Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
[แก้ไข] ในหลวงในดงทาก
“ ๒๐ กันยายน ๒๕๒๘ วันนี้เป็นวันฝนตกพรำมาจากเช้าจวบบ่าย ไม่มีทีท่าจะเลิกรา หนาบ้าง บางบ้าง สลับเป็นสายไล่เลียง ลีลาเหมือนม่านฟ้าสีขาว เป็นฉากกั้นขุนเขาที่แลเห็นอยู่ลับลิบ ”
ในป่ายางหนาวเย็น ที่ลึกซอกซอนและซ่อนตัว ณ บ้านตามุง หมู่ที่ ๔ ตำบลเชิงคีรี อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส แห่งนี้
ทันทีที่รถพระที่นั่ง “แวกอนเนียร์” ซึ่งทรงขับด้วยพระองค์เองจอดสนิทบนทางดินเล็กๆ ข้างป่ายาง ซึ่งเป็นทางเดิน มิใช่ทางรถ ฝนก็กระหน่ำลงมา ประหนึ่งจะขอรับเสด็จด้วย ผืนแผ่นดินที่เปียกแฉะฉ่ำชื่นอยู่แล้วก็แปรสภาพเสมือนทะเลโคลนย่อมๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฉลองพระองค์ชุดเสื้อกันฝน ทรงนำคณะเจ้าหน้าที่บุกฝ่าเข้าไปในพื้นที่ที่เป็นป่าสลับกับส่วนยาง ท่ามกลางเม็ดฝนใสที่กระทบยอดไม้และใบหญ้าดังกรูเกรียว ในสภาพที่หนาวเย็น พื้นดินเป็นโคลนตม และสัญจรเข้าไปได้ยากเย็นยิ่งนักเช่นนี้ เชื่อหรือไม่ว่าได้เสด็จพระราชดำเนินด้วยพระบาทนำหน้าคณะเข้าไปอย่างรวดเร็ว จนผู้ติดตามและข้าราชบริพารเดินตามแทบไม่ทัน บางคนต้องวิ่งเยาะ บางคนลื่นไถล และเมื่อหนทางวิบากนี้ไกลขึ้นๆ บางคนต้องหยุดพักเหนื่อยและหลบฝนอยู่ใต้ร่มไม้ที่แข็งแรงพอซึ่งมีอยู่เพียงส่วนน้อยใครที่แข็งแรงก็ตามต่อไปกระชั้นชิด ทั้งที่เหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระบาทเข้าไปในป่ายางท่ามกลางฝนตกหนัก โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทไปไม่ห่าง เป็นระยะทางถึง ๒ กิโลเมตรเศษ ตามภาพที่เกริ่นกล่าวในเบื้องต้น นี่คือสิ่งที่มิใช่สามัญธรรมดาในความรู้สึกของผู้คน และความไม่สามัญธรรมดานี้ก็ยิ่งไม่ธรรมดามากยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณ เนื่องเพราะบริเวณนี้คือ “ดงทาก” หรือ “รังทาก” อันมีทากชุกชุมที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ และด้วยเหตุอันน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงดังกล่าวการบุกเข้าไปใน “ดงทาก” ท่ามกลางสภาพการณ์เช่นนี้จึงไม่ต่างกับการเข้าไปสงครามในดงทาก เพียงเห็นบรรดาทากห้อยหัวยั้วเยี้ยบนก้านกิ่งและใบไม้ อีกบนพื้นหญ้าแฉะชื้นก็ชูคอสลอนดังใบหญ้าโอนเอนแล้ว ที่หนาวกายเพราะสายฝนก็กลับหนาวเข้าไปถึงหัวใจ กว่าจะถึงจุดหมาย คือบริเวณพื้นที่ที่จะพิจารณาสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อให้มีน้ำไว้ใช้ สำหรับพื้นที่ ๕๐๐๐ ไร่ ใน ๓ เขตตำบล คือ เชิงคีรี มะยูง และรือเสาะ เกือบทุกคนก็โชกฝนและโชกเลือด แม้ทูลกระหม่อมทั้ง ๒ พระองค์ก็มิได้ยกเว้น
ค่ำวันนั้นระหว่างเสด็จพระราชดำเนินกลับพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์อากาศปรายฤดูฝนกำลังสบาย ดวงดาวบนท้องฟ้าเริ่มจะปรายแสง ขบวนรถยนต์พระที่นั่งได้หยุดลงอย่างกระทันหันโดยไม่ทราบถึงสาเหตุบนทางหลวงที่มืดสงัดเป็นเวลาหลายนาที ถามไถ่ได้ความภายหลังว่ายังมีทากหลงเหลือกัดติดพระวรกายอยู่อีก เมื่อรู้สึกพระองค์จึงได้ทรงหยุดรถพระที่นั่งรับสั่งให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ช่วยจับทากที่ตัวเป่งด้วยพระโลหิตออกจากพระวรกาย
ทรงเรียกการทรงงานวิบากที่เชิงคีรีครั้งนี้ในภายหลังว่า “สงครามกับตัวยึกยือที่เชิงคีรี”
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
- หนังสือ ประทีปแห่งแผ่นดิน โดย. มนูญ มุกข์ประดิษฐ์
- Thavorn.net












