.:: ‘ห้วยทราย’ แผ่นดินนี้พลิกฟื้นขึ้นมาได้ด้วยพระราชดำริ - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
‘ห้วยทราย’ แผ่นดินนี้พลิกฟื้นขึ้นมาได้ด้วยพระราชดำริ
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search


          ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ห่างจาก กรุงเทพมหานคร ประมาณ 220 กม. พื้นที่ตั้งอยู่ในเขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตามประกาศพระบรมราชโองการพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2467 ครอบคลุมพื้นที่ 22,672 ไร่ ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ด้านทิศตะวันออกมีถนนเพชรเกษม และทิศตะวันตกมีถนนบายพาสชะอำ-ปราณบุรี ตัดผ่านพื้นที่ เดิมพื้นที่แห้งนี้มีสภาพป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้ และสัตว์ป่านานาชนิดโดยเฉพาะ เนื้อทราย พื้นที่แห่งนี้จึงมีชื่อเรียกว่า “ห้วยทราย”

          ลักษณะภูมิประเทศทางทิศตะวันตกของพื้นที่เป็นภูเขาและเนินเขา ภูเขาในพื้นที่ได้แก่ เขาเสวยกะปิ เขารังแร้ง เขากระปุก เขาทอง เขาน้อย เขาบ่อขิง และเขาเตาปูน มีความลาดชันมากกว่า 35 องศา จากตอนกลางพื้นที่จะเป็นที่ราบ มีความลาดเทไปยังฝั่งทะเลด้านทิศตะวันออก ลักษณะดินที่พบในบริเวณนี้ส่วนใหญ่เป็นดินปนทราย ชั้นล่างมีสภาพแข็งเป็นดาน เมื่อเวลาผ่านไปพร้อมกับการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลกระทบก่อให้เกิดความเสียหายต่อธรรมชาติ มีการบุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อทำไร่ ส่วนใหญ่เป็นไร่ สับปะรด แต่ก็ทำอย่างไม่ถูกต้อง ไม่ถูกวิธี ขาดวิชาการ มีการใช้สารเคมีเกินความจำเป็น ดินขาดการบำรุงรักษาทำให้ธรรมชาติขาดความสมดุล ในห้วงเวลาไม่ถึง 40 ปี ป่าไม้ถูกทำลายโดยสิ้นเชิง เป็นเหตุให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลบางครั้งแห้งแล้ง บางครั้งฝนตกมากเกินไป เกิดการพังทลายของดินและสูญเสียหน้าดิน คุณภาพดินเสื่อมโทรม



          เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2526 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรพื้นที่ห้วยทราย ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า “หากปล่อยทิ้งไว้จะเป็นทะเลทรายในที่สุด” และมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมและธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอันไม่คำนึงถึงอนาคตและขาดวิชาการ จึงทรงให้พัฒนาพื้นที่เป็น ศูนย์การศึกษาการพัฒนาด้านการเกษตรกรรม โดยเน้นการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าไม้ ให้กลับอุดมสมบูรณ์ดังเดิม สามารถทำการปลูกพืชชนิด ต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการปลูกป่า จัดหาแหล่งน้ำสนับสนุนการปลูกป่าและการเพาะปลูกพืช จัดระเบียบราษฎรให้ราษฎรในพื้นที่โครงการเข้าอยู่อาศัยและทำกินอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและสอดคล้องกับธรรมชาติ ให้ราษฎรเข้าร่วมดูแลรักษา ตลอดจนได้อาศัยผลผลิตจากป่าและเพาะปลูกพืชชนิดต่าง ๆ โดยไม่ต้องเข้าไปบุกรุกทำลายป่าไม้อีกต่อไป

          จากพระราชดำริดังกล่าวข้างต้นจึงได้เกิดศูนย์การศึกษาพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขึ้น จนกระทั่งปัจจุบันการดำเนินงานสนองพระราชดำริตลอดระยะเวลากว่า 23 ปี มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพพื้นที่ซึ่งเกิดขึ้นในแต่ละด้านอย่างต่อเนื่อง จากสภาพดินที่แห้งแล้งขาดความชุ่มชื้น คุณภาพของดินเสื่อมโทรม มีการนำหญ้าแฝกมาปลูกเป็นแนวกำแพงธรรมชาติ ป้องกันหน้าดินที่เหลืออยู่และหน้าดินที่สร้างขึ้นใหม่ไม่ให้ไหลลงสู่ทะเลและรากหญ้าแฝกที่ปลูกได้ปรับปรุงโครงสร้างของพื้นที่ดินด้านล่าง รองรับน้ำเก็บความชุ่มชื้นให้กับพื้นดินเป็นผลให้ มีหน้าดินที่เกิดขึ้นมาใหม่ จากการทับถมกันของกิ่งไม้ จากต้นไม้ที่ปลูกขึ้นใหม่ในพื้นที่โดยเฉพาะไม้ใช้สอยโตเร็ว เช่น กระถินณรงค์ กระถินเทพาและไม้รวก เป็นต้น



          ด้านการปรับปรุงคุณภาพของดิน มีการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยพืชสด และการปลูกพืชคลุมดินเพื่อป้องกันการระเหย ของน้ำ เกิดการกระจายความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ ได้ดำเนินการโดยทำคันดินเบนน้ำ (Diversion) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างคันดินเก็บกักน้ำ (Check Dam) กับคันดินกั้นน้ำ (Terracing) โดยทำเป็นแนว แต่ละแนวมีระยะห่างเกือบเท่ากันสามารถกักเก็บน้ำเพื่อสร้างความชุ่มชื้นแก่ดิน และป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ซึ่งคันดินเบนน้ำ (Diversion) ได้ทำให้มีความกว้าง ลักษณะเป็นถนนสามารถใช้ประโยชน์ในการดูแลรักษาป่าควบคู่ไปด้วย จากการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ทำให้สภาพของดินในพื้นที่ส่วนใหญ่เริ่มกลับมามีสภาพที่สมบูรณ์ขึ้นเห็นได้จากพืชพันธุ์ต่าง ๆ ที่หลากหลายสามารถเจริญเติบโตได้ในพื้นที่

          ขณะเดียวกันก็มี การออกไปส่งเสริมให้คำแนะนำ แก่ราษฎรในพื้นที่จากเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ มีการจัดชุดเจ้าหน้าที่จากงานต่าง ๆ ออกส่งเสริมให้คำแนะนำแก่ประชาชนในพื้นที่เป้าหมายขยายผล ซึ่งสามารถให้คำแนะนำให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดีมีการวางแผนให้ความรู้และการให้การอบรมได้อย่างสอดคล้องและเป็นระบบ ซึ่งจะนำไปสู่การทำกินอย่างถูกต้อง ถูกวิธี ของประชาชนในพื้นที่และสามารถดำเนินชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างเป็นผลและยั่งยืน

          จากวันนั้นถึงวันนี้ ห้วยทราย จากที่กำลังพังทลายกลายไปเป็นทะเลทรายเมื่อวันนั้น มาวันนี้วันที่โลกกำลังประสบกับภาวะการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองจากผู้คน ห้วยทรายได้เป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่สามารถให้คำตอบได้เป็นอย่างดีว่า หากคิดและทำตามที่คิดเพื่อการสร้างและอนุรักษ์ไว้ ทรัพยากรธรรมชาติอันหมายรวมถึงแผ่นดินปัจจัยสำคัญของได้มาซึ่งทุกอย่างในโลกนี้ก็ย่อมที่จะเกิดคุณประโยชน์ขึ้นมาใหม่เช่นดังเดิม ได้ในที่สุด.


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 
 
 
   Hosted by kapook.com