธรรมดาเพียงแค่ชั่วเวลาไม่นานก็พากันขัดเมื่อยเสียแล้ว ทรงเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระบาทได้ระยะทางอันไกลมาก ขนาดทหารตำรวจที่ยังอยู่ในวัยฉกรรจ์ยังตามเสด็จพระองค์แทบไม่ทัน ในการทรงงานเพื่อประโยชน์สุของพสกนิกรนั้น พระองค์ไม่ได้ทรงแสดงให้เห็นถึงความลำบากพระวรกายแม้แต่น้อย ที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะน้ำพระทัยของพระองค์ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่พสกนิกรและผลแห่งการปฏิบัติธรรมของพระองค์โดยแท้
ไม่เพียงแต่ในหลวงจะทรงปฏิบัติธรรมเป็นการปฏิบัติบูชา พระองค์ยังทรงสร้างพระพุทธรูปเป็นอามิสบูชาอีกด้วย ทั้งทรงเสด็จไปหล่อพระพุทธรูปในที่ต่างๆ ยังทรงสร้างพระพุทธรูปด้วยพระองค์เอง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์เป็นอย่างสูง ในปีพ.ศ. ๒๕๐๙ ได้ทรงหล่อพระปางมารวิชัยขึ้นทั้งองค์ หน้าตัก ๙ นิ้ว ด้วยผงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ฐานเป็นรูปกลีบบัวบรรจุพระพิมพ์ส่วนพระองค์และโปรดเกล้าฯ ให้หล่อจำนวน ๑๐๐ องค์ เพื่อพระราชทานไปประดิษฐาน ณ จังหวัดต่างๆ ทั่วพระรอาณาจักร และโปรดเกล้าฯ ให้ขนานนามพระพุทธรูปนั้นว่า “พระพุทธนวราชบพิตร”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้สร้างพระเครื่องเพื่อพระราชทานแก่ข้าราชบริพาร ทรงออกแบบเอง พระนั้นได้ชื่อว่า “พระสมเด็จจิตรลดา” ซึ่งเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ปราถนาของคนไทยทั้งประเทศ
[แก้ไข] พระราชโอวาทเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประทานโอวาทเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเสมอ ๆ ในพระบรมราโชวาทของพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้พสกนิกรตระหนักในความสำคัญของพระพุทธศาสนา ทรงสอนให้พสกนิกรรู้ปริยัติ นำไปปฏิบัติ เพื่อให้เกิดผลอันคือปฏิเวธ อันคือความสุขสงบ ซึ่งจักอัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระองค์นำมาแสดง ดังนี้
“...ทุกคนที่ถือตัวว่าเป็นชาวพุทธ จะต้องสนใจศึกษาพระพุทธศาสนาตามภูมิปัญญา ความสามารถและโอกาสของตนที่มีอยู่เพื่อให้เกิดความรู้และความเข้าใจที่กระจ่างถูกต้องในหลักธรรมและเมื่อศึกษาเข้าใจแล้ว เห็นประโยชน์แล้ว ก็น้อมนำมาปฏิบติทั้งในกิจวัตรและในกิจการของตน เพื่อให้ได้รับผล คือความสุข ความสงบร่มเย็น และความเจริญงอกงามในชีวิตเพื่อเพิ่มพูนขึ้นเป็นลำดับ ตามขีดความสามารถและความประพฤติปฏิบัติของแต่ละคน”
พระราชดำรัสเพื่อเชิญไปอ่านในอันเปิดประชุมใหญ่ขององค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ครั้งที่ ๑๕ ณ กรุงกฎมัณฑุ ประเทศเนปาล วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๙
“...พระพุทธศาสนามีธรรมะอยู่มากมายหลายชั้น อันพอเหมาะพอดีกับอัธยาศัยจิตใจของบุคคลประเภทต่างๆ สำหรับเลือกเฟ้นมาแนะนำสั่งสอน ขัดเกลาความประพฤติปฏิบัติของบุคคลให้ดีขึ้นเจริญขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวโดยหลักใหญ่แล้วคือสอนให้เป็นคนดีให้ประพฤติประโยชน์ ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นให้ลำบากเสียหาย สอนให้รู้จักตนเอง รู้จักฐานะของตนเอง พร้อมทั้งรู้จักหน้าที่ที่จะต้องประพฤติปฏิบัติในฐานะนั้น ๆ ซึ่งเมื่อปฏิบัติโดยถูกต้องครบถ้วนแล้ว ย่อมจะนำความสุข นำความเจริญสวัสดีมาให้ได้ทั่วถึงกันหมด หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งคือนำความสุขความร่มเย็นและความวัฒนาถาวรให้เกิดแก่สังคมมนุษย์”
พระบรมราโชวาทพระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในพิธีเปิดประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ ๑๖ ณ วัดคิรีวงศ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ วันเสาร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๒๔
“...ในสมัยปัจจุบัน นอกจากความรู้ในวิชาการซึ่งสอนกันอยู่ยังต้องมีความรู้ในทางธัมมะ คือความเป็นอยู่ในจิตใจของแต่ละคน การที่เป็นคนดี เป็นคนที่มีความรู้ในทางเหตุผลนี้สามารถที่จะทำให้คนอยู่ด้วยกันอย่างดี ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ช่วยเหลือสามัคคี นอกจากนี้จะช่วยให้คนสามารถที่จะเรียนวิทยาการได้ ผู้ใดที่เรียนวิทยาการแต่ฝ่ายเดียว จะไม่สามารถปฏิบัติตนเป็นมนุษย์ถ้ามีศิลธรรมอยู่ในจิตใจก็สามารถปฏิบัติตนเป็นมนุษย์ที่ดี เป็นประโยชน์ต่อตนเองและต่อผู้อื่น
ฉะนั้นจึงเป็นเหตุให้เห็นความสำคัญของศิลธรรม มิใช่ว่าจะให้คนทั่วไป ทุกคนสนใจศาสนา ศึกษาศาสนาให้มากจนเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่า ‘ธัมมะธัมโม’ แต่ตั้งใจที่จะให้ผู้ที่มีความรู้ทางวิทยาการสามารถที่จะใช้วิชานั้นให้เป็นประโยชน์ โดยอาศัยธัมมะ ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ทุกคน ถ้าคนมีความข้องใจ มีความไม่สบายใจธัมมะก็ปลอบใจ คนไหนที่มีความรู้ คนไหนมีความตั้งใจที่จะปฏิบัติงาน ก็จะช่วยให้ปฏิบัติงานสำเร็จ คนไหนที่มีธัมมะแล้วจึงมีความเจริญ และธัมมะจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชีวิต”
พระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะกรรมการจัดตั้งโรงเรียนสงเคราะห์เด็กยากจน ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันเสาร์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๗
“...ธรรมะในพระพุทธศาสนานั้นบริบูรณ์ด้วยสัจธรรม ที่เป็นสาระและเป็นประโยชน์ในทุกระดับ ซึ่งบุคคลสามารถจะศึกษาและปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ คือความเจริญผาสุกแก่ตนได้อย่างแท้จริง กล่าวคือผู้ปฏิบัติธรรมย่อมจะมีชีวิตและกิจการงาน ที่ประกอบด้วยความสว่าง สะอาด และสงบ ที่ว่าสว่างนั้นคือมีปัญญารู้เหตุรู้ผล รู้ผิดชอบชั่วดีโดยกระจ่างชัด ที่ว่าสะอาดนั้นคือไม่มีความทุจริตทั้งกายวาจาใจมาเกลือกกลั้ว เพราะเห็นจริงชัดในกุศลและในอกุศล ที่ว่าสงบนั้น คือเมื่อไม่ประพฤติทุจริตทุก ๆ ทางแล้วความเดือนร้อนจากบาปทุจริต ก็ไม่มาแผ้วพาล คนที่ประพฤติตนปฏิบัติงานโดยตั้งอยู่ในธรรมอย่างเคร่งครัด จึงเป็นผู้มีปรกติสุขอยู่ร่มเย็นไม่ทำความเดือดร้อนให้แก่ตนเอง แก่ผู้อื่น และสังคมส่วนรวม ท่านทั้งหลายผู้ตั้งใจอุทิศแรงกายแรงใจของตน เพื่อพระพุทธศาสนาและความผาสุขของประชาชน จึงควรจะได้เพียรพยายามปฏิบัติส่งเสริมให้มหาชนได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมะอย่างถูกต้องทั่วถึง ก็จะช่วยให้แต่ละบุคคลดำรงตนอยู่ได้อย่างมั่นคงและเป็นสุขในทุกสถานการณ์ และช่วยค้ำจุนส่วนรวมมิให้เสื่อมทรุดลงได้ ดังที่ท่านมุ่งหวัง…”
พระบรมราโชวาท พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในพิธีเปิดการประชุมสมาคมพุทธศาสนา ทั่วราชอาณาจักร ครั้งที่ ๔๐ เรื่อง “พระพุทธศาสนากับภาวะวิกฤตของสังคมไทย” ณ วัดพระยายัง กรุงเทพมหานคร วันเสาร์ที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๑
“...เป็นบุญของพสกนิกรชาวไทย ที่ประเทศไทยเรามีพระเจ้าอยู่หัวผู้ประเสริฐ ทรงประกอบไปด้วยพระปรีชาสามารถเป็นเอนกประการ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงเป็นในหลวงนักปฏิบัติธรรม ทรงเอาใจใส่ศึกษาและปฏิบัติในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผลแห่งการเอาใจใส่การพระศาสนาของพระองค์นี้ ได้ช่วยให้พระศาสนาเจริญตั้งมั่นเป็นหลักมั่นคงในเมืองไทยตราบนานเท่านาน”
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- ธรรมะในพระบรมราโชวาท โดย ฮ.นิกฮูกี้ หน้า ๔๕-๕๓
ภาพประกอบจากอินเทอร์เนต














